กลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog กลุ่มตรวจสอบภายใน
บัวทอง benya
 
กลุ่มตรวจสอบภายใน
 
 

Archives
 
· สิงหาคม 2557 (1)
· มีนาคม 2558 (1)
· กันยายน 2558 (1)
 

Home /สาระความรู้
ถาม-ตอบ รอบ 2
750 views / 0 ความคิดเห็น 08/ก.ย./58 16:58

 

     

1.คำถาม : คุณภาพของงานตรวจสอบภายใน หมายถึง                                                                               คำตอบ:  งานตรวจสอบภายในที่มีการปฏิบัติงานที่เป็นไปตามมาตรฐานและผลการปฏิบัติงานสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับหน่วยรับตรวจ การนำที่เป็นไปตามมาตรฐานและผลการปฏิบัติงานสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับหน่วยรับตรวจ การนำระบบการประกันคุณภาพมาใช้กับงานตรวจสอบภายใน จึงเป็นวิธีการที่จะทำให้หน่วยงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการมีการพัฒนาคุณภาพงานตรวจสอบภายในให้เป็นไปตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ เพื่อเป็นสร้างความเชื่อมั่นแก่บุคคลทั่วไปต่อผลการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบภายใน
2.คำถาม : การประเมินคุณภาพ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ                                                                                 คำตอบ :  1. การประเมินคุณภาพจากภายในส่วนราชการ (Internal Assessment) ได้แก่  1.1 การประเมินคุณภาพจากภายในอย่างต่อเนื่อง (On-going Review) เป็นการประเมินคุณภาพภายในหน่วยงานตรวจสอบภายในซึ่งแฝงอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ เช่น การกำกับดูแล การสอบทานการปฏิบัติงาน การให้คำปรึกษาแนะนำ การจัดทำ Check list การจัดทำ Customer feedback หรือโครงการพัฒนางานด้านการตรวจสอบภายในต่าง ๆ เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน คือ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบให้เกิดการประเมินคุณภาพในลักษณะดังกล่าว
1.2 การประเมินคุณภาพจากภายในแบบครั้งคราว (Periodic Review) เป็นการประเมินโดยทีม
ประเมินที่เป็นบุคลากรภายในของส่วนราชการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ทีมประเมินต้อง
ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ในงานตรวจสอบภายใน กระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับ
ดูแลที่ดี มีความเชี่ยวชาญในงานด้านการพัฒนากระบวนการทำงาน และมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ
3. คำถาม : ค่ายาแผนไทย สามารถนำมาเบิกกับทางราชการได้หรือไม่                                                                                        คำตอบ :  ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0422.2/ว 33 ลงวันที่ 11 เมษายน 2554 กำหนดให้ค่ายาแผนไทยสามารถเบิกกับทางราชการได้ โดยให้เบิกได้เฉพาะค่ายาที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรคโดยตรงเท่านั้น ส่วนยาแผนไทยที่ใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ และ/หรือเพื่อการนวดบรรเทาอาการ เช่น น้ำมันไพล เจลพริก เป็นต้น สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไรประเภทเครื่องสำอาง หรือมีลักษณะเป็นอาหาร ห้ามเบิกจ่ายจากทางราชการ โดยการเบิกจ่ายต้องเป็นไปตามรายการยาและเงื่อนไขการใช้ยาที่กำหนดตามหนังสือเวียนดังกล่าวข้างต้น
4.คำถาม : กรณีที่มีบุตรเป็นข้าราชการ หากมีบิดาหรือมารดาเป็นลูกจ้างประจำเกษียณออกจากหน่วยงานราชการแล้ว สามารถอาศัยสิทธิบุตรที่เป็นข้าราชการเข้าร่วมโครงการจ่ายตรงได้หรือไม่                                                                                  คำตอบ : กรณีลูกจ้างประจำที่เกษียณจะได้รับเพียงอย่างเดียว จึงทำให้หมดสิทธิสวัสดิการของตนเอง รวมทั้งบุคคลในครอบครัวด้วย                                                                                                                                  กรณีลูกจ้างประจำที่เกษียณสามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญได้ หากเลือกรับบำเหน็จ สิทธิสวัสดิการของตนเองและบุคคลในครอบครัวก็จะหมดสิทธิไป ถ้าเลือกรับบำนาญ สิทธิสวัสดิการของตนเองและบุคคลในครอบครัวจะยังมีสิทธิต่อไป กรณีนี้บิดาและมารดาสามารถจะอาศัยสิทธิกับบุตรที่เป็นข้าราชการได้ แต่บุตรที่เป็นข้าราชการจะต้องบันทึกข้อมูลของบิดาและมารดาในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐให้ “สมบูรณ์” จึงจะสามารถเข้าร่วมโครงการจ่ายตรงได้                                                                                                                              
              
                                                                                                                                       5.คำถาม :   การเดินทางไปราชการในช่วงเดือนกันยายนคาบเกี่ยวถึงเดือนตุลาคม จะขอยืมเงินงบประมาณในปีปัจจุบันได้หรือไม่        
คำตอบ:  กรณีที่ต้องเดินทางไปราชการในช่วงเดือนกันยายนคาบเกี่ยวไปถึงเดือน ตุลาคม ของปีงบประมาณหน้า สามารถขอยืมเงินงบประมาณปีปัจจุบัน โดยถือว่าเป็นรายจ่ายของปีงบประมาณปัจจุบันและให้ใช้จ่ายได้ไม่เกิน    90 วัน นับแต่วันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ แต่หากยืมไปเพื่อการปฏิบัติราชการอื่น ให้ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่  
6.คำถาม :หน่วยงานตรวจสอบทะเบียนคุมรายการขอเบิกเงิน (ที่ทำด้วยมือ) กับรายงานสถานการณ์ใช้จ่ายงบประมาณในระบบ GFMIS แล้วผลปรากฏว่า                                                                            คำตอบ :  ให้ Drill Down ข้อมูลรายงานสถานการณ์ใช้จ่ายงบประมาณมาเทียบกับทะเบียนคุมรายการขอเบิกเงิน (ที่ทำด้วยมือ)พบว่า มีการบันทึกขอเบิกที่ลงทะเบียนคุมรายการขอเบิกเงิน (ที่ทาด้วยมือ) ไว้เกินแล้วไม่ ยกเลิก ยอดเบิกที่ทาด้วยมือจึงสูงกว่า
7.คำถาม นำส่งเงิน 2 ประเภท (รายได้แผ่นดินและเงินฝากคลัง) แต่ธนาคารกรุงไทยบันทึกเป็นเงินฝากคลังประเภทเดียว                                                                                                                                                   –กรณีพบข้อผิดพลาดในวันที่นาส่งให้ติดต่อแก้ไขผ่านธนาคารกรุงไทย                                                                        -กรณีข้ามวัน ให้ธนาคารกรุงไทยแจ้งกรมบัญชีกลาง (สรจ.) แก้ไขประเภท การนาส่งเงินภายในระยะเปิดงวดบัญชีที่กำหนด                                                                                                                                      * ดูเพิ่มเติม –หนังสือเวียน ว61 ลงวันที่ 14 ก.พ. 2556
8.คำถาม :หน่วยงานนำส่งเงินผิดประเภท เช่น ที่ถูกต้องคือ รายได้แผ่นดิน แต่ระบุผิดเป็นเงินฝากคลัง หรือที่ถูกต้องคือ เงินฝากคลัง แต่ระบุผิดเป็นรายได้แผ่นดิน                                                                            คำตอบ :  - กรณีพบข้อผิดพลาดในวันที่นาส่งให้ติดต่อแก้ไขผ่านธนาคารกรุงไทย                
            -กรณีข้ามวัน ให้แจ้งกรมบัญชีกลาง (สรจ.) แก้ไขประเภทการนาส่งเงินภายในระยะเปิดงวดบัญชีที่กำหนด  
            - กรณีพบข้อผิดพลาดทางการเงินและบัญชีภายหลังจากที่ปิดงวดบัญชี ดาเนินการดังนี้                                           1) บันทึกข้อมูลนาส่งตามประเภทที่ระบุในใบนาฝาก(Pay in Slip) ระบุวันที่ผ่านรายการเป็นวันที่ 1 ของงวดเดือนก่อนที่ยังไม่ปิดงวด                                                                                                                              2) หากประสงค์จะแก้ไขประเภทเงินให้ถูกต้อง ให้ดาเนินการขอเบิกจากคลังตามประเภทเงินที่นาส่ง เมื่อได้รับเงินจากคลังให้นาเงินดังกล่าวส่งคลังตามประเภทที่ถูกต้อง 3) การระบุประเภทเงินนาส่งผิดพลาดเป็นรายได้แผ่นดินให้ขอตกลงกระทรวงการคลังเพื่อถอนคืนรายได้แผ่นดิน แล้วนาเงินที่ได้รับส่งคลังตามประเภทที่ถูกต้อง                            * ดูเพิ่มเติม -หนังสือเวียน ว61 ลงวันที่ 14 ก.พ. 2556
9.คำถาม : เงินยืมทดรองราชการหมายถึง และเอกสารยืมเงินทดรองราชการประกอบด้วยอะไร                                                                                      เงินยืมทดรองราชการหมายถึง จำนวนเงินซึ่งกระทรวงการคลังสั่งจ่ายจากเงินคงคลัง สำหรับให้ส่วนราชการมีไว้เพื่อทดรองใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายที่กำหนด โดยส่งสัญญายืมเงินก่อนล่วงหน้า 7 วันทำการ คำตอบ :  เอกสารประกอบการยืมเงินทดรองราชการ ประกอบด้วย                                                                 1. การยืมเงินทดรองเพื่อเดินทางไปราชการ ผู้เบิกต้องแนบเอกสาร ประกอบดังนี้                                        1.1 สัญญายืมเงิน จำนวน 2 ฉบับ ลงลายมือชื่อผู้ยืมและผู้รับเงินให้                                                                    1.2 บันทึกขออนุมัติไปราชการ ของผู้ยืมเงินหรือ สำเนา                                                                                         1.3 ประมาณการค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการให้ใกล้เคียงความจริง มากที่สุด เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ                                                                                                                                 1.4 กำหนดส่งใบสำคัญชำระหนี้ ภายใน 15 วัน นับจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน พร้อมเงินสดคงเหลือ (ถ้ามี)        
2. การยืมเงินทดรองเพื่อจ่ายเป็นค่าวัสดุ/ค่าจ้างเหมาบริการ                                                                     2.1 สัญญายืมเงิน จำนวน 2 ฉบับ ลงลายมือชื่อผู้ยืมและผู้รับเงินให้ครบถ้วน                                                             2.2 รายงานการซื้อ/ จ้าง                                                                                                                          2.3 กำหนดส่งใบสำคัญชำระหนี้ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินยืม (แนบเอกสารต้นฉบับทุกรายการ) พร้อมเงินสดคงเหลือ (ถ้ามี)                                                                                                              3. การยืมเงินทดรองราชการเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม/อบรม                                                                3.1 สัญญายืมเงิน 2 ฉบับ ลงลายมือชื่อผู้ยืมและผู้รับเงินให้ครบถ้วน                                                               3.2 สำเนาอนุมัติโครงการ/สำเนาขออนุมัติจัดประชุม                                                                                   3.3 ประมาณการค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุดโดยแยกรายละเอียด รายการ ค่าใช้จ่ายทุกรายการ ไม่ใช่สรุปเป็นจำนวนรวม                                                                                                                               3.4 กำหนดส่งใบสำคัญชำระหนี้ ภายใน 30 วัน นับจากได้รับเงินพร้อมเงินสดคงเหลือ (ถ้ามี)                                     3.5 กรณีส่งใช้เงินยืมเงินทดรองราชการ มีการส่งใช้เงินยืมเป็นเงินสดเกินกว่า 30 % ของวงเงินที่ยืม หรือบางรายการที่ส่งใช้คืนเงินสดเต็มจำนวน หรือ 100 % ให้แนบบันทึกเหตุผลชี้แจงประกอบด้วย                                      10.คำถาม :   หลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณมีกี่ประเภทอะไรบ้าง                                                                       คำตอบ:  รายจ่ายตามงบประมาณจำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่                                                                                             1. รายจ่ายของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ         2. รายจ่ายงบกลาง                                                                                    รายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ หมายถึง รายจ่ายซึ่งกำหนดไว้สำหรับแต่ละส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะ จำแนกออกเป็น 5 ประเภทงบรายจ่าย                                                                               ได้แก่   1.1 งบบุคลากร    1.2 งบดำเนินงาน 1.3 งบลงทุน 1.4 งบเงินอุดหนุน 1.5 งบรายจ่ายอื่น                                                                                                                                                             1.1 งบบุคลากร หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว  และค่าตอบแทน พนักงานราชการ รวมถึงรายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว                                                                                      1.2 งบดำเนินงาน หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานประจำ ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่าสาธารณูปโภค รวมถึงรายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว                                                                                                                                             1.3 งบลงทุน หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการลงทุน ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์                  ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รวมถึงรายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่าย อื่นใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว                                                1.4 งบเงินอุดหนุน หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเป็นค่าบำรุงหรือเพื่อช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งมิใช่ราชการส่วนกลางตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน   หน่วยงานในกำกับของรัฐ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาตำบล องค์การระหว่างประเทศ นิติบุคคล เอกชนหรือกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ รวมถึง เงินอุดหนุน งบพระมหากษัตริย์ เงินอุดหนุนการศาสนา และรายจ่ายที่สำนักงบประมาณกำหนดให้ใช้จ่ายในงบรายจ่ายนี้     งบเงินอุดหนุนมี 2 ประเภท ได้แก่                                                                                                      (1) เงินอุดหนุนทั่วไป หมายถึง เงินที่กำหนดให้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของรายการ เช่น ค่าบำรุงสมาชิกองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ค่าบำรุงสมาชิกสหภาพวิทยุกระจายเสียงแห่งเอเชีย เงินอุดหนุนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด เงินอุดหนุนเพื่อบูรณะท้องถิ่น เป็นต้น                                                                                                                     (2) เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ หมายถึง เงินที่กำหนดให้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ของรายการและตามรายละเอียดที่สำนักงบประมาณกำหนด เช่น รายการค่าครุภัณฑ์ หรือค่าสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น   รายจ่ายงบเงินอุดหนุนรายการใดจะเป็นรายจ่ายประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป หรือเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ให้เป็นไปตามที่สำนักงบประมาณกำหนด 11.คำถาม :   ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหมวดหลัก e-market หมวดย่อย ทั่วไป ประเภทของส่วนราชการ หากต้องการบันทึกสินค้าที่มากกว่าที่กรมบัญชีกลางกำหนดได้หรือไม่                                                                    คำตอบ :  ผู้ใช้งานไม่สามารถบันทึกสินค้าได้มากกว่าที่กรมบัญชีกลางกำหนด เพิ่มได้เพียงสินค้า 5 ตัว ที่กำหนดไว้เท่านั้น    ในอนาคตจะค่อย ๆ เพิ่มสินค้าให้โดยต้องดูว่าเป็นสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะไม่มาก และมีผู้ขายมากราย เป็นต้น                                                                                                                                         12.คำถาม :   ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหมวดหลัก ลงทะเบียน  หมวดย่อย สิทธิการเสนอราคา ประเภทผู้ค้ากับภาครัฐในการปรับปรุงข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อให้มีสิทธิ์ในการเสนอราคาด้วยวิธี e-market, e-bidding ต้องดำเนินการอย่างไร                                                                                                                   คำตอบ :  กรณีนี้จะเกิดกับผู้ค้าภาครัฐที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 1 พ.ย 57 เมื่อผู้ค้าทราบว่าได้ลงทะเบียนไว้นานแล้วจะต้อง Login เข้าไปในระบบ e-GP เพื่อไปปรับปรุงข้อมูลการลงทะเบียน ซึ่งสามารถดูคู่มือการปรับปรุงได้ที่ หัวข้อ ดาวโหลดแนะนำ/แนวทางการปฏิบัติงาน e-GP ระยะที่ 3/คู่มือการลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ หรือสามารถดาวน์โหลด e-learnning การลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐเพื่อสร้างความเข้าใจก่อนเข้าใช้งานในระบบ                                  13. คำถาม : “ระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Market : e - market) เป็นอย่างไร                                                                 คำตอบ : “ระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Market : e - market) ได้แก่ การจัดหาพัสดุ                        ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยวิธีการซื้อหรือ                     การจ้างที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ซับซ้อน เป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป มีมาตรฐาน ซึ่งกำหนดให้                    ส่วนราชการจัดซื้อสินค้าหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ในระบบ e - catalog โดยให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการหรือ ผู้รับจ้างเสนอราคาผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง                                                                                                                                    14. คำถาม : ตามแนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุการซื้อหรือการจ้างวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e - market)               และวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์  (e - bidding) ปฏิบัติอย่างไร                                                      คำตอบ :  การซื้อหรือการจ้างตามแนวทางปฏิบัตินี้กระทำได้ ๒ วิธี คือ                                                                     (๑) วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e - market)                                                                                          (๒) วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding)                                                                                        วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ การจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ซับซ้อน เป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป                 มีมาตรฐาน ซึ่งกำหนดให้ส่วนราชการจัดซื้อสินค้าหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ใน ระบบ e - catalog กระทำได้ ๒ ลักษณะ ดังนี้     
                                                                                                                            (๑) การเสนอราคา โดยใบเสนอราคา (Request for Quotation : RFQ) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท                                                                                 (๒) การเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Auction) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท                                                                                                                             วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยเป็นการจัดหา             พัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่มีความซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะหรือเป็นสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระบบ e - market                                                                                                                          15. คำถาม  กรณีที่มีผู้เสนอราคาในวิธี e-market ได้ราคาต่ำสุดแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติพบว่าผู้เสนอราคารายต่ำสุดเสนอราผิดเงื่อนไข จะสามารถเลือกรายต่ำสองเป็นผู้ชนะได้หรือไม่                                            คำตอบ : สามารถเลือกรายต่ำถัดมาเป็นผู้ชนะได้ แต่ส่วนราชการต้องส่งแบบแจ้งปัญหาการใช้งานในระบบ e-GP กรณี “แบบแจ้งขอเปลี่ยนแปลงผู้ชนะการเสนอราคาในระบบ e-market” มาให้กรมบัญชีกลางเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ไปเลือกรายถัดไปเป็น ผู้ชนะได้                                                                                                      16.คำถาม : ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินข้อ 5 ในการให้ผู้บริหารมีการจัดวางระบบการควบคุมภายในนั้น สตง.ควรมีบันทึก/หนังสือ ถึงหน่วยรับตรวจอย่างเป็นทางการเพื่อให้มีการปฏิบัติภายในเวลาที่กำหนดอย่างจริงจังด้วยหรือไม่ เพื่อที่หน่วยงานตรวจสอบภายในจะได้ติดตามการควบคุมภายในตามระเบียบดังกล่าว                                                         คำตอบ : สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการให้หัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในส่วนกลาง (ตามหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ ตผ 0001/ว. 07 ลงวันที่ 4 มกราคม 2545) และในส่วนภูมิภาค (ตามหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ ตผ 0001/ว. 08 ลงวันที่ 4 มกราคม 2545) ต้องจัดวางระบบการควบคุมภายในให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน                                   17.คำถาม : กรณีบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ได้ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของหน่วยงานของรัฐ จะถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็น เจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่     พ.ศ. 2539 หรือไม่         
คำตอบ:  มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ประกอบข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์ การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ได้นิยามคำว่า”เจ้าหน้าที่ให้หมายความรวมถึงผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นไว้ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด บรรดาซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือถูกสั่งให้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย ดังนั้น บุคคลภายนอกซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการของหน่วยงานของรัฐจึงเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งในฐานะ (บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 878/2556)                                                                                                       18.คำถาม : กรณีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำละเมิดขาอายุความ (ครบ 10ปี) หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่จ้องรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ได้หรือไม่                                                                                                                                     คำตอบ : แม้ว่าสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจะขาดอายุความแล้ว ก็ไม่มีผลเป็นการตัดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่เสียหายที่จะสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต่อไปเพราะแม้ว่า สิทธิเรียกร้องจะขาดอายุความแล้ว ก็ยังฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องต่อไปเนื่องจากศาลไม่อาจอ้างอายุความเป็นเหตุยกฟ้องหากคู่ความได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ (บันทึกสำนักงานคระกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 278/2556)                                                                                                         
19.คำถาม : กรณีบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ได้ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของหน่วยงานของรัฐ จะถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็น เจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 หรือไม่                                                                                                                       คำตอบ: มาตรา 4 แห่งประราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ประกอบข้อ 4.แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ได้นิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่”ให้หมายความรวมถึงผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นไว้ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด บรรดาซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือถูกสั่งให้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย ดังนั้น บุคคลภายนอกซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการของหน่วยงานของรัฐด้วย ดังนั้น บุคคลภายนอกซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการของหน่วยงานของรัฐจึงเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งในฐานะ (บันทึกสำนักงานคณะกกรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 878/2556)
20.คำถาม: กรณีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นผลมาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด อย่างไร                                                                   คำตอบ: ข้อ 11 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 กำหนดให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ 8 หรือ ข้อ 10 บรรดาที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณีร่วมกันแต่งตั้ง ซึ่งสรุปได้ว่า ให้หน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเสียหายและหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดสังกัดตกลงกันให้หน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดแล้วให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องลงนามในคำสั่งดังกล่าว (บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 392/2549)
 
 

 

Facebook

คะแนน: 0     750 views / 0 ความคิดเห็น โดย benya
08/ก.ย./58 16:58



กลุ่มบล็อก
 
· กลุ่มตรวจสอบภายใน
· ถาม-ตอบ ปี58 Benyapha
· สาระความรู้
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· yuwaree_rung
· ชาญยุทธ
· สันถวชาคร suhatcha
· owan
· ศรีจันทร์ pimwadee
· arunee
· nutta
· hudar
· kloijai
· งามชม dunyarat
· สะเริญรัมย์ saroenram
· beam
· อินทนู areeya
· แก้วแจ่ม supatcha
· อ่างแก้ว satawan2
· ธนมิตรานนท์ thitaree
 



จำนวนผู้เข้าชมเวบไซด์ 8,789 คน
กลุ่มตรวจสอบภายใน
88/22 หมู่ 4 อาคาร C ชั้น 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 02 590 4102,โทรสาร 02 590 4101