กลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog กลุ่มตรวจสอบภายใน
ศรีจันทร์ pimwadee
 
กลุ่มตรวจสอบภายใน
 
 

Archives
 
· มิถุนายน 2554 (11)
· กันยายน 2554 (12)
· ตุลาคม 2554 (19)
· มีนาคม 2555 (23)
· เมษายน 2555 (20)
· กันยายน 2555 (32)
· เมษายน 2556 (23)
· กันยายน 2556 (1)
· มีนาคม 2557 (31)
· กันยายน 2557 (30)
 

Home /เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระเบียบฯ ต่างๆ
ประเด็นน่าสนใจของระเบียบต่างๆ
458 views / 15 ความคิดเห็น 15/ก.ย./56 16:21

ค่ารักษาพยาบาลหมายความว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลดังต่อไปนี้
         ๑.  ค่ายาค่าเวชภัณฑ์ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน
ค่าน้ํายาหรืออาหารทางเส้นเลือดค่าออกซิเจนและอื่นๆทํานองเดียวกันที่ใช้ในการบําบัดรักษาโรค
         ๒.  ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบําบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียมและ
อุปกรณ์ดังกล่าว
         ๓.  ค่าบริการทางการแพทย์ค่าบริการทางการพยาบาลค่าตรวจวินิจฉัยโรคค่าวิเคราะห์โรค
แต่ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์พิเศษค่าจ้างผู้พยาบาลพิเศษค่าธรรมเนียมพิเศษและค่าบริการอื่น
ทํานองเดียวกันที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทนพิเศษ
         ๔.  ค่าตรวจครรภ์ค่าคลอดบุตรและการดูแลหลังคลอดบุตร
         ๕.  ค่าห้องและค่าอาหารตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล
         ๖.  ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค
         ๗.   ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ
         ๘.   ค่าใช้จ่ายอื่นที่จําเป็นแก่การรักษาพยาบาลตามที่กระทรวงการคลังกําหนด

Facebook

คะแนน: 0     458 views / 15 ความคิดเห็น โดย pimwadee
15/ก.ย./56 16:21



ความคิดเห็นที่ 1
 
ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประกอบด้วย3 ประเภทดังนี้
๑. ข้าราชการและลูกจ้างประจําซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจําจากเงินงบประมาณรายจ่าย
งบบุคลากรของกระทรวงทบวงกรมเว้นแต่ข้าราชการตํารวจชั้นพลตํารวจซึ่งอยู่ในระหว่างรับการศึกษา
อบรมในสถานศึกษาของสํานักงานตํารวจแห่งชาติก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการประจํา
๒. ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่ายและ
สัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้
๓. ผู้ได้รับบํานาญปกติหรือผู้ได้รับบํานาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จ
บํานาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการและทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด
ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:23 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 2
 
ผู้มีสิทธิสามารถนําค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัว (ผู้อาศัยสิทธิ) มาเบิก
เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลได้ บุคคลในครอบครัว (ผู้อาศัยสิทธิ) ได้แก่
(1) บิดาหรือมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ
(๒) คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ
(3) บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว
แต่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีสิทธิ แต่ทั้งนี้
ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:27 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 3
 
ผู้มีสิทธิมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสําหรับบุตรได้เพียงคนที่หนึ่งถึง
คนที่สามผู้มีสิทธิผู้ใดมีบุตรเกินสามคนและต่อมาบุตรคนหนึ่งคนใดในจํานวนสามคนตายลงก่อนที่จะบรรลุ
นิติภาวะให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสําหรับบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าจํานวนบุตร
ที่ตายโดยให้นับบุตรคนที่อยู่ในลําดับถัดไปก่อนการนับลําดับบุตรให้นับเรียงตามลําดับการเกิดก่อนหลัง
ทั้งนี้ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใดหรืออยู่ในอํานาจปกครองของตนหรือไม่
ผู้มีสิทธิผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลยังไม่ถึง
สามคนถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งทําให้มีจํานวนบุตรเกินสามคนให้ผู้มีสิทธิผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสําหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายแต่บุตรแฝดดังกล่าวต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจาก
คู่สมรสหรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
ในกรณีที่บุตรคนหนึ่งคนใดของผู้มีสิทธิตายลงก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะให้ลดจํานวนบุตรที่ได้รับเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลลงจนกว่าจํานวนบุตรที่ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเหลือไม่เกิน
สามคนและหลังจากนั้นผู้มีสิทธิึจงจะมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นได้

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:28 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 4
 
กระบวนการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลข้าราชการของส่วนราชการ
โดยตั้งเบิกจากเงินงบประมาณโดยตรงซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

 1) ผู้มีสิทธิฯยื่นเอกสารขอเบิกค่ารักษาพยาบาล ผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลืย่นใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามแบบที่กรมบัญชีกลางกําหนด
(ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลแบบ๗๑๓๑) พร้อมด้วยหลักฐานการรับเงินของ
สถานพยาบาลภายในระยะเวลา 1 ีปนับถัดจากวันที่ปรากฏในหลักฐานการรับเงิน หากพ้น
กําหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้มีสิทธิฯไม่ประสงค์จะขอรับเงินสวัสดิการให้เสนอผู้มีอํานาจอนุมัติต่อไป
2) รับและตรวจสอบเอกสารใบสําคัญ เจ้าหน้าที่การเงินของส่วนราชการบันทึกการรับ
เอกสารใบสําคัญขอเบิกจากผู้มีสิทธิฯไว้ในทะเบียนคุมหลักฐานขอเบิกเพื่อประโยชน์ในการควบคุมมิให้เอกสาร
สูญหายและเร่งดําเนินการเบิกจ่ายเงินโดยตามลําดับก่อนหลังและตรวจสอบเอกสารใบสําคัญดังนี้
2.1) ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (แบบ 7131) ตรวจสอบในเรื่อง
ชื่อและตําแหน่งผู้มีสิทธิขอเบิกโรคและรหัสโรคสิทธิการเบิกบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิฯจํานวนเงิน
ลายมือชื่อผู้ขอเบิกฯลฯ
2.2) ใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาลอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
2.2.1) ชื่อสถานที่อยู่หรือที่ทําการของผู้รับเงิน
2.2.2) วันเดือนีปที่รับเงิน
2.2.3) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่ารักษาพยาบาลอะไร
2.2.4) จํานวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร
2.2.5) ลายมือชื่อของผู้รับเงิน
ถ้าไม่ถูกต้องส่งกลับให้ผู้มีสิทธิฯเพื่อแก้ไขใหม่ และถ้าถูกต้องให้รวบรวมเอกสารใบสําคัญเพื่อขอเบิกต่อไป
3) ขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่การเงินจัดทําเรื่องขออนุมัติเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล
จากหัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกหรือผู้ที่หน่วยงานผู้เบิกมอบหมาย
4) ตรวจสอบ/ อนุมัติการเบิกจ่ายเงินหัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกหรือผู้ที่หัวหน้าหน่วยงานผู้
เบิกมอบหมายตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารใบสําคัญขอเบิกและความสําคัญในเนื้อหาแห่งสิทธิและลง
นามอนุมัติการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ถ้าไม่ถูกต้องส่งกลับให้ผู้มีสิทธิฯแก้ไขใหม่ และถ้าถูกต้องให้บันทึก
ข้อมูลในระบบ GFMIS ต่อไป

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:31 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 5
 
การตรวจสอบว่าการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลข้าราชการ

มีประเด็นใดบ้างที่เป็นปัญหาอุปสรรคที่อาจทําให้การดําเนินงานไม่เป็นไป
ตามที่กฎหมายกําหนดหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการดําเนินงานอันจะทําให้เกิดผลเสียหายต่อทาง
ราชการหรืออาจเกิดการทุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเบิก
จ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลเช่นการเบิกจ่ายเกินสิทธิหรือไม่มีสิทธิเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ของ
กระทรวงการคลังการเบิกจ่ายซ้ําซ้อนในใบเสร็จรับเงิน 1 ใบ ผู้มีสิทธิฯ/บุคลากรด้านการเงินและบัญชีไม่
ปฏิบัติตามกระบวนการเบิกจ่ายเงินของทางราชการและระบบการควบคุมภายในที่กําหนดทําให้เกิดการทุจริต
ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นต้นข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ึจงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินไม่
ถูกต้องและการไม่ปฏิบัติตามกระบวนการเบิกจ่ายเงินของทางราชการและระบบการควบคุมภายในที่กําหนด
ดังนั้นการกําหนดประเด็นการตรวจสอบจึงควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบเอกสารหลักฐานกระบวนการและ
ระบบการควบคุมภายในทั้งนี้ประเด็นการตรวจสอบที่ควรกําหนดเช่น
- ความถูกต้องครบถ้วนและน่าเชื่อถือของข้อมูลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลข้าราชการ
- ความเหมาะสมของกระบวนการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลข้าราชการ
ตามระเบียบของทางราชการ
- ความเพียงพอและเหมาะสมของระบบการควบคุมภายในในกระบวนการเบิกจ่ายเงิน
สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลข้าราชการ

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:36 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 6
 
 แนวทางการตรวจสอบ
ผู้ตรวจสอบภายในควรกําหนดแนวทางการตรวจสอบให้สอดคล้องกับขอบเขตการตรวจสอบ
และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กําหนดโดยแนวทางการตรวจสอบจะระบุขั้นตอนหรือวิีธการตรวจสอบ
ที่ชัดเจนและมีรายละเอียดเพียงพอที่จะปฏิบัติได้ รวมทั้งให้ครอบคลุมประเด็นการตรวจสอบที่กําหนด
ทั้งนี้ แนวทางการตรวจสอบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลข้าราชการ
ที่ควรกําหนดเช่น
ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและรายงานที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลว่ามีการจัดทําอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ เพื่อป้องกัน
การเบิกจ่ายที่ไม่ถูกต้อง โดยตรวจสอบเอกสารหลักฐานและรายงานตามขอบเขตการตรวจสอบที่
กําหนดเช่น
1) ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (แบบ 7131) มีการบันทึกข้อมูล
ถูกต้องและข้อมูลตรงกับหลักฐานการรับเงินของสถานพยาบาลในเรื่องชื่อและตําแหน่งของผู้ขอเบิก
โรคและรหัสโรคสิทธิการเบิกบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิฯจํานวนเงินรวมทั้งมีการลงลายมือชื่อผู้ขอเบิก
และลายมือชื่อผู้อนุมัติอย่างถูกต้องหรือไม่ ตลอดจนหลักฐานการเบิกดังกล่าวได้มีการบันทึกไว้ในทะเบียน
คุมหลักฐานขอเบิกอย่างครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ควรเน้นตรวจสอบสิทธิการเบิกว่าถูกต้องตาม
ระเบียบของทางราชการหรือไม่ (มีการเบิกเกินสิทธิ/ไม่มีสิทธิแล้วนํามาเบิกหรือไม่ หรือมีการเบิกจ่าย
ซ้ําซ้อนในใบเสร็จรับเงิน 1 ใบหรือไม่ฯลฯ)
2) รายงานการขอเบิกเงินคงคลัง/ขบ.02-ขอเบิกเงินงบประมาณที่ไม่อ้างอิงใบสั่งซื้อ
จากระบบ GFMIS ที่เกี่ยวข้องกับรายการเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลมีรายการที่ถูกต้องตรงกับ
ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และมีลายมือชื่อผู้บันทึก/ผู้ตรวจสอบและลายมือชื่อ
ผู้อนุมัติอย่างถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งมีการบันทึกข้อมูลการขอเบิกไว้ในทะเบียนคุมฎีกา
เบิกจ่ายเงินอย่างถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่
3) รายงานสรุปรายการขอเบิกของหน่วยงานจากระบบ GFMIS มีรายการเบิกเงิน
สวัสดิการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องตรงกับรายงานการขอเบิกเงินคงคลัง/ขบ.02-ขอเบิกเงินงบประมาณ
ที่ไม่อ้างอิงใบสั่งซื้อรวมทั้งมีลายมือชื่อผู้ตรวจสอบอย่างถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่
4) ต้นขั้วเช็คสั่งจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลมียอดจํานวนเงินที่ถูกต้องตรงกับ
ทะเบียนคุมการจ่ายเช็ครายงานการขอเบิกเงินคงคลัง/ขบ.02-ขอเบิกเงินงบประมาณที่ไม่อ้างอิงใบสั่งซื้อ
และรายงานแสดงรายละเอียดสถานะการเบิกจ่ายเงินหรือไม่
5) หลักฐานการจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลมีการประทับตราจ่ายเงินแล้วทุกฉบับ
6) รายงานยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Statement) ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
และการจ่ายเงินออกจากบัญชีธนาคารเกี่ยวกับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลมีจํานวนเงินที่ถูกต้องตรงกับ
รายงานการขอเบิกเงินคงคลัง/ขบ.02-ขอเบิกเงินงบประมาณที่ไม่อ้างอิงใบสั่งซื้อ รายงานแสดง
รายละเอียดสถานะการเบิกจ่ายเงินและทะเบียนคุมการจ่ายเช็คหรือไม่
7) ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลมีการลงลายมือชื่อรับเงินของ
ผู้มีสิทธิที่ขอเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลทุกฉบับและมียอดจํานวนเงินที่ถูกต้องตรงกับยอดจํานวนเงิน
ที่ขอเบิกหรือไม่
8) ทะเบียนคุมค่ารักษาพยาบาลมีการบันทึกรายละเอียดการเบิกค่ารักษาพยาบาล
ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบําบัดโรคฯลฯ (ถ้ามี) ของผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์หรือหนังสือเวียน
ที่กระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางกําหนดหรือไม่ เพื่อป้องกันการเบิกซ้ําซ้อนและหรือเบิกเกินสิทธิ
9) บัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
มีการบันทึกบัญชีที่ถูกต้องตรงกับเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลหรือไม่
10) กรณีจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลจากเงินทดรองราชการ เมื่อจ่ายเงินจาก
เงินทดรองราชการให้ตรวจสอบทะเบียนคุมเงินทดรองราชการว่ามีรายการถูกต้องตรงกับใบเบิกเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและทะเบียนคุมค่ารักษาพยาบาลและเมื่อชดใช้เงินทดรองราชการให้ตรวจสอบ
ว่ามีรายการที่ถูกต้องตรงกันหรือไม่ของรายงานการขอเบิกเงินคงคลัง/ขบ.02-ขอเบิกเงินงบประมาณที่ไม่
อ้างอิงใบสั่งซื้อรายงานแสดงรายละเอียดสถานะการเบิกจ่ายเงินรายงานยอดเงินฝากธนาคารทะเบียน
คุมการจ่ายเช็คทะเบียนคุมฎีกาเบิกจ่ายเงินและบัญชีแยกประเภท

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:39 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 7
 
สอบทานกระบวนการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลว่ามีการกําหนด
ขั้นตอนอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายเกี่ยวกับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
กฎหมายเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆรวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
มีการปฏิบัติตามกระบวนการเบิกจ่ายฯดังกล่าวเพียงใด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องทางการทุจริตของ
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยสอบทานกระบวนการเช่น
1) มีการตรวจสอบหลักฐานการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลก่อนการเบิกจ่ายเงิน
ทุกครั้งว่าเป็นไปตามระเบียบของทางราชการหรือไม่
2) มีการอนุมัติโดยผู้มีอํานาจทุกครั้งที่มีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
(รวมถึงการเบิกจ่ายเงินในระบบ GFMIS) และผู้มีอํานาจได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการอย่าง
ครบถ้วนหรือไม่
3) มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างผู้บันทึกข้อมูลขอเบิกและผู้มีอํานาจอนุมัติการขอเบิก
และระหว่างผู้บันทึกข้อมูลขอจ่ายและผู้มีอํานาจอนุมัติการขอจ่ายที่เกี่ยวกับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
ในระบบ GFMIS ว่ามีการกําหนดอย่างเหมาะสมหรือไม่ (ซึ่งจะต้องไม่ใช่บุคคลเดียวดําเนินการทั้งหมด)
เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดการทุจริตทั้งนี้เมื่อมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบแล้วผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งผู้บันทึกและผู้อนุมัติได้ทําการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะได้บันทึกและอนุมัติ
ในระบบ GFMIS ตามระเบียบของทางราชการหรือไม่
4) มีมาตรการป้องกันและเก็บรักษาสมุดเช็คธนาคารที่ยังไม่ได้ใช้และตรายาง
ชื่อผู้มีอํานาจลงนามในเช็คธนาคารหรือไม่ และได้มีการดําเนินการตามมาตรการดังกล่าวหรือไม่
5) การออกเช็คสั่งจ่ายได้ระบุชื่อผู้รับเงินโดยขีดฆ่าคําว่าหรือผู้ถือและขีดคร่อมในเช็ค
ผู้รับเงินต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลไปจ่ายให้กับผู้มีสิทธิที่ขอเบิก
เงินสวัสดิการรักษาพยาบาลและจํานวนเงินในเช็คตรงกับจํานวนที่ขอเบิกซึ่งจํานวนเงินในเช็คมีการเขียน
หรือพิมพ์จํานวนเงินในเช็คที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรชิดเส้นและชิดคําว่า "บาท” หรือขีดเส้นหน้าจํานวนเงิน
ทั้งตัวเลขและตัวอักษรโดยไม่มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้รายการในตัวเช็ค
ต้องตรงกับต้นขั้วเช็ค
6) มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
ก่อนลงนามในเช็คสั่งจ่ายหรือไม่
7) การจ่ายเงินได้จ่ายให้กับผู้มีสิทธิที่ขอเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลและกรณี
การจ่ายเงินให้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้มีสิทธิที่ขอเบิกเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลมีหนังสือมอบฉันทะจากผู้มีสิทธิทุกครั้ง
หรือไม่
8) มีการเขียนหรือประทับตรายางว่า "จ่ายเงินแล้ว” ไว้ในหลักฐานการจ่ายเงิน
สวัสดิการรักษาพยาบาลหรือไม่
9) ใบสําคัญการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลได้มีการบันทึกบัญชีครบถ้วน
ทุกฉบับหรือไม่
10) มีการสอบทานการปฏิบัติงานของผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ
รักษาพยาบาลเป็นประจําหรือไม่
11) กรณีจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลจากเงินทดรองราชการให้สอบทานเพิ่มเติมดังนี้
11.1) มีการตรวจสอบหลักฐานการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
ก่อนการจ่ายเงินทดรองราชการทุกครั้งตามระเบียบของทางราชการหรือไม่ และมีการอนุมัติจากผู้มีอํานาจ
อนุมัติการจ่ายเงินทดรองราชการหรือไม่
11.2) มีการเบิกเงินงบประมาณเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการอย่างครบถ้วนหรือไม่
ฯลฯ

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:46 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 8
 

สอบทานระบบการควบคุมภายในของกระบวนการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาล

ว่ามีการกําหนดกิจกรรมการควบคุมที่เพียงพอและเหมาะสมที่จะลดความเสี่ยงที่อาจ
ทําให้เกิดผลเสียหายต่อส่วนราชการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายใน
ดังกล่าวเพียงใดเช่น
1) มีคําสั่งหรือมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกําหนดบุคคลที่จะได้รับ
มอบหมายให้เป็นผู้มีสิทธิถือบัตรกําหนดสิทธิการใช้ (GFMIS smart card) รหัสผู้ใช้ (user name) และ
รหัสผ่าน (password) เพื่อใช้งานในระบบ GFMIS กําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและแนวทางการควบคุม
การปฏิบัติงานเพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการเข้าใช้งานในระบบ GFMIS สําหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและ
ผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
2) มีคําสั่งหรือมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกําหนดบุคคลที่จะได้รับ
มอบหมายให้เป็นผู้มีอํานาจอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อสั่งอนุมัติการจ่ายเงินพร้อมกับลงลายมือชื่อในหลักฐาน
การจ่ายเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
3) มีการกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล (รวมถึง
การเบิกจ่ายเงินในระบบ GFMIS) อย่างเหมาะสมและเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ รวมทั้ง
มีแนวทางหรือคู่มือสําหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งถือปฏิบัติ
4) มีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจนระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบบันทึกบัญชี
5) จัดให้มีการควบคุมการจ่ายเงินสดและเช็คเกี่ยวกับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการและกําหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน
6) มีระบบการจัดเก็บเอกสารและหลักฐานการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ดี
สะดวกต่อการค้นหาและการตรวจสอบหรือสอบยัน รวมทั้งสถานที่จัดเก็บเอกสารและหลักฐานมี
ความปลอดภัย

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:50 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 9
 
ข้อสังเกตจากการตรวจสอบค่ารักษาพยาบาล
1. ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเช่น
- การเบิกจ่ายเกินสิทธิ หรือไม่มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกําหนด เนื่องจาก
เจ้าหน้าที่การเงินและผู้มีอํานาจอนุมัติขอเบิกมีการตรวจสอบไม่เพียงพอหรือไม่ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลง
หลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกําหนด
- การเบิกจ่ายซ้ําซ้อนในใบเสร็จ 1 ใบเนื่องจากไม่ประทับตรายางว่าจ่ายเงินแล้วในหลักฐาน
การจ่ายเงินทุกฉบับเมื่อได้มีการจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- การจัดทําเอกสารขอเบิกในระบบ GFMIS โดยไม่มีผู้มาขอเบิกจริงและไม่มีหลักฐานการรับเงิน
จากสถานพยาบาลเนื่องจากมอบหมายให้เจ้าหน้าที่การเงินรับผิดชอบงานการเงินทั้งระบบแต่เพียงผู้เดียว
และผู้มีอํานาจอนุมัติไม่ตรวจสอบหลักฐานใบสําคัญประกอบรายการขอเบิกว่ามีครบถ้วนและถูกต้อง
ทุกครั้งก่อนที่จะทําการอนุมัติขอเบิกเงินในระบบ GFMIS หรือมีการมอบรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านให้เจ้าหน้าที่
การเงินเป็นผู้บันทึกและอนุมัติขอเบิกในระบบ GFMIS แต่เพียงผู้เดียว
- การปลอมลายมือชื่อผู้มีอํานาจลงนามสั่งจ่ายเช็คธนาคารเนื่องจากไม่มีมาตรการปัองกัน
และเก็บรักษาสมุดเช็คธนาคารที่ยังไม่ได้ใช้และตรายางผู้มีอํานาจลงนามในเช็คธนาคาร
- การแก้ไขจํานวนเงินในเช็คธนาคารเนื่องจากผู้มีอํานาจลงนามในเช็คธนาคารไม่ได้ตรวจสอบ
ว่ามีการเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินในเช็คที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรชิดเส้นและชิดคําว่า "บาท” หรือ
ขีดเส้นหน้าจํานวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษรโดยไม่มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินเพิ่มเติมได้
- การจ่ายเช็คไม่มีการบันทึกในทะเบียนคุมการจ่ายเช็คทําให้ไม่สามารถควบคุมการจ่ายเช็ค
ธนาคารว่ามีรายการที่ิผดปกติหรือไม่
- เจ้าหน้าที่บัญชีไม่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของหลักฐานการจ่ายเงินก่อนบันทึก
บัญชีที่เกี่ยวข้องในระบบ GFMIS ทําให้การบันทึกข้อมูลทางบัญชีอาจเกิดความผิดพลาดหากขั้นตอน
งานการเงินผิดพลาดซึ่งถ้าได้มีการตรวจสอบก่อนบันทึกบัญชี อาจพบข้อผิดพลาดและแก้ไขได้ทันกาล
- ไม่มีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างเจ้าหน้าที่การเงินและเจ้าหน้าที่บัญชี
โดยมอบหมายให้บุคคลเดียวรับผิดชอบทั้งงานการเงินและงานบัญชี ทําให้เป็นช่องทางที่อาจก่อให้เกิด
การทุจริต(ระบบการควบคุมภายในที่ดีกําหนดให้มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างงานการเงินและงานบัญชี
เนื่องจากต้องการให้มีการสอบยันระหว่างกันซึ่งเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายแก่
ทางราชการ)
ฯลฯ

สร้างเมื่อ 15/ก.ย./56 16:53 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 10
 
บุตรที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินการศึกษาของบุตร ได้แก่

 1. บุตรที่มีรายได้แต่อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ คงมีสิทธิเบิกเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตรได้ในระดับไม่เกินอนุปริญญาหรือเทียบเท่าหรือจนกว่าจะหมดสิทธิ

2. บุตรที่เกินกว่า 3 คน ของผู้มีสิทธิเกิดก่อนวันที่ 1 มกราคม 2522 ให้มีสิทธิเบิกต่อจนกว่าจะหมดสิทธิ

 3. บุตรฝาแฝด ซึ่งผู้มีสิทธิมีบุตรอยู่ก่อนแล้ว จำนวน 2 คน แต่ต่อมาได้เกิดบุตรฝาแฝดอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ก็ให้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินสวัสดิการนี้ด้วย 4. บุตรที่เกินกว่า 3 คน แต่ในจำนวน 3 คน นั้น ถ้าตาย พิการ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ก่อนอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ให้เอาบุตรลำดับต่อไปนำมาเบิกได้ให้ครบ 3 คน อย่างเดิม จนกว่าจะหมดสิทธิ

สร้างเมื่อ 16/ก.ย./56 17:49 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 11
 
การเบิกจ่ายเงินการศึกษาบุตรมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1) ผู้มีสิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจะต้องเป็นข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ หรือลูกจ้างประจำ ที่ได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือน เงินบำนาญ และค่าจ้างประจำ

2) ถ้าผู้มีสิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรรับราชการทั้งคู่ ให้ใช้สิทธิเบิกจ่ายเงินจากทางฝ่ายชาย

3) ในกรณีที่จะขอใช้สิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจากทางฝ่ายหญิง ผู้มีสิทธิเบิกจ่ายเงินจะต้องทำหนังสือแจ้งการใช้สิทธิและหนังสือตอบรับการงดเว้นการใช้สิทธิจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ

สร้างเมื่อ 16/ก.ย./56 17:51 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 12
 
 สถานที่ศึกษาที่ผู้มีสิทธิเบิกจ่ายเงินการศึกษาของบุตร แบ่งออกเป็นดังนี้

 สถานศึกษาของทางราชการ ได้แก่

1) มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย

2) วิทยาลัยในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสังกัดส่วนราชการอื่นที่ กพ.รับรองคุณวุฒิ

3) โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด

4) โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการอื่น หรือองค์การของรัฐบาลที่ กพ.รับรองคุณวุฒิ

5) โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการที่กระทรวงการคลังกำหนด

 สถานศึกษาของเอกชน ได้แก่

 1) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งจัดหลักสูตรระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าต่างหากจากปริญญาตรี

 2) โรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนราษฎร์ประเภทอาชีวศึกษาที่ใช้หลักสูตรของโรงเรียนเอง และโรงเรียนการศึกษาพิเศษที่กล่าวมาข้างต้นนั้นหมายถึงสถานศึกษาของทางราชการ-เอกชน ระดับที่เรียนตั้งแต่อนุบาล-อนุปริญญา

สร้างเมื่อ 16/ก.ย./56 17:56 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 13
 
ระยะเวลาการนำหลักฐานค่าเล่าเรียนบุตรมาเบิกจ่าย

1) ระยะเวลาขอเบิก ภายใน 1 ปี นับแต่วันเปิดภาคเรียน เช่น นับจากภาคที่ 1 ของปีการศึกษานั้นไปสิ้นสุดปีการศึกษาของอีกปี ส่วนในภาคที่ 2 ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน หรือหากจะให้สะดวกควรจะนำหลักฐานมาเบิกเป็นภาค ๆ ตามที่กำหนดไว้ สำหรับค่าเล่าเรียนของทางราชการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน ซึ่งไม่สร้างความยุ่งยากในการตรวจสอบ เพราะทางสถานศึกษาจะแจ้งเป็นรายการ

2) ค่าเล่าเรียนของทางเอกชน จะเป็นในรูปของการเหมาจ่ายเป็นภาค ๆ แล้วแต่กรณี ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับอาชีวศึกษา (ปวช.) หรือเทียบเท่าจะเบิกได้เต็มจำนวน แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่นระดับอนุปริญญา เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินค่าธรรมเนียมการเรียนที่กระทรวงการคลังกำหนด

สร้างเมื่อ 16/ก.ย./56 17:59 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

ความคิดเห็นที่ 14
 
หญิงตั้งครรภ์ จะมิสิทธิเบิกเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่
การตรวจครรภ์ระยะเริ่มแรก เพื่อหาสาเหตุว่า จะตั้งตรรภ์หรือไม่ ไม่ใช่เป็นการตรวจเพื่อการ
บําบัดรักษาโรค จึงเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้
การตรวจหญิงเป็นผู้ที่มีบุตรยาก เนื่องจากไข่ไม่ตก ไม่ใช่เป็นการตรวจเพื่อ การบําบัดรักษา จึง
เบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้
การตรวจครรภ์ ตามปกติที่แพทย์เห็นว่าจําเป็นต้องตรวจ เมื่อหญิงมีครรภ์ เป็นการตรวจ เพื่อ
บําบัดรักษา จึงเบิกค่ารักษาพยาบาลได้
การตรวจโครโมโซม เป็นการตรวจทางห้องทดลองซึ่งถือเป็นการตรวจผู้ตั้งครรภ์ที่แพทย์เห็นว่า
จําเป็นต้องตรวจเพื่อหาสาเหตุของการเป็นโรค (การเจ็บไข้ การเจ็บปูวย หรือลักษณะอาการที่ผิดปกติทาง
ร่างกาย มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มารดาหรือสุขภาพมารดา
การตรวจภายในภายหลังคลอด เป็นการตรวจเพื่อการบําบัดรักษา จึงเบิกค่ารักษาพยาบาลได้

สร้างเมื่อ 17/ก.ย./56 17:11 |
 

ความคิดเห็นที่ 15
 
หญิงตั้งครรภ์ จะมิสิทธิเบิกเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่
การตรวจครรภ์ระยะเริ่มแรก เพื่อหาสาเหตุว่า จะตั้งตรรภ์หรือไม่ ไม่ใช่เป็นการตรวจเพื่อการ
บําบัดรักษาโรค จึงเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้
การตรวจหญิงเป็นผู้ที่มีบุตรยาก เนื่องจากไข่ไม่ตก ไม่ใช่เป็นการตรวจเพื่อ การบําบัดรักษา จึง
เบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้
การตรวจครรภ์ ตามปกติที่แพทย์เห็นว่าจําเป็นต้องตรวจ เมื่อหญิงมีครรภ์ เป็นการตรวจ เพื่อ
บําบัดรักษา จึงเบิกค่ารักษาพยาบาลได้
การตรวจโครโมโซม เป็นการตรวจทางห้องทดลองซึ่งถือเป็นการตรวจผู้ตั้งครรภ์ที่แพทย์เห็นว่า
จําเป็นต้องตรวจเพื่อหาสาเหตุของการเป็นโรค (การเจ็บไข้ การเจ็บปูวย หรือลักษณะอาการที่ผิดปกติทาง
ร่างกาย มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มารดาหรือสุขภาพมารดา
การตรวจภายในภายหลังคลอด เป็นการตรวจเพื่อการบําบัดรักษา จึงเบิกค่ารักษาพยาบาลได้

สร้างเมื่อ 17/ก.ย./56 17:12 | โดย ศรีจันทร์ pimwadee
 

กลุ่มบล็อก
 
· การเงินและบัญชี
· การตรวจสอบไอที่
· เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระเบียบฯ ต่างๆ
· ระบบควบคุมภายใน และการบริหารความเสียง
· คุณถาม-เราตอบ
· ข้อสังเกตจากการตรวจสอบ
· ถาม - ตอบ ปี 55
· เรื่องน่ารู้ในงานตรวจสอบภายในปี 55
· สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับระเบียบฯ เบิกจ่าย (ปี 55)
· การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน(ปี 55)
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· yuwaree_rung
· ชาญยุทธ
· สันถวชาคร suhatcha
· เทียนทอง pannee
· owan
· arunee
· aof audit
· nutta
· hudar
· kloijai
· งามชม dunyarat
· สะเริญรัมย์ saroenram
· beam
· อินทนู areeya
· มวลศิริ Auarmporn
· แก้วแจ่ม supatcha
· บัวทอง benya
· อ่างแก้ว satawan2
 



จำนวนผู้เข้าชมเวบไซด์ 2,717 คน
กลุ่มตรวจสอบภายใน
88/22 หมู่ 4 อาคาร C ชั้น 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 02 590 4102,โทรสาร 02 590 4101