กรมอนามัย เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
ชมกลิ่น pasana
 
กรมอนามัย
 
 

Archives
 
· ธันวาคม 2554 (1)
· มกราคม 2555 (11)
 

Home /บทเรียนจากมหาอุทกภัย
บทเรียนจากมหาอุทกภัย โดยนัยนา ใช้เทียมวงศ์
1703 views / 0 ความคิดเห็น 09/ม.ค./55 13:49

          ในฐานะที่เป็นรับผิดชอบดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และก็เกือบจะเป็นผู้ประสบภัย ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดูอะไรๆ จะมั่วไปหมด หลังจากการประชุมเพื่อเตรียมการฯ ก็ได้รับคำสั่งจัดทีมคณะทำงานออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งในระยะแรกนี้ ขอคณะทำงานที่เป็นผู้ชาย สับสนมาก จัดทีมอยาก เนื่องจากเราไม่ใช่ผู้บริหารจะไปสั่งการใครได้ และบุคลากรของเราก็เหลือน้อยเต็มที (บ้านน้ำท่วมกันหมด) เหลือที่สามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะนี้ได้เพียงไม่กี่คน รถยนต์ของเราก็เป็นรถตู้ไม่พร้อมที่จะลุยน้ำ ไม่มีชูชีพ ไม่มีรองเท้าบูท จึงตัดสินใจจัดทีมคณะทำงานเท่าที่จะจัดการได้ และก็แจ้งกับทุกคนว่า ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้พิจารณาระดับ ความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตของตนเองด้วย ถ้าเสี่ยงมากก็ไม่ต้องไป ให้กลับมาคิดหาวิธีการที่ดีกว่าก่อน สามารถจัดคณะทำงานไปร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ รวม 8 ทีม
          ตัวเองก็เกือบเป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่บ้านน้ำท่วมว่าเป็นอย่างไร ในวันที่น้ำขึ้นสูงสุด ทำให้น้ำก็เอ่อล้นทางท่อระบายน้ำเข้ามาในบ้าน 1 วัน ซึ่งขณะนั้นตนเองต้องมาทำงาน มีเพียงน้องสาวที่หยุดงานและอยู่ดูแลบ้าน โชคดีที่มีคุณภาคภูมิ ไปช่วยกั้นกระสอบทรายในบ้านช่วงเย็นหลังเลิกงาน น้ำท่วมบ้านแค่เพียงวันเดียว เป็นแบบน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งไม่สร้างปัญหามากนัก ช่วงที่ติดตามข่าว น้ำท่วมบ้านนั้นมันสองจิตสองใจ พะว้าพะวัง งานก็ต้องทำ บ้านก็ห่วง ถ้าเราไม่เก็บของแล้วน้ำท่วมมาเสียหายเราก็ต้องมาตามแก้ไขอีก ถ้าเราเก็บของแล้วน้ำไม่ท่วมก็เสียเวลาอีก แต่ก็ทยอยเก็บเรื่อยๆ ตามที่เวลามี การเดินทางมาทำงานก็เริ่มลำบากมากขึ้น แต่ละวันใช้เส้นทางมาทำงานไม่เคยซ้ำ ต้องคอยสอบถามตลอดเวลาว่าวันนี้รถจะแล่นไปทางไหน สิ้นสุดระยะทางที่ไหน แล้วก็ต่อระไปเรื่อยๆ และปัญหาที่ทำให้หนักใจมากที่สุดคือการเกลี้ยกล่อมให้ผู้สูงอายุยอมอพยพย้ายที่อยู่ชั่วคราวไปที่อื่นที่ปลอดภัย เพราะทุกคนจะห่วงบ้าน ไม่อยากเปลี่ยนที่อยู่ แต่ก็สามารถเจรจาจนได้ผลเรียบร้อยไป
          ระยะต่อๆ มา ก็มาทำงานทุกวัน เพราะไม่มีคนมาทำงาน คอยช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหน้าที่ ประสานงาน ก็มีหน้าที่หลายอย่างหลายกระบวนการ ได้แก่
          - การรับคำสั่งผู้บริหาร ให้ดำเนินการจัดหาสิ่งสนับสนุน การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่เกี่ยวข้อง กับสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การวางแผนปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย การวางแผนปฏิบัติงาน ในศูนย์พักพิง การจัดหางบประมาณสำหรับคณะทำงาน การดูแลสวัสดิภาพคนทำงาน การบริหารคน และอื่นๆ
          - การหาช่องทาง แนวทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล/ความรู้ทางวิชาการ ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ที่เหมาะสมกับสภาวการณ์
          - การประสานหน่วยงาน/ภาคีเครือข่าย ร่วมดำเนินงาน เช่น กรมควบคุมโรค สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ
          - การทำงานตามการร้องขอของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
          การจัดการปัญหาในระยะนี้ ก็ดำเนินการและแก้ไขปัญหาไปตามสถานการณ์ในแต่ละครั้ง แต่ละวัน และแต่ละสถานที่ ซึ่งก็มีทั้งปัญหา อุปสรรค และคำแนะนำในการดำเนินการ ที่ได้พบ เช่น
          - ในพื้นที่ประสบภัย หรือพื้นที่ที่ไม่ใช้ศูนย์พักพิงฯ ได้กำหนดแผนไว้ว่าจะไม่ทำการเฝ้าระวังโดยการเก็บตัวอย่างอาหารและน้ำ เพราะส่วนมากอาหารและน้ำ จะได้รับมาจากการบริจาค และแจกจ่ายหมดในระยะเวลาไม่นาน แต่ผู้บริหารต้องการให้เก็บตัวอย่าง ก็ต้องทำตามนโยบาย
          - ในบางพื้นที่เป็นพื้นที่ที่ยังไม่พร้อมที่จะรับการตรวจเยี่ยมของผู้บริหาร/ผู้ใหญ่ แต่เป็น ความประสงค์ก็ต้องมีการไปเตรียมการล่วงหน้า ไปจัดระบบประสานงานและจัดเตรียมสถานที่แจกผ้ากันเปื้อน ถุงมือและอื่นๆ (บางครั้งบางสถานที่ก็เข้าใจเรา ได้รับความร่วมมือที่ดี และก็มี อีกหลายๆ ที่ที่ต้องประสาน/เจรจากว่าจะเข้าใจ)
          - ผู้บริหารสั่งการที่ไม่ชัดเจน ไม่แน่นอน (การสื่อสารต่างระดับ) ทำให้ทำงานได้ไม่ตรง/ไม่เหมาะสมกับความต้องการ และเรียกประชุมบ่อยมาก จนบางครั้งทำงานไม่ทัน
          - ในศูนย์พักพิงฯ มีปัญหามากมาย วุ่นวาย ไม่มีการ Screen คนและโรค ก่อนรับคนเข้าพักพิง ผู้อพยพไม่ช่วยกันทำงาน
          - อาหารที่ผู้ประสบภัยได้รับบริจาค บูด/เสีย ทานไม่ได้
          - การร้องขอการสนับสนุนจากหน่วยงาน นอกกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บริหารที่ต้องให้การสนับสนุน ก็ต้องพิจารณาเลือกคนที่จะไปปฏิบัติงานในสถานที่นั้นๆ ที่มีความรู้ ความสามารถ มีวุฒิภาวะและการตัดสินใจที่ดี ประสานงานได้อย่างไม่มีปัญหา
          บทเรียนที่ได้รับจากการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
          1. ได้มีประสบการณ์ในการเตรียมความพร้อม สำหรับภาวะวิกฤติต่างๆ และทราบว่ามีอะไรบ้าง ที่ต้องเตรียม และเข้าใจวิธีการบริหารจัดการระบบมากขึ้น
          2. ในการประสานงานเพื่อปฏิบัติงาน ทำให้ได้รู้จักคนมากขึ้น ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน
          3. ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการดูแลสภาพจิตใจของคนทำงาน
          4. การสื่อสารต่างระดับ การสั่งการ และการบริหารจัดการ ต้องชัดเจน แม่นยำ สามารถปฏิบัติได้ และมีกระบวนการที่เป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการดำเนินการ
          5. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อสาธารณะต่างๆ เป็นช่องทางสำคัญที่จะสามารถให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง เช่น สื่อ TV วิทยุ หนังสือพิมพ์ เอกสาร/สิ่งพิมพ์ และสื่อบุคคล
          6. ความพร้อมของยานพาหนะ วัสดุ/อุปกรณ์ และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน เป็นองค์ประกอบ ที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่
          ขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ความมีน้ำใจ และความเสียสละของทุกคน และหวังหว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีในการปฏิบัติงานอื่นๆ ต่อไป
 
Facebook

คะแนน: 0     1703 views / 0 ความคิดเห็น โดย pasana -
09/ม.ค./55 13:49



กลุ่มบล็อก
 
· บทเรียนจากมหาอุทกภัย
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
 



สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ 1,128,673 คน
กรมอนามัย