สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ชมกลิ่น pasana
 
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
 
 

Archives
 
· ธันวาคม 2554 (1)
· มกราคม 2555 (11)
 

Home /บทเรียนจากมหาอุทกภัย
บทเรียนจากมหาอุทกภัย โดยลลนา ทองแท้
1145 views / 0 ความคิดเห็น 09/ม.ค./55 13:40

          ฟังข่าว แล้วก็ดูข่าวจากทุกสื่อ ทุกวัน ในช่วงที่น้ำเริมท่วมจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ก็คาดว่าที่บ้านน้ำจะไม่ท่วม แต่ก็ไม่ประมาท เตรียมการป้องกันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน 2554 โดยการค่อยๆ เก็บของใช้ต่างๆ ขึ้นชั้น 2 และที่สูง พอน้ำเริ่มท่วมขยายพื้นที่ใกล้บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีเข้ามาเรื่อยๆ ก็เริ่มเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ โดยการคอยสังเกตระดับน้ำด้านหลังหมู่บ้านเรื่อยๆ แล้วก็เตรียมการป้องกันบ้านด้วยการทำผนังกั้นน้ำเข้าบ้าน ตั้งใจจะใช้อิฐบล็อก แต่พอไปซื้อที่ร้านวัสดุก่อสร้างหลายๆ ร้าน อิฐบล็อกไม่มีขาย จึงต้องใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐบล็อก ใช้ดินน้ำมันอุดท่อระบายน้ำ และอุดรูต่างๆ ในบริเวณบ้าน รวมถึงนำกระสอบทรายมาอุดคอห่านในห้องน้ำ นอกจากนั้นยังได้ไปช่วยสมาชิกในหมู่บ้านกรอกทรายใส่กระสอบ เพื่อเตรียมการป้องกันหมู่บ้านด้วย ช่วงที่น้ำยังไม่ท่วมก็ปฏิบัติอย่างนี้มาตลอด แล้วก็ติดตามข่าวตลอดเวลา
          กระทั่ง สัปดาห์ต้นเดือนตุลาคม 2554 คนในหมู่บ้านที่ทำงานโรงงาน ต้องหยุดงาน เพราะที่ทำงานน้ำท่วม และมาแจ้งข่าวว่า น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมแถบพระนครศรีอยุธยา และลุกลามมาบริเวณใกล้ๆ โรงงานแถวหมู่บ้านแล้ว ที่แปลกใจคือ คนในหมู่บ้านที่เตรียมตัวป้องกันและเตรียมการหนีน้ำ มีเพียง 2 หลัง คือ บ้านเรากับเพื่อนบ้านอีก 1 ครอบครัว และคนที่เหลือกลับมองพวกเราแบบขำๆ เหมือนเราเป็นกระต่ายตื่นตูม เราไปเตือนก็ไม่เชื่อ
          ในช่วงนี้ได้เตรียมการหาที่พักชั่วคราวที่ใกล้กระทรวงฯ และสำรวจความพร้อมของเครื่องใช้ในห้องพัก เพื่อจัดเตรียมและจัดซื้อมาเพิ่มเติม เนื่องจากสามีต้องทำงานทุกวัน ถ้าจะหยุดงานต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และการเดินทางมาทำงานเริ่มลำบากมากขึ้น ต้องเปลี่ยนเส้นทางทุกวัน เปลี่ยนไปตามสภาพปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ยังดำเนินชีวิตปกติ มาทำงาน-กลับบ้าน-เฝ้าระวังน้ำ-ติดตามข่าว แต่มีข่าวว่า ลาดหลุมแก้วไม่สามารถรองรับน้ำได้แล้ว (แตกแล้ว) จึงเตรียมจัดกระเป๋าและของใช้จำเป็นใส่รถ และโทรศัพท์แจ้งผู้รับผิดชอบหอพักว่าจะเข้าพัก (ได้แจ้งกับทางเจ้าของหอพักไว้ล่างหน้าแล้วว่าจะเดินทางเข้าพักวันที่ 16 ตุลาคม 2554)
          6 โมงเย็นของวันที่ 14 ตุลาคม 2554 เดินทางออกจากบ้านเพื่อย้ายมาอาศัยยังที่พักชั่วคราว เป็นหอพักใกล้กระทรวงฯ ด้านซอยอัคนี แต่ด้วยปัญหาน้ำท่วมถนน จึงทำให้การเดินทางยากลำบาก และ ใช้เวลานานมา กว่าจะถึงหอพักก็ 4 ทุ่มกว่า
          วันที่ 15 ตุลาคม 2554 กลับเข้าไปที่บ้านอีกครั้ง เนื่องจากของใช้จำเป็นที่เตรียมไว้ไม่พอ โดยต้องโดยสารรถเมล์ที่ต้องขับฝ่าน้ำไปให้ถึงจุดหมายของผู้โดยสารทุกคน ขากลับก็ต้องโดยสารรถเมล์เหมือนเดิม ในขณะที่ระดับน้ำเริ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญมีของใช้ที่ต้องนำติดตามมาถึง 4 กระเป๋า ระหว่างทางเครียดมาก กลัวไปหมด กลัวเข้าบ้านไม่ได้ และกลัวกลับออกมาจากบ้านไม่ได้ กลัวไม่มีรถโดยสาร
          จากนั้น ก็ใช้ชีวิตปกติอยู่ที่หอพัก และได้มาช่วยพี่ๆ ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่เกี่ยงว่าพี่ๆ จะให้ทำงานอะไร ที่ไหน เพราะคิดว่าตัวเองไม่ลำบาก อะไรที่สามารถช่วยผู้อื่นได้ก็ทำ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายส่วนมากจะเป็นเรื่องของการเฝ้าระวังด้านอาหารและน้ำ การสำรวจและให้คำแนะนำ ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ แก่อาสาสมัคร และผู้ประสบภัย ในศูนย์พักพิงราชมังคลากีฬาสถาน ที่นั่น ก็ได้เห็นอะไรมากมาย ทั้งสิ่งดีๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ และสภาพปัญหา
          ในการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้เห็นความตั้งใจและความมีน้ำใจของอาสาสมัคร ที่มาช่วยกันดูแล อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้ประสบภัย พอนานๆ เข้า อาสาสมัครก็เริ่มเครียด เนื่องจากทุกคน มาจากหลายที่ มีทั้งคนที่มาสั่ง คนถูกสั่ง และที่สำคัญผู้อพยพหรือผู้ประสบภัย ไม่ช่วยเหลือตัวเอง ไม่มีน้ำใจช่วยเหลืออาสาสมัคร คอยแต่จะเป็นผู้รับบริการอย่างเดียว ก็ดำเนินการตามหน้าที่ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลืออาสาสมัครในการปรับปรุงสถานที่ปรุงอาหารให้เหมาะสม และถูกสุขลักษณะเท่าที่จะทำได้ และจัดหาวัสดุอุปกรณ์ได้
           ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้าน 1 ครั้งในระหว่างน้ำท่วม เดินทางไปพร้อมกับพี่เพลินจิตต์ ระหว่าง การเดินทางก็ลุ้นไปตลอดว่ารถของเราจะผ่านไปได้หรือเปล่า เพราะระดับน้ำบนถนนสูงมากเป็นระยะๆ จะมีพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่สูงมากเป็นบางช่วง บางทีก็ท้อถึงขั้นชวนกันกลับก่อนที่จะถึงบ้านก็มี เพราะไม่รู้ว่า ต่อไปข้างหน้าจะไปได้ถึงแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เดินทางไปจนถึงบ้าน พอเห็นสภาพบ้านเหมือนจะเป็นลม สภาพที่เห็นคือ กำแพง ที่กั้นน้ำไว้ มันไม่น่าจะเป็นการกั้นน้ำเข้าแล้วละ สมควรเป็นการกั้นน้ำไม่ให้ ออกจากบ้านมากกว่า น้ำท่วมเข้าไปในบ้าน สภาพเฟอร์นิเจอร์ และของใช้ขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเก็บขึ้นไว้ ชั้น 2 ได้ เสียหาย ลอยน้ำ ย้ายที่อยู่ และบางชิ้นก็พังไปตามสภาพ ได้แต่ปลง แล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับที่พัก ขอกลับออกมาจากบ้าน คราวนี้ลุ้นน้อยกว่าขามา เพราะเริ่มมีการสูบน้ำออกจากถนนหลายจุด บางพื้นที่ น้ำก็เริ่มแห้ง จนกระทั่งเดินทางกลับถึงที่พักอย่างปลอดภัย
          ได้ติดตามข่าวน้ำท่วมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำแห้ง สามารถเข้าบ้านได้ ก็เตรียมการ จัดซื้อ/จัดหาวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านตามที่ได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ เพื่อนๆ และศึกษาจากเอกสาร คู่มือต่างๆ ในระหว่างที่ทำความสะอาดบ้าน ก็มีเรื่องเล่าที่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี คือว่า มีคนงานจากนครสวรรค์ (บ้านสามี) มาช่วยทำความสะอาดบ้าน เค้าช่วยกันขัดพื้นบ้าน แต่ขัดเท่าไหร่ก็ไม่ขาวซักที ก็เลยเอาน้ำยา ชนิดแรงๆ ประเภท วิกซอล์ อะไรงั้นแหละมาเทราด แล้วขัด พื้นก็เลยเป็นดวงๆๆๆๆ เรื่องของเรื่องคือว่า ลืมบอกเค้าไปพื้นบ้านเป็นหินอ่อน สีขาวครีม สรุป ที่บ้านก็เลยมีศิลปกรรมใหม่บนพื้นที่ ดวงเป็นที่ๆ แต่ก็ถือว่ายังโชคดีสำหรับบ้านเรา เพราะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ของที่บ้านหลายชิ้นไม่เสียหาย ก็เป็นประเภทไม้สัก กับไม้แท้ๆ ที่เป็นสมบัติเก่าของแม่ (นำเข้าจากลำปาง)
          บทเรียนที่ได้รับจากอุทกภัย
          - โดยส่วนตัวช่วงที่น้ำยังไม่ท่วมต้องเฝ้าระวังเครียด แต่ต่อมาพอน้ำมันท่วมไปแล้ว ก็ไม่เครียด ไม่ต้องห่วงอะไร จะลำบากก็แต่เพียงที่อยู่ใหม่ไม่เหมือนบ้านเท่านั้นเอง
          - ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบากกว่าเรา
          - ผู้อพยพหรือผู้ประสบภัย รอคอยแต่ความช่วยเหลือและเวลาที่จะกลับบ้าน ไม่มีน้ำใจ ที่จะช่วยเหลือกัน ไม่รู้จักหาทางผ่อนคลายความเครียด จึงมองว่า กรณีที่จะต้องเตรียมการ เพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงฯ ให้กับผู้ประสบภัยในอนาคต ควรต้องมีการสร้างกติกาการเข้าพักพิง จัดระเบียบ มีระบบการลงทะเบียน รวมถึงมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้กับผู้ประสบภัย ที่มาพักพิง อย่างเป็นระบบ ตามความถนัดของแต่ละบุคคล (สถานที่ที่ถูกเลือกให้เป็นศูนย์พักพิง ควรต้องมีความพร้อมมากกว่านี้)
          - อาสาสมัครที่มาคอยช่วยเหลือผู้ประสบภัยในศูนย์ฯพักพิง ส่วนมากเป็นจิตอาสา จะขาดคน เป็นผู้นำ หรือผู้บริหารจัดการ หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งศูนย์พักพิงฯ หรือ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ควรจะต้องจัดเตรียมบุคลากรที่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ มีไว้เพื่อเป็นผู้บริหารจัดการและสั่งการ จะได้ไม่เกิดปัญหาเช่นครั้งนี้
          - ปัญหาบางอย่างที่พบระหว่างปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิจารณาว่าเป็นปัญหา ทางการเมือง หรือปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคน หรือหน่วยงาน ทำให้เราซึ่งเป็น ผู้ที่ต้องไปปฏิบัติงานช่วยเหลือเกิดความลำบากใจ และประสานการดำเนินงานยาก
          - ถุงนายสะอาด หรือถุงช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่กรมอนามัยจัดทำขึ้นนั้น ควรเพิ่มสารส้ม ยาสีฟัน และแปรงสีฟัน เข้าไปในชุดนายสะอาดด้วย เพราะมีผู้ประสบภัยต้องการใช้
          การเตรียมการสำหรับอนาคต
          ถ้าปีหน้า หรือในอนาคต จะต้องเจอกับปัญหาอุทกภัยอีก จะไม่หนีไปไหน จะสู้กับน้ำ โดยจะเตรียมการป้องกันให้มากกว่านี้ ทั้งระดับความสูง และความมั่นคงแน่นหนาของวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งปัจจุบันที่เตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงที่กลับเข้าบ้านได้ คือไม่เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ที่มี ขนาดใหญ่ ขนย้ายยาก เลือกแบบที่พักเก็บง่าย ประหยัดพื้นที่ รวมถึงเลือกวัสดุพื้นฐานของเฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคง เสียหายยาก เช่น ไม้เนื้อแท้ อลูมิเนียม พลาสติก เป็นต้น และจะไม่สะสมของที่ไม่จำเป็นไว้ในบ้าน เป็นจำนวนมาก เช่น หนังสือ เสื้อผ้า เครื่องครัว หรือของใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ เป็นต้น
 
Facebook

คะแนน: 0     1145 views / 0 ความคิดเห็น โดย pasana
09/ม.ค./55 13:40



กลุ่มบล็อก
 
· บทเรียนจากมหาอุทกภัย
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· ouan@foodsan
 



สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ 4,057 คน
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย