สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ชมกลิ่น pasana
 
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
 
 

Archives
 
· ธันวาคม 2554 (1)
· มกราคม 2555 (11)
 

Home /บทเรียนจากมหาอุทกภัย
บทเรียนจากมหาอุทกภัย โดยนัยนา หาญวโรดม
1251 views / 0 ความคิดเห็น 09/ม.ค./55 13:44

          ในฐานะที่เป็นผู้โชคดี ไม่ประสบกับอุทกภัย เพราะบ้านอยู่ใกล้กระทรวงฯ ก็ติดตามข่าวสาร จากสื่อต่างๆ และรับฟังข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด ระยะแรกๆ ที่น้ำเริ่มท่วม หลายๆ คนในที่ทำงานก็เริ่มต้องหยุดงานกัน เพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้านบ้าง หนีน้ำบ้าง หาที่อยู่ใหม่บ้าง ส่วนตัวนั้นไม่ได้ประสบปัญหา ก็มาทำงานทุกวัน ในช่วงที่รัฐบาลประกาศให้หยุดงาน 5 วัน คนมาทำงานน้อยมาก แล้วตัวเองก็มีงานติดพันที่ต้องทำ เลยมาทำงานทุกวัน ถ้าเพื่อนร่วมงานหรือน้องๆ ขอความช่วยเหลือก็จะไปช่วยทุกที่ ยินดีทำทุกงาน ที่ได้รับมอบหมาย (อารมณ์นั้นอยากทำงาน) สำหรับตัวเองยังไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานในภาวะฉุกเฉินหรือสาธารณภัยใดๆ
          มหาอุทกภัยครั้งนี้ ได้มีโอกาสไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงราชมังคลากีฬาสถาน ตั้งแต่วันที่ 2 ที่เริ่มเปิดศูนย์ฯ จึงได้เห็นสภาพความวุ่นวายของการรับคน การจัดคนเข้าพัก การดูแลอาหาร น้ำบริโภค น้ำใช้ การทำทะเบียน และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่มีความพร้อม ไม่มีการเตรียมการ คาดว่า ผู้ที่ถูกสั่งให้ตั้งศูนย์พักพิงฯ ก็ไม่มีเวลาในการเตรียมการ จึงทำให้ทุกอย่างดูวุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบ แม้กระทั่งในช่วงเวลาที่ต้อง ไปร่วมดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพอาหารและน้ำ ก็ยังดูวุ่นวายอยู่ เวลาพบปัญหาที่ต้องการประสานงาน เพื่อการแก้ไข ไม่รู้จะไปติดต่อใคร ได้แต่เพียงถามไปเรื่อยๆ แก้ไปเป็นเรื่องๆ จนไม่สามารถแก้ไขไปที่ต้นเหตุของเรื่องได้ เช่น พบปัญหาน้ำบริโภคจากเครื่องกรองน้ำที่ได้รับบริจาคในศูนย์พักพิงฯ มีโคลิฟอร์มแบคทีเรียปนเปื้อน สาเหตุมาจากเครื่องกรองน้ำที่ไม่สะอาด ต้องแก้ไขโดยการล้างเครื่องกรองน้ำ และเปลี่ยนไส้กรอง แต่สอบถามอาสาสมัครก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหลักที่ดูแล จึงต้องแก้ปัญหาโดยการสอนให้อาสาสมัครล้างเครื่องกรองน้ำที่ถูกต้อง ไม่สามารถจะเปลี่ยนไส้กรองได้ หรือกรณี ตรวจไม่พบคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำจากถังน้ำขนาด 2,000 ลิตร ที่ได้รับบริจาคมาและมีผู้มาติดตั้งบริเวณหน้าศูนย์พักพิงฯ ที่ทุกวันจะมีการนำ น้ำมาเติมให้เพียงพอกับความต้องการใช้ก็แก้ปัญหาโดยการเติมคลอรีนในปริมาณที่เหมาะสม ตามอัตราส่วน ไม่สามารถสืบหาแหล่งผลิตน้ำที่นำมาเติมทุกวัน หรือผู้รับผิดชอบนำน้ำมาเติมได้ ในส่วนของครัวที่ประกอบอาหารสำหรับผู้ประสบภัยก็เช่นเดียวกัน ส่วนมากทุกคนที่มาคือจิตอาสาบางคน ไม่มีความรู้ในเรื่องสุขลักษณะสถานที่ปรุงอาหาร นั่งเตรียม-ปรุงอาหารกับพื้น ไม่มีการใช้ถุงมือ ไม่สวมผ้ากันเปื้อน สภาพที่ล้างภาชนะและอาหารสด ก็ปะปนกัน เฉอะแฉะ มีเศษอาหารตกค้าง จึงได้ให้คำแนะนำแก่อาสาสมัคร ช่วยกันจัดหาและสนับสนุนวัสดุ/อุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสม รวมถึงปรับปรุงสภาพสถานที่ปรุง ประกอบ อาหารให้ถูกสุขลักษณะมากยิ่งขึ้น
          การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะแรกๆ ทุกอย่างเร่งด่วน ไม่มีการเตรียมตัว เหมือนกับได้รับคำสั่ง ให้ร่วมทีม ก็จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และขนของขึ้นรถ แล้วบุกไปตายเอาดาบหน้า ไม่รู้ว่าเส้นทางที่จะไป เป็นอย่างไร จะไปพบใคร ต้องเตรียมอะไร ไปบ้างหรือประชาชนที่เดือดร้อนต้องการอะไร หัวหน้าทีม(ผู้นำ) ว่าอย่างไรก็ทำตามไปอย่างนั้น ไม่มีการประสานงานที่ชัดเจน
          ระยะต่อมา ด้วยสภาพปัญหาน้ำท่วมเริ่มเพิ่มความรุนแรงขึ้น จำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานก็น้อย ผู้บริหารจึงได้สั่งการให้ตั้งเป็นรูปแบบคณะทำงาน เพื่อจะได้มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระงานของผู้ที่รับผิดชอบเดิมไปบ้าง ลักษณะงานก็จะมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย (ภาวะฉุกเฉิน) การปฏิบัติในงานจุดที่มีผู้พักอาศัยชั่วคราวตามพื้นที่ประสบภัย และการปฏิบัติงานในศูนย์พักพิงชั่วคราว ตนเองได้มีส่วนรับผิดชอบดูแลจัดหาน้ำดื่มน้ำใช้สำหรับผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงกระทรวงสาธารณสุข เริ่มตั้งแต่ การเตรียมการ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ รับผิดชอบจัดหาน้ำบริโภค สำหรับผู้ประสบภัยที่จะมาพักพิงฯ เมื่อต้องเริ่มดำเนินการความวุ่นวายก็เกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การประสานการประปา เพื่อจัดหาจัดเตรียมน้ำสะอาดและจุดบริการจ่ายน้ำ ประสานงานกับเจ้าของสถานที่ (ผู้ดูแลศูนย์กีฬา) ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตั้งก๊อกน้ำ ไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เรื่องของสถานที่ตั้งถังน้ำขนาดใหญ่ไม่เหมาะสม ไกลจากแหล่งจ่ายน้ำ ต้องย้ายไปมาหลายรอบกว่าจะลงตัว แต่พอจัดการได้เรียบร้อยก็ได้รับทราบว่า ที่ทำไปนั้นไม่ถูกต้อง สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย รับผิดชอบเฉพาะเรื่องน้ำใช้ ไม่ต้องรับผิดชอบจัดหาน้ำดื่ม (น้ำดื่มเป็นความรับผิดชอบของ อย.) ทำไปหมดแล้วแต่มันผิดวัตถุประสงค์ทั้งหมดเลย ก็ปรับสถานการณ์ใหม่ดัดแปลงเอาสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไปเป็นน้ำใช้ สรุปแล้วกิจกรรมการเตรียมการในส่วนนี้ ทำให้เสียเวลา งบประมาณ เสียเงิน แต่ผลที่ออกมาที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ก็เพราะกับสั่งการ และการ รับฟังข้อมูลข่าวสารที่ไม่ชัดเจน ไม่แน่นอนในการดเนินการต่างๆ เรื่องของเครือข่ายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก รวมถึงเราต้องใช้สหวิชาการ ทุกสาขา ทุกเรื่องเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้งานสำเร็จ
          ระบบการจัดการในศูนย์พักพิงกระทรวงสาธารณสุข มีการแบ่งหน้าที่ที่ค่อนข้างชัดเจน มีผู้รับผิดชอบแต่ละเรื่อง มีการเตรียมการ มีการจัดเตรียมคู่มือ ข้อกำหนด/กติกาการเข้าพักอาศัย และเตรียมการ ได้ครอบคลุมความจำเป็น ทั้งเรื่องของที่พัก น้ำกิน/น้ำใช้ อาหาร สันทนาการ และอื่นๆ สำหรับเรื่องของอาหารสำหรับผู้พักพิงในศูนย์ฯ โรงพยาบาลศรีธัญญา รับเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ทีมสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ โดยคุณนัยนา ใช้เทียมวงศ์ และคุณอรสา เลิศสุโภชวณิชย์ ก็ได้ร่วมกันไปเตรียมการตรวจแนะนำ ครัวของโรงพยาบาลที่ใช้เป็นสถานที่ปรุงอาหาร และให้ความรู้กับผู้ปรุง ประกอบอาหาร (ก่อนที่จะเปิดศูนย์ พักพิงฯ)
          หลังจากศูนย์พักพิงฯ เปิดรับผู้ประสบภัยอย่างเป็นทางการ ก็ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพอาหารและน้ำบริโภค ทุกวัน ในระยะแรกๆ เก็บตัวอย่างอาหารและน้ำทุกมื้อ ระยะต่อมาเมื่อระบบเริ่มเข้าที่ และไม่พบปัญหาผู้อพยพเจ็บป่วยด้วยโรคอาหารและน้ำเป็นสื่อ จึงปรับระบบการเฝ้าระวังเป็นเก็บตัวอย่างอาหารและน้ำ เพียงมื้อกลางวันเท่านั้น ทำเช่นนี้จนกระทั่งปิดศูนย์พักพิงฯ จากการที่ได้รับผิดชอบหน้าที่ ดูแลศูนย์พักพิงฯ ในส่วนของสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ทำให้ได้รู้ว่า จริงๆ แล้วในภาวะวิกฤติ งานวิชาการ นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เป็นเพียงองค์ความรู้ทางวิชาการที่จะนำมาสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในได้รับการดูแลด้านอาหาร น้ำ และอนามัยที่แวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ และสะอาดปลอดภัย แต่ภารกิจที่สำคัญคือเรื่องของการประสานงาน การมีสัมพันธภาพที่ดีกับภาคีเครือข่าย การรู้จักประยุกต์ใช้ สหวิชาการกับการแก้ปัญหาฯ
          สำหรับปัญหาของศูนย์พักพิงฯ ที่พบในระยะแรกๆ คือขยะที่มีปริมาณเยอะมากในแต่ละวัน ซึ่งขยะส่วนใหญ่จะมาจากกล่องโฟมที่ใช้บรรจุอาหาร ต่อมาก็ได้ปรับการจัดการโดยไปซื้อจาน/ชามเมลามีน และช้อนสแตนเลส มาแจกให้กับผู้ประสบภัยคนละชุด เพื่อให้แต่ละคนรับผิดชอบของตัวเองและเป็นการลดปริมาณขยะที่ได้ผลดี เนื่องมาจากที่ศูนย์พักพิงฯ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเก็บขยะเพียง 1 คน (เห็นใจมาก เพราะทำงานคนเดียว ไม่เคยปริปากบ่น) อีกส่วนหนึ่งที่ที่พบปัญหาในระยะแรกๆ คือการจัดบริการอาหาร แม่ครัว จากโรงพยาบาลศรีธัญญา เป็นบุคลากรอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าเห็นใจ ต้องทำงานแต่เช้ามืด (ประมาณตีสี่) และ ไม่มีวันหยุด เพื่อปรุงอาหารมาให้บริการในศูนย์พักพิง และเมื่อมาถึงก็จะพบว่า ในช่วงแรกยังขาดระบบในการจัดคิวรับอาหาร ดูวุ่นวายมาก ต่อมาจึงดำเนินการจัดระบบใหม่ โดยจัดให้มีอาสาสมัครผู้ประสบภัย เวียนกันไป ช่วยแม่ครัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ปรุง ประกอบอาหาร และจัดระบบคิวการรับอาหาร โดยจะเรียงลำดับ จากเด็ก ผู้สูงอายุ และวัยรุ่น/วัยทำงาน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์พักพิงฯ คอยถือโทรโข่ง ประชาสัมพันธ์ เรื่องต่างๆ ตลอดเวลา
          นอกจากภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยตามศูนย์พักพิงฯ ต่างๆ แล้ว ยังมีอีกภารกิจหนึ่งที่ดูจะเป็นเรื่องที่วุ่นวายพอๆ กับภารกิจที่กล่าวมาข้างต้น คือเรื่องของการให้ข่าว หรือการเตรียมเนื้อหาทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะวิกฤติ เพื่อรองรับการสอบถามข้อมูลจากสื่อต่างๆ ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งในภารกิจนี้ นอกจากจะต้องใช้เวลาในการสืบคืนข้อมูล ประมวล และวิเคราะห์ให้ดีแล้ว ยังต้องมาเรียบเรียงภาษาให้เหมาะสมสำหรับการเผยแพร่ด้วย และภารกิจหลักของกลุ่มวิจัยและพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค อีกประการหนึ่งคือ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาในช่วงอุทกภัย ต้องจัดทีมออกไปเก็บตัวอย่างน้ำประปา ในเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ประสบภัยทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและใช้เป็นข้อมูลรายงานผู้บริหาร
          บทเรียนที่ได้รับจากอุทกภัยในครั้งนี้
          1. การปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน เราต้องมีสติ และมีการเตรียมความพร้อม เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ทางวิชาการ อุปกรณ์/เครื่องมือเครื่องใช้ อาหารและน้ำ งบประมาณ การบริหารจัดการการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจสั่งการของผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาระบบการบริหารจัดการของรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในส่วนความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐยังไม่ดีพอ จึงทำให้เกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตรงจุด และทันเวลา
          2. การจัดตั้งศูนย์พักพิงฯ หรือศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นภารกิจสำคัญเพราะเป็นเรื่อง ที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก จะต้องมีการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ และเตรียมการพอสมควร การแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำหรับการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน การแย่งงานกันทำและเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยสามารถดำเนินการได้อย่างดี มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกพื้นที่
          3. สื่อ On-line มีประโยชน์มากในภาวะฉุกเฉิน ไม่ว่าเป็นช่องทางในการสืบค้นข้อมูล และ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต้องให้สาธารณะรับทราบ และนำไปประมวลวิเคราะห์ เพื่อจัดการปัญหาที่ประสบ แต่ในอีกมุมหนึ่ง การเสพสื่อมากๆ ก็ทำให้สับสนและเครียดได้เหมือนกันเพราะมีหลายคนเครียดจัด เนื่องจากติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจากสื่อตลอดเวลา
          4. ได้เห็นพลังสังคม ความมีน้ำใจและความเห็นแก่ตัวของคนไทย (สังคมมีความห่วงใย ห่วงหาอาทรซึ่งกันและกัน) ควบคู่กันไป มีหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มที่เป็นผู้มีจิตใจดี มีน้ำใจและตั้งใจช่วยเหลือคนอื่นอย่างจริงจัง (มีทั้งจิตใจ ความรู้ กำลัง ความสามารถ ข้อมูล และงบประมาณ) และ ก็มีอีกหลายๆ กลุ่ม หลายๆ คน ที่แล้งน้ำใจ เห็นแก่ตัว ไม่คิดที่จะช่วยเหลือคนอื่น และยังหวัง ที่จะเอาประโยชน์บนความทุกข์ของคนอื่น
          5. เห็นภาพความไม่เป็นธรรมของสังคม การเลือกปฏิบัติ บางพื้นที่ปล่อยให้น้ำท่วม แต่ปกป้อง บางพื้นที่
          6. การให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานภาครัฐ ต้องให้ข้อมูลที่เป็นความจริงและมากพอที่ประชาชนจะนำไปใช้ประกอบ การตัดสินใจ อย่าให้ข้อมูลที่เลื่อนลอย ไม่มีมูลความจริง และไม่ครบถ้วน
          7. จากประสบการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ โดยความเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่า จะเป็นบทเรียนให้หลายๆ คน หลายๆ ครอบครัว เปลี่ยนทัศนะคติ จากการสะสม มาเป็นสมถะ คือไม่สะสมของที่ไม่จำเป็น และเลือกใช้ของที่เก็บง่าย ขนาดไม่ใหญ่มาก และเคลื่อนย้ายได้ง่าย
          8. หลังจากน้ำลดแล้ว คาดว่า ปัญหาที่จะพบในอนาคตอันใกล้ คือปัญหาการอุดตันของท่อระบายน้ำ ที่อาจจะมีเศษทรายที่รั่วออกมาจากถุงทรายที่ประชาชนใช้ก่อเพื่อกั้นน้ำ ซึ่งจะเกิดการอุดตัน ของท่อระบายน้ำ ดังนั้น ก่อนที่ปัญหาจะเกิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งหาทางป้องกันและแก้ไขให้เรียบร้อย
          9. มีกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย คือ SCG Model ซึ่งมีกระบวนการ ขั้นตอนที่ควรศึกษา ถ้าใครสนใจ ลองไปหาอ่านดูใน Website ก็ได้ เพื่อจะเป็นข้อมูลนำเข้าในโอกาสที่เกิดภาวะสาธารณภัยในอนาคต
Facebook

คะแนน: 0     1251 views / 0 ความคิดเห็น โดย pasana
09/ม.ค./55 13:44



กลุ่มบล็อก
 
· บทเรียนจากมหาอุทกภัย
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· ouan@foodsan
 



สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ 4,057 คน
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย