กลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog กลุ่มตรวจสอบภายใน
ธนมิตรานนท์ thitaree
 
กลุ่มตรวจสอบภายใน
 
 

Archives
 
· มีนาคม 2558 (1)
· กันยายน 2558 (1)
 

Home
ตรวจสอบภายใน และตลาดอิเล็กทรอนิกส์
448 views/0 ความคิดเห็น 03/ก.ย./58 10:21

1. การตรวจสอบแบบมีส่วนร่วม ( Participative Audit ) เป็นการตรวจสอบในลักษณะใด

คำตอบ    การตรวจสอบแบบมีส่วนร่วม ( Participative Audit )เป็นการตรวจสอบโดยผู้รับการตรวจสอบจะเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากขึ้น เน้นถึงการประสานงานกันระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของหน่วยรับตรวจ และผู้ตรวจสอบ โดยมีการประชุมปรึกษาเพื่อให้ข้อมูลซึ่งกันและกันมากขึ้นในระหว่างการตรวจสอบ มีการร่วมกันแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่รับตรวจ และเป็นการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และยอมรับผลการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขและบริหารงานมากยิ่งขึ้น  

2.  หัวหน้าหน่วยพัสดุ หมายถึง

คำตอบ ตามระเบียบฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535  ข้อ 153 วรรคสาม
จะมีได้ 2 กรณี คือ1. หัวหน้าหน่วยพัสดุโดยตำแหน่ง คือ ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับแผนกหรือต่ำกว่าแผนกที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมพัสดุ2. หัวหน้าหน่วยพัสดุโดยการแต่งตั้ง คือ ข้าราชการอื่นซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการให้เป็นหัวหน้าหน่วยพัสดุ
 

3.   ปัจจัยเสี่ยง หมายถึง

คำตอบ  ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor) หมายถึง ต้นเหตุ หรือสาเหตุที่มาของความเสี่ยงที่จะทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ที่กำหนดไว้โดยต้องระบุได้ด้วยว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดที่ไหนเมื่อใด เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไม ทั้งนี้สาเหตุของความเสี่ยงที่ระบุควรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้วิเคราะห์และกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงในภายหลังได้อย่างถูกต้อง 

4. การบริการความเสี่ยง คือ

คำตอบ  การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) หมายถึง กระบวนการที่ใช้ในการบริหารจัดการให้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงลดลง หรือผลกระทบของความเสียหายจากเหตุการณ์ความเสี่ยงลดลง อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้


 
5. ระบบการควบคุมภายใน ประกอบด้วยนโยบายและวิธีปฏิบัติงานที่กำหนดขึ้นในองค์กร เพื่อให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่ากิจการจะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ในเรื่องใด 

คำตอบ    ด้านการดำเนินงาน (Operation) โดยมุ่งหมายให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุ้มค่า ด้วยการกำกับการใช้ทรัพยากรทุกประเภทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายที่ผู้บริหารกำหนดไว้ และให้ปลอดจากการกระทำทุจริตของพนักงาน หรือผู้บริหารและหากมีความเสียหายเกิดขึ้นก็ช่วยให้ทราบถึงความเสียหายนั้นได้โดยเร็วที่สุด- ด้านการรายงานทางการเงิน (Financial Reporting) รายงานทางการเงินหรืองบการเงินไม่ว่าจะเป็นรายงานที่ใช้ภายในหรือภายนอกองค์กร- ด้านการปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎ ระเบียบ และนโยบาย(Compliance with Application Laws and Regulations) การปฏิบัติงานหรือดำเนินองค์กรให้สอดคล้องหรือเป็นไปตามบทบัญญัติ ข้อกำหนดของกฎหมาย นโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน หรือการดำเนินองค์กรนั้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลเสียหายใดๆ จากการละเว้นการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบเหล่านั้น

6. ทำไมหน่วยงานจึงต้องมาจัดทำระบบควบคุมภายใน
คำตอบ    เพราะหากหน่วยงานมีระบบควบคุมภายในที่ดี จะช่วยลดความผิดพลาด ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และบรรลุวัตถุประสงค์ และประกาศสุดท้ายที่สำคัญคือ ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ.2544 ข้อ 5 กำหนดให้ส่วนราชการจัดวางระบบการควบคุมภายในโดยใช้มาตรฐานการควบคุมภายใน

7.    Administrative Controls เป็นระบบควบคุมเรื่องใด
คำตอบ การควบคุมการบริหาร

8.  การควบคุมภายใน หมายความว่า
คำตอบ    กระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแล ฝ่ายบริหารและบุคลากร ของหน่วยรับตรวจจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า การดำเนินงานของหน่วยรับตรวจจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน ด้านประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลื้อง หรือการทุจริตในหน่วยรับตรวจ ด้านความเชื่อถือได้ของการงานการทางการเงินและด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมติคณะรัฐมนตรี

9.  องค์ประกอบของการควบคุมภายใน คือ
คำตอบ    ซึ่งจำแนก เป็น
5 องค์ประกอบที่สำคัญ ตามแนวทางของ COSO ซึ่งเป็นแม่แบบสากลของการควบคุมภายใน ประกอบด้วย

องค์ประกอบที่ 1 สภาพแวดล้อมของการควบคุม (Control Environment)

องค์ประกอบที่ 2 การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)

องค์ประกอบที่ 3 กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)

องค์ประกอบที่ 4 สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication)

องค์ประกอบที่ 5 การติดตามประเมินผล (Monitoring)

10. องค์ประกอบที่ 1 สภาพแวดล้อมของการควบคุม (Control Environment) หมายถึง
คำตอบ ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อทัศนคติและความตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญของการควบคุมภายในของบุคลากรทุกคนในองค์กร โดยบุคลากรทุกคนเข้าใจความรับผิดชอบและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนเอง มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน รวมถึงการยอมรับและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และวิธีการทำงานต่างๆ ที่องค์กรกำหนดไว้

สภาพแวดล้อมของการควบคุม มีผลกระทบอย่างมากกับกระบวนการปฏิบัติงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นในองค์กร จึงเป็นรากฐานที่สำคัญขององค์ประกอบอื่นๆ ของการควบคุมภายใน เพื่อสร้างระเบียบวินัยด้านการควบคุมภายในให้แก่ทุกคนในองค์กร และจัดให้มีโครงสร้างของการควบคุมภายในที่เหมาะสม
ปัจจัยต่างๆ ต่อไปนี้เป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างให้มีสภาพแวดล้อมของการควบคุมที่ดี ผู้ประเมินควรประเมินว่าองค์กรของท่านให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้ มากน้อยเพียงใด
- ความซื่อสัตย์และจริยธรรม ซึ่งอาจพิจารณาได้จากการกำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจน แล้วแจ้งให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องทราบ รวมไปถึงการกระทำตนเป็นแบบอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งคำพูดและการกระทำ
- รูปแบบและปรัชญาการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ของฝ่ายบริหารที่เป็นประโยชน์ต่อหน้าที่ที่รับผิดชอบ และความสนใจในองค์กรที่ตนเป็นผู้บริหาร
- การจัดโครงสร้างองค์กรและสายการบังคับบัญชาให้เหมาะสมกับขนาดและลักษณะการดำเนินงาน
- การกำหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง (Job Description & Job Specification) สำหรับทุกตำแหน่งงาน อย่างชัดเจน

11.  องค์ประกอบที่ 2 การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) หมายถึง
คำตอบ ความเสี่ยง คือโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสูญเปล่าหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ที่ทำให้การดำเนินงานไม่บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุภายนอกหรือภายในองค์กรก็ได้ โดยเฉพาะในการดำเนินงานปัจจุบัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐบาล สภาพเศรษฐกิจ กฎระเบียบต่างๆ ทำให้แต่ละองค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น ถ้าองค์กรสามารถบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้สามารถเตรียมการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ทันท่วงที

ข้อควรพิจารณาในการประเมินความเสี่ยง คือ ความเสี่ยงเป็นตัวถ่วงให้การดำเนินงานไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ผู้ประเมินต้องพยายามเปลี่ยนจากวิกฤตที่องค์กรเผชิญอยู่ให้เป็นโอกาสโดยการเตรียมการให้พร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แต่การเตรียมการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า การควบคุมภายในยิ่งมากยิ่งดี การควบคุมภายในที่มากจนเกินไป อาจจะทำให้งานสะดุด แต่ถ้ามีน้อยจนเกินไป ก็จะทำให้งานไม่สำเร็จ ดังนั้น จึงต้องกำหนดการควบคุมภายในให้พอเหมาะ โดยถือหลักการที่ว่ามีความเสี่ยงมาก ควบคุมมาก มีความเสี่ยงน้อย ควบคุมน้อย

12. องค์ประกอบที่ 3 กิจกรรมการควบคุม (Control Activities) หมายถึง

คำตอบ กิจกรรมการควบคุมเป็นองค์ประกอบที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า นโยบายและกระบวนการเกี่ยวกับการควบคุมภายในกำหนดขึ้นนั้น ได้มีการนำไปปฏิบัติตามภายในองค์กรอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ กิจกรรมการควบคุมยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าองค์กรมีกิจกรรมที่เหมาะสมในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น กิจกรรมการควบคุมควรกำหนดให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ประเมินได้ โดยมีข้อควรพิจารณาในการกำหนดกิจกรรมการควบคุม ดังต่อไปนี้
• กิจกรรมการควบคุมควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิบัติงานตามปกติ

• กิจกรรมการควบคุมต้องสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
• ค่าใช้จ่ายในการกำหนดให้กิจกรรมการควบคุมต้องไม่สูงกว่าผลเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หากไม่กำหนดให้มีกิจกรรมการควบคุมปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรส่วนใหญ่ คือ การกำหนดกิจกรรมการควบคุมตามที่มีการปฏิบัติอยู่เดิม โดยมิได้พิจารณาความมีประสิทธิภาพ และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของการดำเนินงาน และความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปขององค์กร
(คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มาตรฐานการควบคุมภายใน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม118 จอยมรา 44 ก วันที่ 26 ตุลาคม 2544)

13. องค์ประกอบที่ 4 สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication) หมายถึง
คำตอบ การควบคุมภายในที่ดีจะเกิดขึ้นได้ เมื่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้นได้มีการบ่งชี้ รวบรวมและชี้แจงให้แก่บุคคลที่ควรทราบ โดยผ่านทางรูปแบบและเวลาการสื่อสารที่เหมาะสมข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานนั้น อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ โดยแหล่งข้อมูลอาจมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร
องค์ประกอบในเรื่องสารสนเทศและการสื่อสาร อาจพิจารณาประเด็นที่สำคัญได้ดังนี้
• ข้อมูลเพียงพอ ถูกต้อง ภายใต้รูปแบบที่เหมาะสม และทันเวลา เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานในเรื่องต่างๆ
• การสื่อสารข้อมูลเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงทั้งองค์กร จากผู้บริหารถึงพนักงานและในทางกลับกัน ระหว่างหน่วยงานหรือแผนก ระหว่างองค์กรกับบุคคลภายนอกเช่น สื่อมวลชน ผู้ออกกฎระเบียบต่างๆ
• การสื่อสารอย่างชัดเจนให้บุคลากรทราบถึงความสำคัญและความรับผิดชอบต่อการควบคุมภายใน

14. องค์ประกอบที่ 5 การติดตามประเมินผล (Monitoring) หมายถึง
คำตอบ การติดตามผล นั้นสามารถทำได้โดยรวมอยู่ในกระบวนการปฏิบัติงานนั้นๆ เช่น การที่ผู้บังคับบัญชาคอยติดตามถามไถ่ปัญหาในการทำงาน ก็ถือว่าเป็นการติดตามผลอย่างหนึ่ง

การประเมินผล คือ การประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะหรือเป็นครั้งคราว เช่น การตรวจสอบโดยหน่วยตรวจสอบภายใน ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลในองค์กรนั้นเอง หรือการมอบหมายให้บุคคลภายนอกมาทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายใน หากองค์กรมีหน่วยตรวจสอบภายใน ก็ต้องส่งเสริมและพัฒนาหน่วยงานนี้ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจริงๆ ดังคำกล่าวในปัจจุบันที่ว่า ผู้ตรวจสอบภายในคือที่ปรึกษาอันมีค่ายิ่งต่อผู้บริหาร วิชาชีพตรวจสอบภายในก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก พร้อมๆ กับความสำคัญของการควบคุมภายใน ดังนั้น ผู้บริหารจึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาสองเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน
   การประเมินการควบคุมภายในอีกลักษณะหนึ่งที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน คือการสร้างความรับผิดชอบในการควบคุมภายใน ให้แก่ทุกคนที่เป็นเจ้าของงานนั้น ถ้าสร้างความรับผิดชอบแบบนี้ขึ้นมาได้ ผู้บริหารก็จะบริหารงานได้อย่างเบาใจ เพราะทุกคนจะสอดส่องดูแลอย่างสม่ำเสมอให้งานที่ตนต้องรับผิดชอบนั้น สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างจริงจัง การปฏิบัติแบบนี้เรียกว่า การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self Assessment)

15. e-market และ e-bidding คืออะไร
คำตอบ E-market หรือ “ตลาดอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึงในกรณีที่เป็นสินค้าพื้น ๆ เช่นโต๊ะ, เก้าอี้หรือปากกาดินสอ ใครมีสินค้าอะไรก็เข้าไปแจ้งว่าสินค้าของตนเองมีสเปคอย่างไร จะขายราคาเท่าไหร่ต่อหน่วย คอมพิวเตอร์ก็จะทำการประมวลและแยกสินค้าเป็นประเภท จัดลำดับราคาที่เสนอขาย โดยที่ใครเข้าไปดูก็จะเห็นข้อมูลเหมือนกันหมด หน่วยราชการไหนต้องการจะซื้ออะไร ราคาเท่าไหร่ ก็เข้าไปประเมินกลุ่มสินค้าราคาช่วงไหนอย่างไรที่สมเหตุสมผล เพื่อจะได้ตัดสินว่าจะซื้อจากบริษัทที่เข้ามาประมูลรายไหนที่ใกล้เคียงกับราคากลางที่มีการเสนอผ่าน e-market นี้

ส่วน e-bidding จะป้องกันไม่ให้ผู้ประมูลรู้ล่วงหน้าว่ามีใครมาซื้อซองบ้าง รู้ล่วงหน้าว่าใครเป็นใครซึ่งจะทำให้เกิดการ “ฮั้ว” กันขึ้นได้ ด้วยการไม่ให้คนประมูลรู้ว่าใครมาร่วมแข่งขันด้วย


 16.e-GP คือ

คำตอบ ศูนย์กลางที่เป็นหน้าต่างในการบริการข้อมูล และดำเนินธุรกรรมทางการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(ระเบียบฯว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549)

 

17. e-market และ e-bidding แทนวิธีจัดซื้อจัดจ้าง 12 วิธีเดิมโดยมีประเด็นที่เป็นนัยสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่

คำตอบ
1) จะกำหนดให้วางหลักในการจัดซื้อจัดจ้างว่าต้องเป็นไปโดยโปร่งใส มีการแข่งขันด้านราคาที่เป็นธรรม
2) จะเปลี่ยนไปใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่แตกต่างไปจากปัจจุบัน ที่มี 12 วิธี ได้แก่ ตกลงราคา, สอบราคา, ประกวดราคา, ประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction), วิธีพิเศษ, วิธีกรณีพิเศษ, จ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง, จ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก, จ้างออกแบบโดยวิธีตกลง, จ้างออกแบบโดยวิธีคัดเลือก, จ้างออกแบบโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด และจ้างออกแบบโดยวิธีพิเศษ แล้วเปลี่ยนไปเป็นระบบ e-Market และระบบ e-Bidding แทน
3) จะมีบทกำหนดโทษ กรณีทำผิด โดยครอบคลุมการลงโทษผู้สั่งการให้จัดซื้อจัดจ้าง เช่น นักการเมือง หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่ไปสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำ ก็ต้องรับผิดด้วย
4) จะมีสัญญาคุณธรรม (Integrity Pact) เขียนไว้ในกฎหมาย เพื่อกำหนดให้โครงการที่มีความสำคัญต้องนำไปใช้
5) จะบังคับใช้ครอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และองค์การมหาชน จากเดิมที่ใช้เฉพาะส่วน

18. การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ทำได้โดยกรณีใด

คำตอบ ตามระเบียบฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 128

1.) เช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ

2) เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการ ในกรณีที่ไม่มีสถานที่ของทางราชการหรือมีแต่ไม่เพียงพอ และถ้าสถานที่เช่านั่นกว้างขวางพอ จะใช้เป็นที่พักของผู้ซึ่งมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตามระเบียบของทางราชการด้วยก็ได้

3) เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พักตามระเบียบของทางราชการ ในกรณีที่ต้องการประหยัดเงินงบประมาณ

4) เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของทางราชการ ในกรณีที่ไม่มีสถานที่เก็บเพียงพอ

(การเช่าให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา)

19. การเช่าอสังหาริมทรัพย์ มีกำหนดอัตราการเช่าเท่าใด

คำตอบ ตามระเบียบฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 131

กำหนดไว้ในสัญญาเดือนละไม่เกิน 20,000 บาท ให้หัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ถ้าเกินเดือนละ 20,000 บาท ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน

20. การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์ทำได้หรือไม่

คำตอบกระทำได้ ตามระเบียบฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535ข้อ 123

1) การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์ประเภทและชนิดเดียวกัน ให้แลกเปลี่ยนได้ เว้นแต่การแปลกเปลี่ยนครุภัณฑ์บางอย่างซึ่งสำนักงบประมาณกำหนด หรือการแลกเปลี่ยนที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อน

2) การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์ต่างประเภทหรือต่างชนิดกัน ให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อนทุกกรณี

3) การแลกเปลี่ยนวัสดุกับวัสดุประเภทและชนิดเดียวกันที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ให้แลกเปลี่ยนได้ กรณีนอกเหนือจากนี้ ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน

 

 

Facebook

   448 views/0 ความคิดเห็น โดย thitaree
03/ก.ย./58 10:21


หลักเกณฑ์ในการเข้าตรวจ ของผู้ตรวจสอบภายใน
331 views/0 ความคิดเห็น 30/มี.ค./58 09:54

1. หลักเกณฑ์ในการตัดสินใจเข้าตรวจสอบหน่วยรับตรวจ ผู้ตรวจสอบภายในใช้หลักเกณฑ์อะไร

                    ตอบ   หลักเกณฑ์ในการตัดสินใจเข้าตรวจสอบหน่วยรับตรวจคือ การประเมินความเสี่ยง  ซึ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีทั้งที่เกิดขึ้นจากภายในและภายนอกองค์กร  เช่น  การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  การเปลี่ยนแปลงระบบบัญชีและระบบการบริหารทรัพย์สินในภาคราชการ เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความสามารถและขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ความซ้ำซ้อนของระบบงานและการปฏิบัติงาน  การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ของหน่วยงาน เป็นต้น  ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กร  เพื่อให้ความเสี่ยงนี้หมดสิ้นไป จึงจำเป็นต้องมีการเข้าตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ เพื่อให้หน่วยงานบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนด
                    วิธีการประเมินความเสี่ยง มีดังนี้
                    1)  ศึกษาพันธกิจและวัตถุประสงค์ของแต่ละหน่วยรับตรวจ โดยเฉพาะกิจกรรมสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ

                   2)  จัดทำและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงความเชื่อมโยงของหน่วยงาน

                   3) ประเมินผลระบบควบคุมภายในของหน่วยงานหรือของกิจกรรมทั้งที่ได้มีการจัดวางระบบการควบคุมภายในและไม่ได้มีการจัดวางระบบการควบคุมภายใน  โดยให้แต่ละหน่วยรับตรวจมีการประเมินผลระบบการควบคุมภายในตนเอง (Control Self Assessment)   

                    4) ระบุปัจจัยเสี่ยง โดยการรวบรวมปัจจัยเสี่ยงหรือเหตุของความเสี่ยงจากการค้นหา และระบุว่าสถานการณ์ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยแยกตามกิจกรรมการบริหารจัดการขององค์กร  ได้แก่ ด้านนโยบาย ด้านการปฏิบัติงาน ด้านการเงินหรืองบประมาณ และด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ

                    5) วิเคราะห์ความเสี่ยง โดยมีการกำหนดเกณฑ์และระดับความเสี่ยง ปกติจะกำหนดเกณฑ์เป็น 3 ระดับ คือ ระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำ 

                    6)  การจัดลำดับความเสี่ยง หากหน่วยรับตรวจใดมีความเสี่ยงมาก จะเข้าทำการตรวจสอบก่อน


2.มาตรฐานการควบคุมภายในที่ภาคราชการนำมาใช้ปฏิบัติ มีองค์ประกอบอะไรบ้าง

              ตอบ   มาตรฐานการควบคุมภายในที่ภาคราชการนำมาใช้ปฏิบัติได้นำหลักการ COSO มาใช้  ซึ่งการจัดวางระบบควบคุมภายใน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบที่มีความเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน คือ
             1)  สภาพแวดล้อมการควบคุม ( Control Environment) หมายถึง ปัจจัยต่างๆ ซึ่งมีผลต่อการควบคุมภายใน 
             2)  ปัจจัยเสี่ยง (Risk Assessment) หมายถึง สิ่งที่มีโอกาสจะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ซึ่งไม่พึ่งประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนด 
             3)  กิจกรรมการควบคุม (Control Activities) หมายถึง นโยบายหรือวิธีการต่างๆ ที่กำหนดให้ปฏิบัติเพื่อลดหรือควบคุมความเสี่ยง 
             4)  สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communications) หมายถึง การสื่อสารข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด 
             5)  การติดตามและประเมินผล (Monitoring) หมายถึง กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานและประเมินประสิทธิผลของการควบคุมภายในที่วางไว้ 
ซึ่งองค์ประกอบทั้ง  5 ประการ มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน โดยมีสภาพแวดล้อมของการควบคุมเป็นรากฐานที่จะทำให้องค์ประกอบอื่นๆ ดำรงอยู่อย่างมั่นคง เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการควบคุมภายในเป็นพื้นฐานสำคัญทำให้มีการปฏิบัติตามองค์ประกอบอื่นๆ

 

3.ทำไมองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงจัดวางระบบการควบคุมภายในขึ้นภายในองค์กร
                    ตอบ  1) เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน (Operation Objectives)  ได้แก่ การดำเนินงานและการใช้ทรัพยากรของหน่วยรับตรวจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกัน หรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริตในหน่วยรับตรวจ
                     2)  เพื่อให้เกิดความเชื่อถือได้ของการรายงานทางการเงิน (Financial Reporting Objectives) ได้แก่ การจัดทำรายงานทางการเงินที่ใช้ภายในและภายนอกหน่วยรับตรวจให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันเวลา
                     3)  เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Compliance Objectives) ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ รวมทั้งการปฏิบัติตามนโยบาย และวิธีการปฏิบัติงานที่หน่วยรับตรวจได้กำหนดขึ้น

 

 4. บทบาทและความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบภายในต่อการควบคุมภายใน

       ตอบ       1)  ดำรงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในกิจกรรมที่ตนตรวจสอบ 
                    2)  ทำให้มั่นใจในความรู้ ความสามารถ ในวิชาชีพและความรับผิดชอบด้านจริยธรรมของผู้ตรวจสอบ 
                    3)  เสนอแนะผู้บริหารในส่วนที่มีความเสี่ยงต่อการไม่บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ 
                    4)  จัดทำแผนและเป้าหมายการตรวจสอบ 
                    5)  ตรวจสอบการดำเนินงาน และเสนอแนะการปรับปรุงการดำเนินงานและการควบคุมให้ดียิ่งขึ้น 
                    6)  ติดตามผลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อเสนอแนะจากผลการตรวจสอบได้รับการปฎิบัติอย่างมี ประสิทธิผล 
                    7)  ประสานงานการตรวจสอบกับผู้ตรวจสอบภายนอก 
                    8) ปฏิบัติงานตามระบบการประกันคุณภาพการตรวจสอบ

 

5. การควบคุมภายในกับการตรวจสอบภายในเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
           
  ตอบ    การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่คณะผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรร่วมกันกำหนดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจในระดับที่สมเหตุสมผลว่าการบริหารและการปฏิบัติงานจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ซึ่งวัตถุประสงค์ของแต่ละส่วนงานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ใดมากกว่ากัน เช่น บางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องการระวังป้องกันการทุจริต การรั่วไหล บางหน่วยงานเน้นการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการบริหาร เป็นต้น  การจัดวางระบบการควบคุมภายในจึงควรให้ความสำคัญกับการกำหนดวัตถุประสงค์ รวมถึงเป็นการดูแลทรัพย์สิน การป้องกันความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริตของหน่วยรับตรวจที่อาจเกิดขึ้น 
                    การตรวจสอบภายใน หมายถึง กิจกรรมที่ดำเนินการอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง ที่หน่วยรับตรวจจัดให้มีขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจและให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานและช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบและมีระเบียบแบบแผนที่ดี
                    อาจกล่าวได้ว่า การควบคุมภายในเป็นการจัดวางระบบให้มีความเหมาะสมกับลักษณะ ขนาด และความซับซ้อนของแต่ละส่วนงานในความรับผิดชอบโดยเน้นวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน  ส่วนการตรวจสอบภายในคือหน่วยงานที่ได้รับหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยรับตรวจเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในระบบควบคุมภายใน  จึงเห็นได้ว่าเมื่อมีระบบการควบคุมภายในจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบภายในเพื่อเป็นการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ผู้บริหารแต่ละส่วนงานกำหนดไว้ในระบบควบคุมภายใน หรือเรียกได้ว่าการตรวจสอบภายในถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมภายในที่ต้องมีควบคู่กันไปเพื่อความสำเร็จของหน่วยงาน

 

6. ประโยชน์ที่หน่วยรับตรวจจะได้รับ เมื่อหน่วยตรวจสอบทำการเข้าตรวจ

ตอบ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในจะช่วยสอบทานงานของหน่วยรับตรวจ และให้คำแนะนำการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประหยัด และโปร่งใส รวมทั้งส่งเสริมให้หน่วยรับตรวจได้ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มระบบการควบคุมภายใน ในจุดที่หละหลวม เพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรมนอกจากนี้ การตรวจสอบภายในยังสามารถเป็นสื่อหรือช่องทางหนึ่งในการเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะจากหน่วยงาน ให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างในการดำเนินงานให้ลดลงอีกด้วย

 

7. การพัสดุ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 หมายความว่า

          ตอบ การจัดทำเอง การซื้อ การจ้าง การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงาน การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่าย และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

 

8. พัสดุ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 หมายความว่า

          ตอบ วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ หรือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามสัญญาเงินกู้จากต่างประเทศ

 

9. เงินงบประมาณ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 หมายถึง

          ตอบ งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และเงินซึ่งส่วนราชการได้รับไว้โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ไม่ต้องส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ไม่รวมถึงเงินกู้ และเงินช่วยเหลือ ตามระเบียบนี้

 

10. การซื้อ ในระเบียบสำหนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ  หมายถึง

          ตอบ การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้ง ทดลอง และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึง

การจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

 

11. การจ้าง ในระเบียบสำหนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ หมายความว่า

          ตอบ การจ้างทำของและการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการจ้างเหมาบริการ แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของส่วนราชการตามระเบียบของกระทรวงการคลัง การรับขนในการเดินทางไปราชการตามกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงาน และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 

12. ส่วนราชการ หมายถึง

          ตอบ กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือในต่างประเทศ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

 

13. กวพ. หมายถึง

          ตอบ ตามระเบียบข้อ 11 ให้มี คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ  เรียกโดยย่อว่า  กวพ.”  ประกอบด้วย  ปลัดกระทรวงการคลัง  เป็นประธานกรรมการ  อธิบดีกรมบัญชีกลาง  ผู้แทนกระทรวงกลาโหม  ผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด  ผู้แทนสำนักงบประมาณ  ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  ผู้แทนสำนักงาน  ...  ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ  ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินห้าคน  เป็นกรรมการ  และให้เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง  เป็นกรรมการและเลขานุการ  กับให้  กวพ.  แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

 

14. การซื้อและวิธีจ้าง มีกี่วิธี

          ตอบ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535  ตามระเบียบ ข้อ 18 การซื้อหรือการจ้างกระทำได้ 6 วิธี คือ

(1) วิธีตกลงราคา

(2) วิธีสอบราคา

(3) วิธีประกวดราคา

(4) วิธีพิเศษ

(5) วิธีกรณีพิเศษ

(6) วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

(ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 5 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2545)

 

15. การซื้อหรือจ้าง โดยวิธีตกลงราคา หมายถึง

          ตอบ ตามระเบียบข้อ 19 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา หมายถึง การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน100,000 บาท

(ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 3 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538)

 

16. การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา หมายถึง

          ตอบ ตามระเบียบข้อ 20การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา หมายถึง

การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท (ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 3 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538)

 

17. การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา หมายถึง

          ตอบ ตามระเบียบข้อ 21 การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา หมายถึง การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 2,000,000 บาท

(ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 3 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538)

 

18. การซื้อโดยวิธีพิเศษ หมายถึง

          ตอบ ตามระเบียบข้อ 23 การซื้อโดยวิธีพิเศษ หมายถึง การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(1) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาด โดยส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(2) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ

(3) เป็นพัสดุเพื่อใช้ในราชการลับ

(4) เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ และจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม (Repeat Order)

(5) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(6) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ ซึ่งหมายความรวมถึง อะไหล่ รถประจำตำแหน่ง หรือยารักษาโรคที่ไม่ต้องจัดซื้อตามชื่อสามัญในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตามข้อ 60

(7) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

(8) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 11 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2539)

 

19.การจ้างโดยวิธีพิเศษ หมายถึง

           ตอบ ข้อ 24 การจ้างโดยวิธีพิเศษ หมายถึง การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(1) เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

(2) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

(3) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ

(4) เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของทางราชการ

(5) เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ และจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม (Repeat Order)

(6) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 11 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2539)

 

20. ตามระเบียบ ข้อ ๑๐  เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามระเบียบนี้  หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการใดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้  หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต  หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจ  หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่  รวมทั้งมีพฤติกรรมที่เอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าเสนอราคาหรือเสนองาน  ให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการหรือตามกฎหมายเฉพาะของส่วนราชการนั้น  ต้องมีบทลงโทษอย่างไร

          ตอบ    1. ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริต  หรือเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายอย่างร้ายแรง  ให้ดำเนินการลงโทษอย่างต่ำปลดออกจากราชการ

                        2. ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายแต่ไม่ร้ายแรง  ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน

                        3. ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย  ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน  โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

 

Facebook

   331 views/0 ความคิดเห็น โดย thitaree
30/มี.ค./58 09:54


หน้า 1
กลุ่มบล็อก
 
· ถาม-ตอบ ตรวจสอบ
· ตรวจสอบภายใน และตลาดอิเล็กทรอนิกส์
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· yuwaree_rung
· ชาญยุทธ
· สันถวชาคร suhatcha
· owan
· ศรีจันทร์ pimwadee
· arunee
· nutta
· hudar
· kloijai
· งามชม dunyarat
· สะเริญรัมย์ saroenram
· beam
· อินทนู areeya
· แก้วแจ่ม supatcha
· บัวทอง benya
· อ่างแก้ว satawan2
 



จำนวนผู้เข้าชมเวบไซด์ 8,604 คน
กลุ่มตรวจสอบภายใน
88/22 หมู่ 4 อาคาร C ชั้น 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 02 590 4102,โทรสาร 02 590 4101