ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข th ศึกษาสถานการณ์ระบบประปาในพื้นที่เขตตรวจราชการ ที่ 18 ประจำปีงบประมาณ 2556 info.php?info_id=1863 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2014-09-15 18:15:01 ข้อกำหนดการรับรองน้ำประปาดื่มได้ info.php?info_id=1827 ข้อก้าหนดการรับรองน ้าประปาดื่มได้ นางสาววาสนา คณะวาปี นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น กรมอนามัยได้ให้ความส าคัญในการพัฒนาคุณภาพน้ าบริโภคตลอดมา โดยการเฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์เพื่อเสนอแนะนโยบายและการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ าแบบบูรณาการ ตลอดทั้งส่งเสริมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งเขตเมืองและชนบท รวมทั้งชุมชนให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และได้พิจารณาน าหลักการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพน้ าประปาให้ได้มาตรฐานตามข้อก าหนดการรับรองน้ าประปาดื่มได้ กรมอนามัยจะได้ประกาศรับรองเป็นน้ าประปาดื่มได้ทั้งประปาเขตเมือง ประปาหมู่บ้าน ประปาโรงเรียน ประปาโรงพยาบาล ประปาโรงแรม โดยมีข้อก าหนดการรับรองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ถึงปัจจุบันรายละเอียดดังนี้ 1. ข้อก้าหนดการรับรองน ้าประปาเขตเมือง ข้อก้าหนดก่อนการรับรองเป็นน ้าประปาดื่มได้ 1. สุ่มเก็บตัวอย่างน้ าตามจุดที่ก าหนดอย่างน้อย 6 จุด ดังนี้ 1.1 จุดต้นท่อระบบจ่ายน้ า สุ่มเก็บที่ก๊อกของท่อจากหอถังสูงภายในระบบผลิต 1 จุด 1.2 จุดปลายท่อระบบจ่ายน้ า สุ่มเก็บที่จุดปลายสุดของท่อหลักจ่ายน้ าประปาบ้านผู้ใช้น้ าอย่างน้อย 5 จุดที่เป็นจุดเสี่ยง เช่น โรงเรียน ตลาด สถานที่สาธารณะอื่น ๆ หรือบ้านผู้ใช้น้ า (โดยใช้แผนที่ระบบเส้นท่อการจ่ายน้ าประปา ประกอบในการก าหนดจุดสุ่มเก็บตัวอย่างน้ า) 2. จ านวนตัวอย่าง 2.1 จุดต้นท่อระบบจ่ายน้ า สุ่มเก็บตัวอย่าง 1 ตัวอย่าง 2.2 จุดปลายท่อระบบจ่ายน้ า สุ่มเก็บตัวอย่างอย่างน้อย 5 ตัวอย่าง หากประชากรเกิน 25,000 คน เพิ่มจ านวนตัวอย่างตามจ านวนประชากรที่เพิ่มขึ้น (1 ตัวอย่าง ต่อประชากรประมาณ 5,000 คน WHO Guidelines for Drinking Water Quality , Second Edition : Volume 1,1984.) หรือก าหนดตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ 3. ความถี่ในการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ า สุ่มเก็บตัวอย่างน้ า 2 ครั้ง ต่อจุด โดยการสุ่มเก็บครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ต้องเป็นจุดเดียวกันและมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เดือนและไม่เกิน 2 เดือน 4. ข้อมูลที่ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ า ได้แก่ ทางกายภาพ-เคมีทั่วไป โลหะหนัก และแบคทีเรีย จ้านวน 20 ข้อมูล ตามเกณฑ์คุณภาพน้ าบริโภคกรมอนามัย พ.ศ. 2553 5. ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ า ต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ าบริโภคกรมอนามัย พ.ศ. 2553 ทั้ง 2 ครั้ง ติดต่อกัน หากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ าไม่ผ่านเกณฑ์ข้อมูลใด ต้องตรวจข้อมูลนั้นๆซ้ าโดยมีระยะเวลาห่างกันไม่เกิน 2 เดือน 6. ก าหนดระยะเวลาการรับรอง 2 ปี นับตั้งแต่วันประกาศรับรองข้อก้าหนดหลังการประกาศรับรองเป็นน ้าประปาดื่มได้ 1. สุ่มเก็บตัวอย่างน้ าที่จุดต้นท่อและปลายท่อระบบจ่ายน้ า ตรวจวิเคราะห์ทางกายภาพ ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2013-04-03 08:05:45 ตอนที่ ๒ ความสำคัญของ HIA ในบริบทสังคมไทย info.php?info_id=1785 HIA ไม่ไกลจากตัวเรา นางสุภาภรณ์ ลมูลศิลป์ ตอนที่ ๒ ความส าคัญของ HIA ในบริบทสังคมไทย นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการ ค่ะตอนนี้ก็จะขอเก็บเกี่ยวสาระส าคัญของ HIA มาฝากในบริบทสังคมไทย เป็นเรื่อง ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-10-03 16:45:33 รู้มั๊ย HIA ไม่ไกจากตัวเราเลย info.php?info_id=1784 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-10-03 14:00:32 วิธีลดภาวะโลกร้อน info.php?info_id=1776 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-09-12 15:30:41 การศึกษาสถานการณ์การบังคับใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ info.php?info_id=1751 การศึกษาสถานการณ์การบังคับใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ ของเทศบาล โดยใช้ระบบประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื้อเพ็ญ บุพศิริ ฝ่ายบริหารยุทธศาสตร์ กลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุข พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นกฎหมายที่คุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยการจัดการด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงจากการกระทำ และกิจการประเภทต่างๆที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยกระจายอำนาจให้ ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-07-19 15:05:29 เพราะเหตุชัด คำสั่งจึงชอบ info.php?info_id=1750 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-07-17 15:30:30 วิธีลดภาวะโลกร้อน info.php?info_id=1746 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-06-23 16:45:26 ความต้องการการสนับสนุนจากศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น info.php?info_id=1745 ความต้องการการสนับสนุนจากศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. เชื้อเพ็ญ บุพศิริ ,มะลิลา ตันติยุทธ ,วาสนา ปะสังคานนท์ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข บทคัดย่อ การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงส ารวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานตามกฎหมายสาธารณสุขของเจ้าพนักงานสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหาความต้องการการสนับสนุนองค์ความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานตามกฎหมายสาธารณสุขจากศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชากรที่ศึกษา คือ เจ้าพนักงานสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 สังกัดราชการส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานครทุกส านักงานเขต เทศบาล ทุกเทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนต าบล(อบต.)โดยใช้กลุ่มตัวอย่างของ อบต.ขนาดใหญ่ และขนาดกลางทุกแห่ง ส่วน อบต.ขนาดเล็กใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง รวมทั้งสิ้น 2,520 แห่ง เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถามที่สร้างขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าคู่มือและแนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และบทบาทหน้าที่ของศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข โดยจัดส่งแบบสอบถามไปให้หน่วยงานเป้าหมายทางไปรษณีย์และได้รับแบบสอบถามกลับคืน คิดเป็นร้อยละ 51.41 ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 1 ใน 2 เป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 บริการของศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุขที่มีผู้เคยใช้มากที่สุดคือ การสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ของศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข และส่วนใหญ่สังกัดเทศบาล การมีความรู้หรือแผนงานที่ใช้ในการปฏิบัติงานตามกฎหมายสาธารณสุข พบว่า ส่วนใหญ่ มีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ร้อยละ 82.38 รองลงมามีแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รับผิดชอบ ร้อยละ 78.95 ทั้งนี้ ความรู้ในการด าเนินการทางคดี การเปรียบเทียบคดี การด าเนินทางอาญา มีน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 19.98 ความต้องการการสนับสนุนจากศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข 3 อันดับแรก คือ อันดับที่ 1 ความรู้ในการด าเนินการทางคดี การเปรียบเทียบคดี การด าเนินคดีทางอาญา (ร้อยละ 85.20) อันดับที่ 22 ความรู้ด้านวิชาการ หรือเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของประชาชน (ร้อยละ 82.53) และอันดับที่ 3 ความรู้ในการยกร่างข้อก าหนดของท้องถิ่น (ร้อยละ 76.96) ช่องทางการให้ค าปรึกษาหารือเกี่ยวกับการด าเนินงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ที่ต้องการมากที่สุด คือ ทางเอกสาร (ร้อยละ 83.68) รองลงมาคือ ทางเว็บบอร์ด และทางโทรศัพท์ (ร้อยละ 47.52 และ ร้อยละ 45.77) ตามล าดับ ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะต่อการด าเนินงานของศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข 3 อันดับแรกคือ 1) ด้านการจัดการให้ความรู้ 2) ด้านการประชาสัมพันธ์ และ 3) ด้านการสนับสนุนสื่อต่างๆ การศึกษาครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะต่อการด าเนินงานของศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข คือ 1) ด้านการให้ความรู้ ควรจัดอบรมโดยการประสานงานกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจัดเป็นหลักสูตรส าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเป็นการอบรมแบบมีส่วนร่วม มีกรณีตัวอย่างเพื่อน าไปใช้ได้จริง การจัดตั้งเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกฎหมายสาธารณสุข และควรจัดให้มีการประชุมวิชาการกฎหมายสาธารณสุข 2) ด้านการให้ค าปรึกษาหารือ พัฒนาแนวทางการให้ค าปรึกษาหารือกฎหมายสาธารณสุข เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการ และควรจัดท าท าเนียบผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงานในกรณีมีปัญหาทางด้านกฎหมาย 3) ด้านการสนับสนุนสื่อ เน้นกรณีศึกษา การจัดท าคดีตัวอย่าง ข้อร้องเรียน ข้อพิพาท และส่งเอกสาร วารสาร แผ่นพับ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรงเป็นรายเดือนอย่างต่อเนื่อง และจัดให้มีเครือข่ายข้อมูลข่าวสารกฎหมายสาธารณสุข 4) ด้านการประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจของหน่วยงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับทราบ บทน า พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายที่กระจายอ านาจให้ราชการส่วนท้องถิ่นในการควบคุมดูแลเพื่อคุ้มครองประชาชนด้านสุขลักษณะและอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการและการกระท าทุกอย่างที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน ครัวเรือน ชุมชน ตลอดจนกิจการขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ อันได้แก่ หาบเร่ แผงลอย สถานที่จ าหน่ายอาหาร สถานที่สะสมอาหาร ตลาดสด กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่าง ๆ 134 ประเภท รวมทั้งการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ในการบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข3 พ.ศ.2535 นั้น กฎหมายได้ก าหนดโครงสร้างอ านาจหน้าที่ขององค์กร ส่วนราชการต่าง ๆ และบุคคลทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีลักษณะประสานสอดคล้องกัน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการกระจายอ านาจ ในการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายลงสู่ราชการส่วนท้องถิ่น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เทศบาล องค์การบริหารส่วนต าบล และเมืองพัทยา ให้มีอ านาจในการออกข้อก าหนดของท้องถิ่น ซึ่งสามารถใช้บังคับในเขตท้องถิ่นนั้นได้ โดยมี ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-06-07 09:40:32 ผลการดำเนินงานโครงการอบรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงาน และคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายงานอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ info.php?info_id=1729 สกุณา คุณวโรตม์ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ฝุายส่งเสริมการใช้กฎหมาย กลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุข ผลการด าเนินงานโครงการอบรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงาน และคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายงานอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ระหว่างวันที่ ๒-๔ เมษายน ๒๕๕๕ ณ สวนป่าสุขกาโร อ าเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา1 กลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุขได้รับมอบหมายจากกองการเจ้าหน้าที่และส านักอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้จัดการอบรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรสายงานอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ระหว่างวันที่ ๒-๔ เมษายน ๒๕๕๕ ณ สวนปุาสุขกาโร อ าเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตามโครงการที่ได้รับอนุมัติตามหนังสือที่ สธ ๐๙๒๗.๐๓/๒๒๒ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรสายงานอนามัยสิ่งแวดล้อม ด้านการปรับระบบความคิด ขั้นพื้นฐาน การมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี การเรียนรู้ร่วมกัน และการท างานเป็นทีม ควบคู่กับการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณแม่ชีสุภาพ พันธุ์หงษ์ และคณะ ในการเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่องการพัฒนาระบบความคิดขั้นพื้นฐานจากภายในจิตใจของบุคคล ควบคู่กับการพัฒนาคุณธรรม/จริยธรรมเพื่อสามารถน าแนวทางไปปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานและการด ารงชีวิตได้ ระยะเวลาในการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จ านวน ๓ วัน ใช้งบประมาณ ในการจัดอบรม เป็นเงิน ๘๘,๓๒๔.- บาท(แปดหมื่นแปดพันสามร้อยยี่สิบสี่บาทถ้วน) จ านวนผู้เข้ารับการอบรมตามที่โครงการก าหนด ๘๐ คน โดยตามแผนพัฒนาองค์กรต้องมีผู้เข้ารับการอบรมไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๗๐ ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น จ านวน ๕๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๒๕ ของบุคลากรกลุ่มเปูาหมาย แบ่งเป็น เพศชาย ๑๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๕๖ เพศหญิง ๔๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๔๔ รายละเอียดดังต่อไปนี้ จ านวนผู้เข้ารับการอบรม จ าแนกตามหน่วยงาน/เพศ ดังนี้ ล าดับที่ หน่วยงาน เพศชาย เพศหญิง รวม ๑ ส านักอนามัยสิ่งแวดล้อม ๖(๑๐.๕๓) ๒๐(๓๕.๐๙) ๒๖(๔๕.๖๑) ๒ ส านักสุขาภิบาลอาหารและน้ า ๒(๓.๕๑) ๓(๕.๒๖) ๕(๘.๗๗) ๓ กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ๒(๓.๕๑) ๗(๑๒.๒๘) ๙(๑๕.๗๙) ๔ ศูนย์ห้องปฏิบัติการกรมอนามัย ๐ ๑(๑.๗๕) ๑(๑.๗๕) ๕ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ๐ ๒(๓.๕๑) ๒(๓.๕๑) ๖ กลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุข ๔(๗.๐๒) ๑๐(๑๗.๕๔) ๑๔(๒๔.๕๖) รวม ๑๔(๒๔.๕๖) ๔๓(๗๕.๔๔) ๕๗(๑๐๐) ผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น ๕๗ คน ประกอบด้วย ผู้เข้ารับการอบรมจากส านักอนามัยสิ่งแวดล้อมมากที่สุดร้อยละ ๔๕.๖๑ รองลงมาคือกลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุขร้อยละ ๒๔.๕๖ กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพร้อยละ ๑๕.๗๙ ส านักสุขาภิบาลอาหารและน้ าร้อยละ ๘.๗๗ กลุ่มพัฒนาระบบบริหารร้อยละ ๓.๕๑ และศูนย์ห้องปฏิบัติการกรมอนามัยร้อยละ ๑.๗๕2 ผู้เข้ารับการอบรม จ าแนกตามช่วงอายุ ดังนี้ แผนภูมิแท่ง แสดงการเปรียบเทียบจ านวนผู้เข้ารับการอบรมตามช่วงอายุ(ปี) จากการจ าแนกผู้เข้ารับการอบรมตามช่วงอายุ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง ๓๑-๔๐ ปี ซึ่งเท่ากับช่วงอายุ ๔๑-๔๙ ปี คิดเป็นร้อยละ ๒๘.๐๗ รองลงมาคือช่วงอายุต่ ากว่า ๓๑ ปี ร้อยละ ๒๒.๘๑ และมีอายุมากกว่า ๔๙ ปีขึ้นไป ร้อยละ ๒๑.๐๕ ร้อยละ ๒๒.๘๑ ร้อยละ ๒๘.๐๗ ร้อยละ ๒๘.๐๗ ร้อยละ ๒๑.๐๕ ๐ ๕ ๑๐ ๑๕ ๒๐ ๒๕ ๓๐ อายุต่ ากว่า ๓๑ ปี อายุ ๓๑-๔๐ ปี อายุ ๔๑-๔๙ ปี อายุมากกว่า ๔๙ ปี ล าดับที่ หน่วยงาน อายุ(ปี) รวม ต่ ากว่า ๓๑ ๓๑ ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-05-15 16:40:25 ร่าง ระบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควัน info.php?info_id=1704 1 (ร่าง) ระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ กรณีหมอกควันภาคเหนือ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย โดยกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ มีภารกิจในการพัฒนาระบบและกลไกการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ โดยมีหลักการส าคัญคือ ข้อมูลจาก ๒ ฐาน คือ ข้อมูลสิ่งแวดล้อมและข้อมูลด้านสุขภาพ จากการด าเนินงานที่ผ่านมา กรมอนามัยได้สนับสนุนพื้นที่น าร่องบางจังหวัดให้น าเข้าข้อมูลด้านสุขภาพอนามัยและกรมอนามัยได้น าเข้าข้อมูลสิ่งแวดล้อม โดยประสานขอความร่วมมือจากกรมควบคุมมลพิษ และน ามาวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างฐานข้อมูลทั้ง ๒ ชุด ข้อจ ากัดของการด าเนินงาน เนื่องจากวัตถุประสงค์และพัฒนาการของข้อมูลทั้งสองฐานที่ไม่เท่ากัน กรมควบคุมมลพิษนั้น มีวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อน าเสนอเป็นสถานการณ์ด้านมลพิษอย่างต่อเนื่อง และด้วยพัฒนาการทางเทคโนโลยีท าให้มีเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพน้ าในแม่น้ า และคุณภาพอากาศที่เป็นสถานีตรวจวัดแบบที่สามารถแสดงผลของข้อมูลได้แบบอัตโนมัติ ส่วนข้อมูลด้านสุขภาพ ที่แสดงด้วยการเจ็บป่วยของประชาชนในพื้นที่นั้น เป็นการเก็บข้อมูลโดยสถานพยาบาลของกระทวงสาธารณสุขในทุกระดับ ตั้งแต่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับต าบล (รพ.สต.) โรงพยาบาล ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอ จนถึงส านักงานสาธารณสุขจังหวัด และมีเป้าประสงค์เพื่อการจัดบริการให้ดีที่สุด และทราบอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคหรืออาการต่างๆ ตามระบบของกระทรวงสาธารณสุข และเป็นข้อมูลเฉพาะจ านวนผู้ป่วยที่มารับการรักษาพยาบาลที่สถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่การเจ็บป่วยด้วยโรคหรืออาการต่างๆ นั้น ประชาชนบางส่วนไม่ได้รับการรักษาที่สถานพยาบาล ท าให้ข้อมูลการเจ็บป่วยเหล่านี้ต่ ากว่าความเป็นจริง และไม่ได้แสดงการเจ็บป่วยของประชากรในเชิงพื้นที่ และต้องคัดลอกข้อมูลเพื่อน าเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง ท าให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดไม่สะดวกในการด าเนินการ จึงได้พัฒนาโปรแกรมคัดกรองข้อมูลโรคหรืออาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพื่อเจ้าหน้าที่ไม่ต้องน าเข้าข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง ร่างระบบฐานข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กรณีหมอกควันภาคเหนือ ๑. องค์ประกอบของข้อมูล ระบบนี้มีข้อมูล ๒ ชุด ประกอบด้วย ๑.๑ ข้อมูลด้านมลพิษทางอากาศ เป็นข้อมูลรายวัน ของสารมลพิษหลัก ๕ ชนิด ได้แก่ ไนโตรเจนไดออกไซด์ โอโซน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) และข้อมูลอุตุนิยมวิทยา โดย ได้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากหมอกควัน ในเขต ๘ จังหวัดภาคเหนือ โดยมีสมมติฐานว่า PM10 ที่ตรวจวัดได้ในพื้นที่ จะแสดงค่าความสัมพันธ์กับการเจ็บป่วยของประชากร ในรัศมี ๑๐ กิโลเมตร รอบสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศหนึ่งๆ2 ๑.๒ ข้อมูลด้านการเจ็บป่วยหรืออาการแสดงของโรค เป็นข้อมูลรายวัน จากข้อมูลสถานบริการสาธารณสุข ประกอบด้วยโรคหรืออาการ ๕ ระบบ จ าแนกเป็น อาการโรค ๒๑ อาการ และข้อมูลโรค ๑๐ กลุ่มโรค (รายละเอียดตามตาราง) ทั้งนี้ได้คัดกรองโรคที่ได้จากการทบทวนเอกสารที่แสดงว่าโรคหรืออาการต่างๆ มีความสัมพันธ์กับมลพิษ ๕ ชนิด ดังกล่าวข้างต้น ๒. การวิเคราะห์ข้อมูล ระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ใช้หลักการน าเข้าข้อมูลได้จากทุกแห่ง จึงพัฒนาเป็นโปรแกรมที่น าเข้าและแสดงผลทางเวบไซต์ ของกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย http://hia.anamai.moph.go.th/hia เมื่อมีข้อมูลทั้งสองชุดน าเข้าสู่ระบบแล้ว สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้สองรูปแบบ ได้แก่ ๒.๑ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษกับสุขภาพในเบื้องต้น โดย ระบบจะประมวลข้อมูลได้ในเบื้องต้นและแสดงผลเป็นกราฟ แสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรชุดต่างๆ ท าให้ง่ายต่อการสื่อสารกับผู้มีอ านาจในการตัดสินใจและประชาชนทั่วไป แต่ทั้งนี้ผู้วิเคราะห์ต้องก าหนดข้อมูลที่ต้องการ ช่วงเวลาที่ต้องการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และช่วงเวลากว่าจะเกิดผลกระทบ ที่เรียกว่า Lag time ๒.๒ วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงลึก โดยน าข้อมูลที่ได้จากข้อ ๒.๑ ไปวิเคราะห์หาความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ Poisson regression เพื่อวิเคราะห์ว่ามลพิษที่ระดับต่างๆ ท าให้เกิดการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของการเจ็บป่วยหรืออาการของโรคหรือไม่ มีความสัมพันธ์เชิงบวกหรือลบ จนกระทั่งทุกๆหน่วยของมลพิษจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ขั้นตอนการด าเนินงานและบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ล าพูน และล าปาง กรมอนามัย โดย กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ - ติดตั้งโปรแกรมคัดกรองข้อมูล ที่ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด (กรมอนามัย โดยกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ได้จัดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) - ติดตั้งและดูแลระบบฐานข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กรณีหมอกควันภาคเหนือ - หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่ก าหนด ท าหน้าที่บันทึกข้อมูลการเจ็บป่วยด้วยโรคหรืออาการต่างๆ ตามระบบงานปรกติ ข้อมูลที่เข้าระบบต้องเป็นข้อมูลรายวัน ซึ่งในช่วงวิกฤตหมอกควัน ควรน าข้อมูลเข้าระบบเฝ้าระวังฯ ทุกวัน แต่ถ้าพ้นช่วงวิกฤตอาจน าข้อมูลเข้าสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง -ประสานและบันทึกข้อมูลมลพิษทางอากาศรายวัน จากกรมควบคุมมลพิษ ในช่วงเวลาวิกฤติจะน าข้อมูลที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เนตมาใช้และจะแก้ไขให้ถูกต้องเมื่อได้รับข้อมูลชุดที่มีการตรวจสอบแล้วจากกรมควบคุมมลพิษ ปรกติจะได้รับข้อมูลทุก ๒ สัปดาห์3 - วิเคราะห์ความสัมพันธ์เบื้องต้นระหว่างมลพิษทางอากาศกับการเกิดโรคหรืออาการแสดง ที่แสดงในรูปกราฟ เพื่อน าไปใช้ในการบริหารจัดการด้านเวชภัณฑ์ การสื่อสารกับประชากรกลุ่มเสี่ยง - กรมอนามัย วิเคราะห์ แปรผล และรายงานสถานการณ์เฝ้าระวังรายสัปดาห์ - วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงลึก ระหว่างมลพิษทางอากาศกับการเกิดโรคหรืออาการแสดง ......... (ต้องศึกษาแนวทางการวิเคราะห์ด้วยการใช้สถิติเพิ่มเติม โดยกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพจะจัดหาวิทยากรให้) - กรมอนามัยใช้ข้อมูลศึกษาความสัมพันธ์ การเกิดอาการและโรคจากสารมลพิษที่เกิดการเสริมฤทธิ์ สรุปการจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน ประเด็น รายละเอียด ๑.ข้อมูลในระบบเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ๑.๑ ข้อมูลมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ไนโตรเจนไดออกไซด์ โอโซน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) และข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ๑.๒ ข้อมูลการเจ็บป่วยหรืออาการโรค โรคหรืออาการ ๕ ระบบ จ าแนกเป็น อาการโรค ๒๑ อาการ และข้อมูลโรค ๓๐ โรค (ใน ๑๐ กลุ่มโรค) ๒. ลักษณะข้อมูล ๑.๑ ข้อมูลมลพิษสิ่งแวดล้อม ค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุดรายวัน จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ๑.2 ข้อมูลมลพิษสิ่งแวดล้อม จ านวนผู้เข้ารับบริการรักษาด้วยโรคหรืออาการ 5 ระบบ โดยโปรแกรมแปรผลให้เป็นอัตราป่วย ๓. ความถี่ในการบันทึกข้อมูล น าเข้าข้อมูลรายสัปดาห์ ๔. ความถี่ในการวิเคราะห์ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลรายสัปดาห์ ๕. ความถี่ในการรายงานผล รายงานสถานการณ์เฝ้าระวังรายสัปดาห์ ๖. ระยะเวลาด าเนินงาน วิเคราะห์ แปรผล และรายงานสถานการณ์เฝ้าระวังรายสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนมกราคม ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-03-29 11:55:20 การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดการปัญหาและแนวทางแก้ไขการใช้โปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูล ระบบเฝ้าระวังกับข้อมูลสุขภาพและระบบข้อมูลสิ่งแวดล้อม info.php?info_id=1700 การพัฒนาระบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศรอบสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ อ าพร บุศรังษี ส่วนเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดการปัญหาและแนวทางแก้ไขการใช้โปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูลระบบเฝ้าระวังกับข้อมูลสุขภาพและระบบข้อมูลสิ่งแวดล้อม (กิจกรรมที่ 3) ณ โรงแรม เดอะ เล็คกาซี่ อ.เมือง จ.นนทบุรี วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยและส านักงานสาธารณสุข ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-03-29 11:15:25 แผ่นพับศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน info.php?info_id=1684 177 ม.6 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30280 โทร 0-4430-5131, 134 โทรสาร 04429-1506 Website: http://hpc5.anamai.moph.go.th ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์เรียนรู้ ลดโลกร้ น ศูนย์อนามัยที่ 5 กิจกรรมที่ทำสามารถ ลดโลกร้อนได้หรือไม่ ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้เก็บข้อมูลกิจกรรมที่ปล่อย ก๊าซเรือนกระจกเรือนกระจกตั้งแต่ปี 2552-2554 พบว่า หน่วยงานมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกลดลงทุกปี กล่าวคือ ปี 2554 มีค่าการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงจากปี 2552 ในปริมาณ 74 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 14.78 จากตัวเลขดังกล่าว หากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน รวม 1,431 แห่ง ทุกแห่งพร้อมใจกันดำเนินโครงการโรงพยาบาล ลดโลกร้อน ภายในระยะ เวลา 2 ปี โรงพยาบาลสังกัด กระทรวงสาธารณสุข (ยังไม่รวม รพ.สต.) จะช่วยลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กับโลกของเราได้มากถึง 105,894 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งในการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นสามารถพัฒนาเข้าสู่ ตลาดการขายคาร์บอนเครดิตตามขั้นตอนของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นอกจากเป็นการช่วยลดโลกร้อนให้กับ โลกของเราแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่า ด้านการเงินให้องค์กรได้อีกด้วย 1 = ธนาคารขยะ 2 = การคัดแยกและใช้ประโยชน์จากขยะ (Garbage) 3 = การเลี้ยงไส้เดือนกินขยะอินทรีย์ (Garbage) 4 = แปลงผักปลอดสารพิษ (Nutrition) 5 = ผลิต Biogas จากขยะอินทรีย์ (Energy) 6 = ส้วมมาตรฐาน HAS (Restroom) 7 = นิทรรศการโลกร้อน (Communication) 8 = ปั่นจักรยานเติมอากาศให้น้ำในสระ (Energy) 9 = ที่โยกออกกำลังกายเพื่อสูบปัสสาวะและน้ำล้างมือรดต้นไม้ 10= ห้องพลังงาน Solar Cell และกังหันลม 11 = ทางเดิน Green Roof หลังคาไม้เลื้อยกินได้ 12 = ส้วมลอยน้ำ 13 = ห้องทำงาน รพ.ลดโลกร้อน 14 = สวนสมุนไพร ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็ง 2 3 2 11 8 1210 9 13 13 13 13 13 13 6 7 7 7 7 14 4 4 5 สวนสมุนไพร เรือน ลำดวน โรงรถ โรงซัก ฟอก คลังพัสดุ โรงอาหาร ธนาคารขยะ ผักกางมุ้ง ปุ๋ย หมัก เพาะ ไส้เดือน แฟลต 1 แฟลต 2 น้ำหมักจุลินทรีย์ ชีวภาพ สระน้ำ OPD ประกัน ห้อง บัตร X-ray ห้อง ฟัน ห้องสมุด ห้องยา คลินิก เด็ก ห้อง ฉุกเฉิน สำนักงาน ส้วม HAS แปลงผัก ปลอดสาร พิษ คลินิก ส่งเสริม สุขภาพ ผู้ป่วยใน ห้อง คลอด LAB1. การเรียนรู้ ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-03-10 15:30:21 หนังสือบทเรียนมหาอุทกภัย info.php?info_id=1683 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-03-10 15:25:22 บทเรียนจากวิกฤตมหาอุทกภัย 2554 info.php?info_id=1672 บทเรียน จากวิกฤตมหาอุทกภัย ๒๕๕๔ นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ ๖ ขอนแก่น กรมอนามัย ความเป็นมา จากที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย ปี พ.ศ.๒๕๕๔ ภัยธรรมชาติได้นำพาลมมรสุมพัดผ่านประเทศไทยหลายระลอก เริ่มจากเดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ทำให้ฝนตกอย่างต่อเนื่องและปริมาณน้ำมาก ส่งผลให้น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ น้ำเหนือไหลบ่าตามลำน้ำปิง วัง ยม น่าน รวมกันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่นครสวรรค์ แต่ปริมาณน้ำมากเกินกว่าที่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายต่างๆจะรับได้ ส่งผลให้น้ำล้นฝั่งไหลบ่าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งในเขตเศรษฐกิจและพื้นที่เกษตร ในเมืองนครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาเดียวกัน จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ ๖ ขอนแก่น ก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นกัน ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และหนองบัวลำภู อันเนื่องมาจากลมมรสุมพัดผ่านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ฝนตกต่อเนื่องร่วมกับการปล่อยน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำเหนือที่ไหลหลาก ส่งผลให้น้ำชี น้ำพอง น้ำมูลล้นฝั่ง น้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรและในชุมชนเป็นเวลานานแรมเดือน จนต้องจัดตั้งศูนย์อพยพสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในทุกจังหวัดที่กล่าวมา ศูนย์อนามัยที่ ๖ ขอนแก่น พร้อมให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ กรมอนามัยโดยศูนย์ประสานงานผู้ประสบปัญหาอุทกภัย(ศปภ.)ได้ประสานเพื่อดำเนินการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและรายงานสถานการณ์ให้ War Room กรมอนามัยรับทราบเป็นรายวัน เมื่อมีหลายจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยประสบอุทกภัยมากขึ้น ชมรมศูนย์อนามัยโดย นพ.สุเทพ เพชรมาก ผอ.ศูนย์อนามัยที่ ๕ เลขาฯชมรม ได้ประสานระดมความช่วยเหลือจากศูนย์ฯที่ไม่ถูกน้ำท่วม เพื่อนำความช่วยเหลือและสิ่งสนับสนุนไปยังจังหวัดในพื้นที่ศูนย์อนามัยที่ ๘, ๒, ๑ ตามลำดับ ด้วยจิตวิญญาณความเป็นคนของกรมอนามัย พวกเราชาวศูนย์อนามัยที่ ๖ ขอนแก่น พร้อมจัดทีม SRTพร้อมปฏิบัติ และพร้อมลงพื้นที่ในนามกรมอนามัย แม้เราจะไม่เคยมีประสบการณ์การจัดการในพื้นที่น้ำท่วม และไม่คุ้นเคยกับพื้นที่เลย แต่ทีมงานทุกคนมีใจเต็มร้อย ในขณะเดียวกันเรายังคงจัดทีมลงพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดเขตรับผิดชอบด้วย ปฏิบัติการในครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีของพวกเราชาวกรมอนามัยที่จะเรียนรู้รูปแบบ/วิธีการจัดการส่งเสริมสุขภาพที่ดี วิธีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ภายใต้สภาวะน้ำท่วม ประสบการณ์ในครั้งนี้นับเป็นบทเรียนบทใหม่ที่พวกเราชาวกรมอนามัยได้เรียนรู้ เพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-02-27 00:50:18 การจัดการขยะด้วยเทคนิค3R info.php?info_id=1671 การจัดการขยะ ด้วยเทคนิค 3R รวบรวมโดย นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ ๖ ขอนแก่น กรมอนามัย การจัดการขยะมูลฝอย หมายถึง หลักการในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม การทิ้งขยะมูลฝอย การเก็บขยะชั่วคราวไว้ในภาชนะ การรวบรวมขยะมูลฝอย การขนถ่าย และการขนส่ง การแปลงรูปของขยะมูลฝอย โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดในทางสุขอนามัย ทัศนียภาพ เศรษฐศาสตร์ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการยอมรับของสังคม ขยะหลายชนิดที่เรา ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-02-27 00:45:19 การจัดการขยะคือการพัฒนาคน info.php?info_id=1651 การท างานเชิงยุทธศาสตร์ ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-02-07 07:00:30 การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย กรณีศึกษา info.php?info_id=1650 ชื่อเรื่อง (ไทย) : การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย กรณีศึกษา แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านปราสาท อ าเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ชื่อเรื่อง (อังกฤษ) : The Development of Tourist Attraction Towards to Healthy Community : A case study of prasart Heritage and Cultural Tourist Attraction, Nakornratchasima Province ชื่อผู้วิจัย : นางสุวรรณ แช่มชูกลิ่น และคณะ สถานที่ท างานปัจจุบัน ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา 081-8776281 บทคัดย่อ (ไทย) การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติการ ร่วมกับการวิจัยแบบส ารวจวิเคราะห์มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ด้านสาธารณสุขของแหล่งท่องเที่ยว สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์การบริหารส่วนต าบลในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สู่แนวทางการจัดท ามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวปลอดโรค ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์รูปแบบโฮมสเตย์ ศึกษาในระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2549 โดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์การบริหารส่วนต าบลในพื้นที่หมู่ 7,17 ต าบลธารปราสาท อ าเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ระดับชุมชนเก็บข้อมูลทั่วไปและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของหมู่ 7,17 ระดับครัวเรือนเก็บข้อมูลตามมาตรฐานด้านที่พักและด้านอาหารปลอดภัย ของบ้านพักโฮมสเตย์ จ านวน 31 หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ 86.1 ของสมาชิกทั้งหมด เฉพาะมาตรฐานด้านที่พักเก็บเพิ่มกลุ่มตัวอย่างบ้านข้างเคียงอีก 31 หลังคาเรือน ทั้งหมดเก็บข้อมูลอีกครั้งภายหลังด าเนินกิจกรรมจัดเวทีประชาคมและการจัดการความรู้แก่ชุมชน จากนั้นประเมินผลการด าเนินงานโดยวัดระดับสุขภาพจิตชุมชนจากบ้านสมาชิกและไม่ใช่สมาชิกโฮมสเตย์และวัดความพึงพอใจนักท่องเที่ยว ที่มีการพักแรมในช่วงเก็บข้อมูลทั้ง 2 ระยะ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ผลการศึกษาพบว่าแหล่งท่องเที่ยวมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ระดับชุมชน ได้แก่ การจัดการมูลฝอย ส้วมแหล่งท่องเที่ยว การป้องกันควบคุมสัตว์เลี้ยง ยกเว้นค่าลูกน ้ายุงลาย และร้านอาหารที่ยังคงไม่ผ่านมาตรฐาน ส่วนในระดับครัวเรือนโดยเฉพาะบ้านพักโฮมสเตย์ มีการเปลี่ยนแปลงตามมาตรฐานด้านที่พักแบ่งเป็นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม/ความปลอดภัย มีการปฏิบัติได้เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 83.87 ,ด้านสุขภาวะในครอบครัว ปฏิบัติได้เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 25.8 และมาตรฐานด้านอาหารปลอดภัยปฏิบัติเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 58.06 ส าหรับการประเมินผลโดยวัดระดับสุขภาพจิตชุมชน ร้อยละ 30 ของหลังคาเรือนทั้งหมดพบว่า ระยะหลังชุมชน มีระดับสุขภาพจิตดีกว่าปกติ เพิ่มเป็นร้อยละ 61.29 ส่วนการจัดความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว โดยวัดประเด็นหลัก 7 ด้าน 41 ประเด็นย่อยพบว่า ภายหลังด าเนินการมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้น 29 เรื่อง โดยสรุปรูปแบบการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัยประเภทเชิงอนุรักษ์รูปแบบโฮมสเตย์ ต้องเน้นสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคู่กับการบูรณาการงานสาธารณสุขระดับพื้นที่อย่างมีมาตรฐานปลอดโรคที่แท้จริงต่อไปบทคัดย่อ(อังกฤษ) The purpose of this action research was to study about health problems of Prasart Heritage and Cultural tourist attraction and solve them by process of stakeholders participation Two villages were selected and data were collected by questionnaires 2 time, before and after stakeholders meeting during January - September 2006, Data were analyzed by descriptive statistics such as percentage, mean and standard diviation. The results showed that community had improved about garbage control, toilet management and domestic animal control except for Aedes Aegypti larva control and food safety expecially clean food good taste standard that still below standard level. Home stay place also improved about environment, family hygiene and food safety at 83.37% 25.8% and 58.06% respectively. About 61.29% of Community had mental health status better than other communities. Satisfaction of visitors was improved in 29 topics from 41 topics. Based on the finding of this study, participation of stakeholders with integration of all health work into community level could develope and improve health conditions of this tourist attraction towards to Healthy Community in the future บทน า สืบเนื่องจากศูนย์วิชาการเขตการสาธารณสุขที่ 13 ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานสาธารณสุข 6 หน่วยงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ ส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์นครราชสีมา ศูนย์สุขภาพจิตที่ 5 โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 4 และศูนย์อนามัยที่ 5 ได้ก าหนดกรอบแนวทางการด าเนินงานด้านสาธารณสุขเชิงบูรณาการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดที่ 13 1 โดยที่จังหวัดนครราชสีมาได้ก าหนดยุทธศาสตร์ ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-02-07 06:55:17 การพัฒนาการดำเนินงานเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ โดยกระบวนการตามยุทธศาสตร์กฏบัตรกรุงเทพ info.php?info_id=1649 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-02-07 06:45:21 รวมใจลดโลกร้อน ป้องกันภัยพิบัติ info.php?info_id=1642 ขุมทรัพย์ความรู้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2012-01-24 18:15:29