สำนักงานสนับสนุนการจัดการความรู้ เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog สำนักงานสนับสนุนการจัดการความรู้
wimon
 
สำนักงานสนับสนุนการจัดการความรู้
 
 

Archives
 
· กรกฎาคม 2553 (2)
· พฤศจิกายน 2553 (1)
· มกราคม 2554 (1)
· มีนาคม 2554 (2)
 

Home
เคล็ดลับของการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้มีพลัง ด้วยการเสริมพลัง
2710 views/0 ความคิดเห็น 09/มี.ค./54 14:44

                                                         
บันทึกจากประสบการณ์ การทำงานโครงการเสริมพลังพหูภาคี
เพื่อพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก อย่างมีส่วนร่วม
ด้วยกระบวนการจัดการความรู้
    
     เสียงสะท้อนจาก สุวดี นักวิชาการจากรพ.สต.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา " เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทำให้หนูจับไมค์แล้วพูดรู้เรื่อง”
     เสียงสะท้อนจาก อัญชัน นักวิชาการการศึกษา อบต.กะไหล เพื่อนร่วมวง " อ.ทำให้คนเล่าเรื่องมีพลังได้จริงๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน "
     เสียงสะท้อนจากรองนายก อบต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง " เป็นการประชุมที่หลับไม่ได้ ผมเพิ่งค้นพบว่าผมก็มีความสามารถในการเขียน เมื่อก่อนไม่มั่นใจ พอเข้ามาเรียนรู้กับโครงการฯ ผมเพิ่งรู้ว่านี่คือความรู้ที่อยู่ในตัวผม”
     เสียงสะท้อนจากพ่อกลาง แกนนำชุมชนวัย 70 ปี นักเล่านิทานของศูนย์เด็กวัดศรีแก้วและหมอนวดแผนไทย มือนวดประจำวงลปรร. " เวทีนี้ไม่รู้สึกว่าใครด้อยกว่าใคร คนเรามีดีไม่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าตัวเองก็มีดี "
     เสียงสะท้อนจากครูจุ๋ม ผู้ดูแลเด็ก ศูนย์เด็กเล็กบ้านดอนไร่ จ.ชัยนาท " หนูชอบสื่อแผ่นกระดานแม่เหล็กของครูนง เก็บเด็กได้ดี หนูจะกลับไปทำใช้บ้าง"
     เสียงสะท้อนจาก น้องขวัญ นักวิชาการสาธารณสุข สสจ.หนองบัวลำภู " ตอนแรกกะว่าจะลองขยาย 2 อำเภอ พอมาเข้าวงเห็นศักยภาพคนของเราแล้ว ทำทั้งจังหวัดเลยดีกว่า "
     เสียงสะท้อนเหล่านี้ เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในจำนวนกว่า 300 เสียงที่สะท้อนให้เห็นพลังจากวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นความเบิกบานใจของทีมงานที่เริ่มเห็นดอกผลที่งอกงาม จากการเตรียมดิน เติมปุ๋ยและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมมาบ่มเพาะ รดน้ำ พรวนดิน โดยเจ้าของพื้นที่ลงทุน ลงแรงและร่วมชื่นชมดอกผลไปกับเรา ทีมงานโครงการเสริมพลังพหุภาคีเพื่อพัฒนาศูนย์เด็กเล็กอย่างมีส่วนร่วมด้วยกระบวนการจัดการความรู้
    
     วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.)จะมีพลังไม่ใช่การเล่าไปเรื่อยๆ พลังในที่นี้หมายถึง วงคักคัก คนเล่า(คุณกิจ)อยากเล่า ตั้งใจถ่ายทอดกลเม็ดเคล็ดลับให้เพื่อนในวงเกิดความรู้ อยากกลับไปลองใช้ ลองทำ คนฟัง อยากฟัง เกิดการเรียนรู้และคิดออกว่าจะนำสิ่งที่ได้ยินได้ฟังไปใช้ต่ออย่างไร คนชวนคิดชวนคุย (facilitator) สามารถกระตุ้นให้วงเกิดความสนใจ และทุกคนรู้สึกถึงความมีคุณค่าของตนองและคนในวง คนจดบันทึก( notetaker) สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และจับประเด็นจากเรื่องเล่าได้อย่างไม่ตกหล่น แม้กระทั่งการได้ยินและสัมผัสได้ถึง อารมณ์ ความรู้สึกและเจตนารมณ์ที่อยู่ข้างใน ที่สำคัญคือการเกิดพลังเรียนรู้จากแลกเปลี่ยน(share) ขอย้ำว่า มิใช่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มิใช่การระดมสมอง มิใช่การวิพากษ์ วิจารณ์แต่เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงที่ผ่านปฏิบัติมาก่อน บวกกับการสะท้อน ( reflection) หลังจากการฟัง การสะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก สะท้อนการเรียนรู้อย่างถูกจุด จะทำให้วงเกิดการพลังเรียนรู้ คนเล่าจะรู้สึกภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าของงาน เห็นคุณค่าของตนเองและเกิดพลังที่จะเรียนรู้และขยายผล คนฟังก็อยากกลับไปลองทำและเห็นภาพอนาคตว่าจะเอาความรู้ที่ได้ไปใช้กับตนเอง กับงาน กับคนของตนเอง กับพื้นที่ของตนเองได้อย่างไร
 
การเตรียมการ (BAR)
          สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ ( BAR: Before Action Review) คิด ฝัน ทำด้วยความรัก เริ่มมาจากแรงบันดาลใจที่เห็น ลปรร.และการถอดบทเรียนเป็นประเด็นฮิตติดตลาด แต่หลายองค์กรเจอทางตันจากการเล่าไปเรื่อยๆ ความต้องการของพื้นที่อยากถอดบทเรียนเป็น ทุกวันนี้มีนักวิชาการ และหน่วยงานมากมายลงไปถอดบทเรียนในพื้นที่ ไปล้วงไปควักความรู้ในพื้นที่แล้วลาจาก ดีหน่อยคืนข้อมูล ที่ดีมากๆคือ ทำอย่างไรให้เขาทำเป็นและถอดบทเรียนตนเอง และบทเรียนของชุมชน คนที่จะทำได้ดีที่สุดก็คือคนในพื้นที่ อยู่ในพื้นที่ เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวัน มีความรู้มากมายที่อยู่ในตัวคน ในพื้นที่ของเขา ต้องทำให้เขาเห็นความสำคัญ เห็นประโยชน์ของลปรร. แล้วเขาจะทำให้วงลปรร.มีพลังได้ด้วยตัวเขาเอง
 
การ mapping (การระบุ, การค้นหา ) คนและหัวปลา
          การคัดเลือกคนเข้าวงเป็นหัวใจสำคัญของวงลปรร. Mapping คน คุณกิจที่มีประสบการณ์ การทำงานจริงและพร้อมที่จะเรียนรู้และถ่ายทอด ขยายวง จึงจะเป็นคุณกิจที่มีพลัง เคล็ดลับตรงนี้คือต้องทำให้คุณกิจเขารู้จักตนเองก่อนว่า มีดี มีความรู้เรื่องอะไร จะเล่าประเด็นอะไร ภาษา KM เรียกว่า หัวปลา นั่นก็คือ ต้องเตรียมคุณกิจ ดึงศักยภาพ ดึงปัญญา เสริมพลัง เสริมศักยภาพให้เขาก่อนเข้าวง ทีมงานโครงการฯ ใช้เทคนิคไปสร้างสัมพันธ์ ไปรับฟัง ไปเรียนรู้ ให้เห็นพลังของเขา ทำให้เขารู้ว่าเขามีพลัง จึงเสริมพลัง คุณหมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ผอ.สำนัก km ใช้คำว่า เสริมพลัง เพราะมีพลัง

BAR ต่อไป เตรียมและเตรียม
          การเตรียมการ ไม่เฉพาะเตรียมคุณกิจ แต่ทีมงานก็ต้องเตรียม เตรียมคนชวนคิดชวนคุย เตรียมคนจด เตรียมสถานที่ อุปกรณ์ บรรยากาศ ให้เกิดความรู้สึกสะดวก สบายใจที่จะเล่า ก่อนเริ่มวงก็ต้องเตรียมคนฟัง มีข้อตกลง ร่วมกันของวงว่า จะทำอย่างไรให้วงลปรร.ของเรามีพลัง เราใช้กิจกรรมที่เลือกแล้วว่าเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ถูกจริตของคนในวงมาเป็นเครื่องมือ สร้างสัมพันธ์ สร้างความคุ้นเคยและเปิดเผยตนเอง เช่น กิจกรรมหาความดีของตนเอง อยู่ด้วยกันจนคุ้นเคยก็เขียนความดี ความเก่งของเพื่อนในวงด้วยกิจกรรมการ์ดเบิกบาน มอบให้เพื่อนเก็บไว้อ่าน หลายวงที่ผ่านมา มีเสียงสะท้อนว่า การ์ดเบิกบานที่ได้จากวงลปรร.เป็นพลังในการทำงาน เมื่อกลับไปที่ทำงาน หยิบขึ้นมาอ่านก็เหมือนเติมพลังให้ตนเอง นอกจากนี้ทีมงานยังเตรียม stock ของกิจกรรม เตรียมไว้งัดเอามาขึ้นใช้ ยามวงฝีด หรืออ่อนล้า เช่นกิจกรรมดูหนัง ฟังเพลงและกิจกรรมผ่อนคลายต่างๆ

Keep in mind
           หัวใจของการทำงานร่วมกันที่มุ่งการขยายผล ต้องมีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน เทคนิคที่ทีมงานใช้คือ share vision ก่อนเข้าวงลปรร. โดยใช้กิจกรรมธารปัญญาสู่ลูกหลาน…
          ขณะเดียวกัน ทีมงานยึดหลักมาแล้วต้องได้ เข้าวงแล้วต้องฉลาดขึ้น อย่างน้อยต้องรู้จักตัวตนและรู้คุณค่าของตนเองจากงานที่ทำ

DAR ( During Action Review ) การทบทวนขณะลงมือปฏิบัติ
          แม้จะมีการเตรียมและเตรียมเป็นอย่างดี แต่ก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลง มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้ตื่นเต้นได้เสมอ ดังนั้นทุกคนในทีมต้องพร้อมที่จะรับมือ ปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่น เทคนิคคือ ดูแลตนเองให้มีพลัง มีสติ มีทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ที่สำคัญคือ กุมเป้า(หมาย)ของเราให้มั่น check เป้าเป็นระยะๆ จับแก่น (หลักการ / วิชาการ ) และเสริมพลังให้ทีมงาน เสริมพลังให้วงให้เกิดการเรียนรู้และหมุนเกลียวความรู้ให้ได้

AAR: After Action Review การทบทวนหลังปฏิบัติการ
          สิ่งที่ขาดไม่ได้ของนักจัดการความรู้คือ การทบทวนหลังปฏิบัติการ เรียกกันติดปากว่า AAR เป็นการใช้คำถามง่ายๆคือท่านคาดหวังอะไรหรือตั้งเป้าไว้ว่าอย่างไร มีอะไรที่ได้ตามความคาดหมาย อะไรที่ไม่ได้ตามความคาดหมายและอะไรที่ได้เกินความคาดหมาย เพราะอะไร ท่านได้เรียนรู้อะไรจากวงลปรร. และจะนำไปใช้ต่ออย่างไร ทีมงานใช้วิธีให้เขียนทุกคนต่างคนต่างเขียนก่อน แล้วแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกันและกันในวงใหญ่ เป็นการต่อยอด เติมเต็มการเรียนรู้ในวง

 
Facebook

   2710 views/0 ความคิดเห็น โดย wimon
09/มี.ค./54 14:44


การ mapping หัวใจของการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีพลัง.
2581 views/0 ความคิดเห็น 02/มี.ค./54 16:39

 
การ mapping หัวใจของการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีพลัง.
 
โดย : วิมล โรมา
สำนักสนับสนุนการจัดการความรู้ กรมอนามัย

          

          การ mapping หมายถึง การค้นหา การระบุ พื้นที่ คน และเรื่องราวดีๆ เพื่อเป็นต้นทุนในการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเราจะเรียกย่อๆว่า ลปรร.และการจะทำให้วงลปรร.มีพลังสามารถกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และขยายผลได้ดี การ mapping ยิ่งต้องเข้มข้น ไม่เพียงแต่ค้นหาคุณกิจที่มีประสบการณ์การทำงานเท่านั้น แต่ต้องเลือกคุณกิจที่มีพลังด้วย

                   คำถามมีอยู่ว่า จะ mapping อย่างไรล่ะ จึงจะได้เรื่องเล่าดีๆและคนเล่าที่มีพลัง
     ประสบการณ์จากการทำงานโครงการเสริมพลังพหุภาคีเพื่อพัฒนาศูนย์เด็กเล็กอย่างมีส่วนร่วมด้วยกระบวนการจัดการความรู้ ดิฉันเริ่มจากความเชื่อที่ว่า คนทุกคนมีศักยภาพและสามารถการเรียนรู้ได้หากมีโอกาส การได้ยินได้ฟังและได้เล่า ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ จะทำให้เกิดพลังเรียนรู้ ประสาน เชื่อมโยง จนเกิดพลังความรู้ นำไปใช้ ขยายผล เกิดการยกระดับพัฒนาจนเกิดความรู้ใหม่หรือเกิดเป็นนวัตกรรมได้
     การ mapping ของโครงการฯ จึงเริ่มจากเป้าหมายสุดท้ายของโครงการ คือ เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยทุกมิติ
 

    
        โจทย์คือจะทำอย่างไร ให้ทุกคนในชุมชนรู้สึกว่าการดูแลเด็กปฐมวัยในชุมชนเป็นเรื่องของชุมชน เพราะเด็กปฐมวัยคืออนาคตของชุมชน จากความเชื่อในเรื่องศักยภาพของคน เชื่อในพลังความรู้ จึงต้อง mapping คนที่มีความรู้และมีพลัง มีประสบการณ์การทำงานร่วมกัน มาตั้งวงคุยกัน วิธีการย้อนรอยเหล่านี้จึงเกิดขึ้น โดย
   การศึกษาข้อมูล สถานการณ์เด็กปฐมวัยและค้นหาว่ามีใครทำอะไรเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย เราพบว่าเด็กปฐมวัย ส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์เด็กเล็ก ข้อมูลต่อไปคือ ศูนย์เด็กเล็กที่มีอยู่เป็นอย่างไร ใครเกี่ยวข้องกับศูนย์เด็กเล็ก
   ค้นหาคนทำงานทีมีพลัง ที่เราใช้คำว่า Active key actors และแบ่งออกเป็น ทีมงานวิชาการโครงการ ทีมวิชาการและทีมจัดการในพื้นที่และทีมปฏิบัติการ
   ค้นหาศูนย์เด็กเล็กที่เป็น good practices โดยใช้ข้อมูลจาก ทะเบียนศูนย์เด็กเล็กที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย เป็นที่ยอมรับของชุมชน มีการทำงานร่วมกันของภาคีในชุมชนภายใต้กรอบทฤษฎี สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ของอาจารย์ประเวศ วะสี
   การคัดเลือกศูนย์เด็กเล็ก เป็นการใช้ข้อมูลมา share and learn โดยนักวิชาการโครงการ นักวิชาการจากส่วนกลางที่ทำงานกับศูนย์เด็กและเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาการเด็ก นักวิชาการและผู้ปฎิบัติงานจากศูนย์อนามัยเขต จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และนักปฎิบัติในพื้นที่ ท้องถิ่น( อบต.)
5. คัดเลือกพื้นที่ ให้กระจาย 4 ภาค เพราะเชื่อว่าความต่างของบริบท มีผลต่อการเรียนรู้ คัดเลือก 2 จังหวัดในหนึ่งภาค คัดเลือกศูนย์เด็กเล็กแม่ข่าย และศูนย์ที่จะมาเรียนรู้ รวม 48 แห่ง
   คัดเลือกคนทำงานที่มีพลัง จากภาคีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ภาคีวิชาการ ภาคีท้องถิ่นและชุมชน โดยดูจากผลงานความสำเร็จ หรือความภาคภูมิใจในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยและส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก
   ลงพิ้นที่ พูดคุยตามหัวปลาใหญ่คือ เด็กมีพัฒนาการสมวัย เพื่อค้นหาหัวปลาย่อย ( ประเด็นเรื่องเล่า ) เรื่องเล่าเร้าพลัง และ เปิดใจรับฟัง เรียนรู้ เก็บเกี่ยว บันทึกประสบการณ์เรื่องเล่าของคุณกิจในแต่ละหัวปลา
   ประชุมทีมงาน เพื่อ mapping analysis และคัดเลือกหัวปลา ออกแบบวงลปรร.
   ระบุ ผู้จัดการระดับเขต ระดับจังหวัด และคุณกิจ ในพื้นที่ นัดหมาย BAR ก่อนจัดวงลปรร.
   การบริหารความเสี่ยง การระบุคุณกิจ ต้องมีเบอร์ 1 และมีตัวสำรอง ไว้กรณีมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
 
          บทเรียน การ mapping ต้องใช้ข้อมูลทั้งจาก secondary data ข้อมูลจากผู้ปฎิบัตืการโดยตรง ข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเชิงบริหารจัดการและวิชาการ การลงพื้นที่เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อสัมผัสถึงบริบทและอารมณ์ ความรู้สึก การรับรู้ถึงระดับของพลังในพื้นที่ มีผลต่อการออกแบบวง ลปรร.
         
          ผลการ mapping ที่ผ่านมา ทีมงานโครงการฯลงพื้นที่ 8 จังหวัดสัมผัสได้ถึงพลังและทุนในชุมชนที่แตกต่างกัน การ BAR เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมและการสร้างความเป็นเจ้าของและกระตุ้นการมีส่วนร่วมตั้งแต่ตอนลงพื้นที่ มีผลต่อการขยายวงการเรียนรู้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อจากการ mapping

 
Facebook

   2581 views/0 ความคิดเห็น โดย wimon
02/มี.ค./54 16:39


ความสุขเล็กๆ ในปีกระต่ายทอง สุขใจที่บ้าน 3 วัย
1347 views/0 ความคิดเห็น 17/ม.ค./54 09:49

 
ความสุขเล็กๆ ในปีกระต่ายทอง
สุขใจที่บ้าน 3 วัย

                    เทศกาลปีใหม่ผ่านมา 2 อาทิตย์ ได้อยู่นิ่งๆทบทวนตัวเองตอนพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล ก็เตรียมตัวเตรียมใจกับการรอคอยหาหนังสือไปนั่งอ่านเล่นเกมส์บนมือถือชวนคุณพ่อคุยจนคุณพ่อหลับ เดินไปเดินมาสุดท้า นั่งนิ่งๆดีกว่าสังเกตุผู้คนรอบข้างแก่มาแล้วเราจะเป็นเหมือนคนแก่คนไหนน๊า บางคนหน้าตาดุดัน แววตาไม่เป็นมิตรเลย บางคนนั่งในรถเข็นก็ยังยิ้มทักทายคนนั้นนี้ เราดูแล้วอยากเข้าไปคุยด้วย บางคนดูอายุมากก็จริงแต่บุคลิกน่ารัก น่าเอ็นดู เห็นคุณตาคนนึงหวีผมให้คุณยาย จัดปกเสื้อให้คุณยายป้อนน้ำ เช็ดปากให้ เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เลยกลับมาดูตัวเอง...ในปีที่ผ่านมา เราทำอะไรให้คนใกล้ชิดเราบ้าง ถ้าเราอยากเป็นเหมือนคุณยายที่เราเห็น
 
                   ตั้งแต่ก่อนปีใหม่คุณพ่อก็ค่อยสบายแต่ท่านใจสู้อยากไปเที่ยว ปีใหม่ปีนี้แม้ไม่รู้สึกคึกคักเช่นปีก่อนๆ แต่ปีนี้กลับมีความสุขเล็กๆ เกิดขึ้นบ่อยๆ ได้อมยิ้มกับตนเองเกือบทุกวัน แล้วก็คิดได้ว่าปีนี้โชคดีตั้งแต่ต้นปี มีโอกาสได้ดูแลท่านทุกวัน ตอนท่านสบายดีท่านอยู่ต่างจังหวัดกับน้องชาย หลายเรื่องที่ท่านไม่เคยเล่าให้น้องหรือเราฟัง แต่ตอนนี้เราได้ฟัง ได้รู้อะไรมากมายจากท่าน ได้ใกล้ชิด ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่เคยเห็น และที่บ้านเรามีความอบอุ่น มีความสุขมากในปีนี้เพราะบ้านเรามีครบทั้งสามวัยและเป็นครอบครัวใหญ่ที่ลูกเรามีคุณตา คุณยายพร้อมหน้าพร้อมตา แม้ว่าคุณตาจะป่วย คุณยายจะไม่แข็งแรง แต่เราพ่อ แม่ ลูกรู้สึกว่ามีคนที่เราต้องเป็นห่วง ต้องดูแลนอกจากเรา 3 คนพ่อ แม่ ลูก ที่ชอบฝากท้องไว้นอกบ้าน แรกๆ ก็ขำๆ เหมือนกัน ตอนเย็นกลับบ้านของเต็มครัวไปหมด ต่างคนต่างซื้อของมาให้คุณตา คุณยายแทนที่ท่านจะดีใจ ท่านกลับบ่นว่าครอบครัวเราซื้อของไม่เป็นซื้อมาได้ยังไง อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ใช่สามีเราก็น้อยใจ ตอนมาจีบเราก็ซื้อให้แบบนี้ แต่ตอนนี้ทำไมไม่ใช่ เราทำหน้าที่เป็นนักประสาน 3 วัย วัยรุ่นก็ใช่ย่อย เพราะคุณยายโทรตามทุกเย็น เราพาคนสามวัยไปเที่ยวด้วยกัน ไปทั้งวัด ทั้งสยาม ( ไม่น่าเชื่อว่าคุณตาอยากไปสยามพารากอน ) ไปดรีมเวิร์ล แรกๆ ก็เหนื่อยแต่ตอนนี้ แม้จะเหนื่อยแต่มันปิติอยู่ข้างใน ลูกสาวเราเขียนการ็ดปีใหม่บอกว่าคุณแม่เป็นคนดี นอกจากจะรักลูกมากที่สุดแล้ว คุณแม่ยังเป็นลูกที่รักคุณตา คุณยายมากที่สุดด้วย แล้วเราก็ภูมิใจที่สามีไม่รังเกียจคุณพ่อที่ป่วยและคุณแม่ที่ทำให้ตื่นเต้นบ่อยๆ เพราะบางวันลุกจากเตียงก็เป็นลมนิ่งไปเลย ขณะที่บางวันลุกขึ้นมาทำงานบ้านทั้งวันจนเราขอร้องให้เลิกทำอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเหมือนเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์
 
                    ตอนนี้เราและลูกสาว ต้องแข่งกันเป็นคุณแจ๋วแต่เดิมเป็นคุณนายตื่นสาย แต่ตอนนี้ต้องรีบตื่นไม่งั้นคุณยายจะแย่งตำแหน่งคุณแจ๋วของเราไปนะลูก...
 
 
                    ปิติสุขภายในใจจากงานปีใหม่ สทป.
                   
                    เป็นเรื่องปกติของเทศกาลปีใหม่ กับการไปอวยพร ให้ของขวัญคนที่เรารักใคร่ เพื่อนสนิทมิตรสหายและเครือข่ายของเรา แต่เราประทับใจปีนี้มากกว่าปีก่อนๆ เริ่มตั้งแต่ทีมงานKM ไปสวัสดีขอพรผอ.สำนักที่ปรึกษา ดร. ทวีสุข พันธุ์เพ็ง ก่อนที่ท่านจะอวยพรท่านถามเราก่อนว่า ปีแล้วท่านอวยพรเราไว้ว่ายังไง แน๊...ท่านน๊อ...ทำให้ลูกน้องต้องใช้เวลาทบทวนความหลังเมื่อครั้งก่อน แต่ปีนี้จะจำแม่นเพราะท่านเล่านิทานให้ฟังประกอบคำอวยพรว่า ขอให้ทุกคนมีเตตาต่อกัน ให้อภัยกัน สามัคคีช่วยกันทำงานซึ่งจะหนักขึ้น เพราะเรามีงานมากขึ้น....ท่านไปปฎิบัติธรรมที่ธิเบตก็เลยมีอุบายธรรมมาฝากเราเรื่องของวัดดีเด่นที่ใครๆก็อยากจะไปดูงาน มีอยู่วันนึงก็ได้รับแจ้งว่าจะมีผู้ใหญ่มาดูงานวันนี้ ทุกคนก็รีบทำหน้าที่ของตนเองคนตรวจดูความเรียบร้อยพบว่ายังมีคราบสกปรกที่บันไดก็รีบเรียกหาคนทำความสะอาดมาจัดการให้เรียบร้อยเดี่ยวนี้ขบวนผู้ใหญ่จวนจะมาถึงแล้วซักพักคนประสานงานก็วิ่งมาถามว่าพร้อมรึยังผู้ใหญ่จะมาถึงแล้วนะ ด้วยความรีบร้อนวิ่งขึ้นบันไดที่ยังถูไม่แห้ง จึงลื่นล้มหัวแตก คนตรวจโมโหมากจึงตะโกนดุคนทำความสะอาดว่าถูไม่สะอาดแล้วยังทำงานไม่เรียบร้อย ป้ายก็ไม่เอามาวางว่าบริเวณนี้ให้ระวังเพราะกำลังทำความสะอาดอยู่ คนทำความสะอาดก็ตอบด้วยความโมโหว่าถูเสร็จตั้งนานแล้วแต่คนตรวจมาบอกให้ถูใหม่ผู้ใหญ่กำลังจะมาถึงแล้ว ก็เลยรีบทำไม่ได้เอาป้ายมาตั้ง คนหัวแตกโมโหมากตะโกนด่าทั้งสองคน ทั้งสามคนเลยทะเลาะกันใหญ่........แต่อีกวัดนึงเกิดเหตุการณ์เหมือนกันทุกซีน แต่คนตรวจงานตกใจเมื่อเห็นเพื่อนลื่นล้มหัวแตกและรู้สึกผิดว่า ไปเร่งงานคนถูพื้นจนเขาไม่ทันตั้งป้ายระวัง จึงไปขอโทษและรับผิด ผมผิดเอง...ไปเร่งคนถูพื้นจนป้ายไม่ได้เอามาตั้ง ทำให้คุณลื่น คนทำความสะอาดก็รู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำงานไม่เรียบร้อย คนหัวแตกกลับบอกว่า ผมผิดเองไม่ดูตาม้าตาเรือ พวกคุณกำลังขมักเขม้นกับการทำหน้าที่ของตนเอง ผมก็อยากจะรีบมาบอกว่าขบวนผู้ใหญ่กำลังจะมาถึงแล้วเลยไม่ได้ดูพื้นทั้งสามคนต่างพูดตรงกันว่าผมผิดเองพวกคุณไม่ผิดหรอก......
 
                    ดร.บอกว่าที่ธิเบตเน้นสอนเรื่องเมตตาและการให้อภัยก็เลยเก็บมาฝากพวกเรา....ขอบคุณมากค่ะผอ. ปีหน้าชมรมจริยธรรมน่าจะหาทุนจัดให้พวกเราไปทิเบตมั่งนะคะ...555...
 
                    ขอปิดท้ายด้วยการเชิญชวนท่านทั้งหลายทบทวนว่า ปีใหม่ที่ผ่านมาท่านได้รับคำอวยพรอะไรบ้างและอธิษฐานจิตให้ได้ตามคำอวยพรที่ได้รับไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ อยากชวนคุยเรื่องการอวยพรปีใหม่มีมุขฮาๆ แต่มีสาระจากผอ.สำนัก KM คุณหมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ท่านบอกว่าที่เราอวยพรกันเห็นมีอยู่ 3 แบบ แบบแรกเป็นการอวยพรแบบ Outcome oriented คือขอให้มี...ขอให้เป็น...ขอให้ได้....แบบที่สองเป็นแบบ External คือขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้เกิด....ให้เป็น....ให้ได้....และคุณหมอสมศักดิ์ก็อวยพรแบบที่สามว่า ขอให้ทุกคนมีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง มีพลังในการทำดี มีพลังที่จะให้อภัยผู้คนและมีพลังที่จะหาความสุขให้กับตนเองและมีความสุขกับการทำงาน...ผมชอบอวยพรแบบ Internal…
 
                    แล้วท่านล่ะ ชอบอวยพรแบบไหน...ได้รับคำอวยพรแบบใดกันบ้างคะ มาเล่าสู่กันฟังหน่อยนะคะ
 
 

 
วิมล  โรมา @สำนัก KM กรมอนามัย
Facebook

   1347 views/0 ความคิดเห็น โดย wimon
17/ม.ค./54 09:49


แกะรอย “คมความคิด...คลังสมองของศูนย์อนามัยที่ 11”
1769 views/1 ความคิดเห็น 16/พ.ย./53 10:07

แกะรอย "คมความคิด...คลังสมองของศูนย์อนามัยที่ 11”

          วันที่ 11 เดือน 11 ปี 2010 ศูนย์อนามัยที่ 11 เปิดเวที คมความคิด โดยให้คลังสมองของศูนย์ฯ 11 นครศรีธรรมราช ได้มาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานกับศูนย์ฯ 11 โดยมีคุณสาโรช สิมะไพศาล เป็นผู้ดำเนินรายการและให้ความหมายคลังสมองว่า เป็นคณะกรรมการภาคประชาชนและมาแสดงจิตวิญญาณสารพันให้ HPMQA เป็นรูปร่าง และเปิดตัวคลังสมอง 5 ท่านบนเวทีจากจำนวนทั้งหมด 22 ท่าน

          ท่านแรก อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุนทางปัญญาของพังงาอดีตถึงปัจจุบัน ประสบการณ์มินิไทยแลนด์จนถึง HPMQA ทำให้วันนี้การพัฒนาสุขภาพประชาชนพังงาเติบโต รุดหน้า อย่างไม่หยุดยั้ง คุณโสภณ โภชากร ท่านเล่าถึงหลักคิดที่ได้จากผวจ. นครฯ(ท่านวิสุทธิ์ ) สมัยนั้นว่า ข้าราชการมีหน้าที่ทำให้ประชาชนชื่นใจ ผลงานส้วม 100%ที่สุราษฎร์ โดยวางหัวหอกที่นายอำเภอ จนมาถึงภาระกิจคลังสมอง ที่ทำหน้าที่จัดการความรู้และสื่อสารสาธารณะ ท่านยังคงยึดหัวหอกที่นายอำเภอผลัก HPMQA สู่เป้าหมาย คุณโสภณทิ้งท้ายไว้ว่า สุข-ทุกข์ของประชาชนคือภาระกิจของฝ่ายปกครอง ฉะนั้นสาธารณสุขไม่ควรทำงานคนเดียว และขณะนี้ พรบ. กระจายอำนาจทำให้ฝ่ายปกครองเปิดประตูรับแล้ว ควรประสาน ทำความเข้าใจกันจะทำให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน

          ท่านที่สอง คุณหมอนักบุญ เพชรน้ำหนึ่งอันดามัน เจ้าพ่อ Health for All นพ.อุทัย จินดาพล นักวางหมากกล ผู้ที่ทำให้เรื่องการวางแผนคุณภาพเป็นเรื่องง่ายๆ ท่านบอกวให้คิดง่ายๆ ทำง่ายๆ ให้เกิดความเข้าใจจนถึงการปฎิบัติ จะได้แผนดี ต้องมีข้อมูล รู้ปัญหา รู้แนวทาง รู้กำหนด : คนเก่งในท้องถิ่นมีเยอะ หาให้เจอ สร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วมเป็นเรื่องสำคัญ การดึงส่วนร่วมต้องดึงมาทุกหน่วยงาน ท่านบอกว่าทุกจังหวัดมีคลังปัญญา ( ผู้สูงอเกษียณอายุทั้งหลาย ) และบอกเคล็ดไม่ลับว่า คลังปัญญาคือ ความสุขของผู้สูงอายุ

          ท่านที่สาม นักประเมินผลตัวยง คุณวิรัช เศวตศิลป์ ที่ปรึกษาสำนักตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีจังหวัดสุราษฎร์ ช้างเผือกของวงการศึกษาที่มีผลงานโดดเด่นด้านสุขภาพเรื่องการดูแลสุขภาพนักเรียน ท่านชี้ให้เห็นหัวใจของการประเมินผล ในฐานะที่เรียนจบด้านการวิจัยและวัดผล ทำงานวิจัยด้านการศึกษามาตลอดพบว่า การประเมินมีมิติแตกต่างกัน อย่างน้อยก็มีสองแบบคือการประเมินเพื่อตัดสินและการประเมินเพื่อพัฒนา คณะกรรมการประเมินอย่าประเมินเพื่อการประเมินควรประเมินเพื่อการพัฒนา เอา Best practice แต่ละที่ไปบอกกัน เป้าหมายคือทำอย่างไรให้ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย

          ท่านที่สี่ อาจารย์วิลาศ ปอประไพ อดีตข้าราชการรพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ปัจจุบันมีความสุขกับการช่วยเหลือสังคมและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของสปสช. เจ้าของวลี การทำงายให้ให้สำเร็จ ต้องรู้จักทำงานกับคนอื่น ท่านให้ความสำคัญกับเรื่อง การจัดการความรู้ บุคลากรสาธารณสุขต้องเรียนรู้ว่า จะจัดการความรู้อย่างไรให้นาวาของสาธารณสุขถึงเป้าหมาย ท่านบอกว่า ปัจจุบันอายุ 73 ปีสามารถดูแลสุขตนเอง มีเพียงโรคเดียวในขณะนี้คือโรคชรา ( ขอบอก...รูปร่าง หน้าตาไม่สมกับวัยชราเลยซักนี๊ด....)

         ท่านที่ห้า ฑูตส้วมกรมอนามัย เจ้าของสวนส้มแปรผันมาเป็นสวนส้วม City of Toilet ศูนย์การเรียนรู้ส้วมสาธารณะไทย คุณพงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ ท่านเปิดประเด็นการคิดเชิงบวก เป็นหัวใจการทำงาน การทำงานต้องหาภาคีไม่ใช่สร้างไพรี ท่านเล่าถึงการทำงานของคลังสมองว่า เริ่มต้นด้วยใจ คิดบวกและสร้างสรรค์ ทีมคลังสมองทำงานแบบกัลยาณมิตรและทำงานประเมินแบบจับถูก ไม่จับผิด จะไปดูว่าท่านมีดีอะไรและทำได้อย่างไร ผมไปเยี่ยมชมส้วมที่ดีของท่าน ไม่ได้ไปประเมินส้วม ผมทำหน้าที่ชม ให้กำลังใจและชวนท่านพัฒนา
ด้วยแนวคิดที่ว่า ทุกหน่วยงานมีดี จึงไปชื่นชมสิ่งที่ดี ถ้าจะให้ยั่งยืนต้องให้เขารู้จักประเมินตนเองและรู้ว่าจะพัฒนาให้ดีได้อย่างไร คุณพงษ์ศักดิ์กระตุกให้คิดว่า วันนี้ท่านจับถูกคนที่นั่งข้างๆหรือยัง ?


การได้เรียนรู้การทำงานของศูนย์อนามัยที่ 11 ผ่านเรื่องเล่าของทีมคลังสมอง มีหลายประเด็นที่ติดตามคือ
1. การหา การดึงท่านผู้รู้ ท่าผู้มีความสามารถเหล่านี้มาเป็นทีมทำงานของศูนย์ ฯ 11 ได้อย่างไร 2. บทบาทของคลังสมองและการบริหารจัดการทีม

          ขอเปิดประเด็นชวนคุย 2 เรื่องก่อนนะคะ ท่านใดไปร่วมเรียนรู้ในวันนั้นหรือมีโอกาสลปรร.กับท่านใด กรุณาช่วย share ด้วยนะคะ วิมลขอไปทำหน้าที่ชวนคุย กับทีมศูนย์ฯ 11 ก่อนค่ะ

 

Facebook

   1769 views/1 ความคิดเห็น โดย wimon
16/พ.ย./53 10:07


Empower visit ศูนย์อนามัยที่ 8
1993 views/1 ความคิดเห็น 13/ก.ค./53 11:43

     KM เนียนในงานประจำ  KM ครบวงจร   วันที่  7-8  กค.ที่ผ่านมา   วิมลและพี่ใหญ่ KM พี่ฉัตรลดา  ได้ชื่นชมผลงานของศูนย์อนามัยที่8  น่าปลื้มใจกับผอ. ศูนย์คุณหมอชาญชัย  พิณเมืองงามและ CKO คนเก่งคุณหมอก้อง  ที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดก่ารเรียนรู้ทุกหย่อมหญ้า  ไม่ว่าจะเป็นงานยุทธศาสตร์  งานตามภาระกิจ  คนสวน  คนงาน  งานจ่ายกลาง งานบริการและงานวิชาการ  นับไม่ถ้วนเลยจริงๆ  บรรยากาศที่สัมผัสได้  ทุกคนนำเสนอด้วยรอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ  เสียงแซว ให้กำลังใจกันเป็นระยะๆ มิน่าเล่าจึงเกิดนวัตกรรมมากมายทั้งต่อยอดงานเดิมที่เคยได้รับรางวัลและงานใหม่  เช่น  G-string 2010, เรือนเพาะชำพันธ์ไม้  คลังผ้าศูนย์อนามัยที่ 8  ฯลฯ   มีคนเก่งเกิดขึ้นทุกหน่วยงานโดยการนำเสนอ  สุดยอด...ทุกเรื่อง  รวม 2  วัน 27 เรื่อง  ฟังเพลินไปเลย  งานนี้ชาวศูนย์อนามัยที่ 1 พี่ใหญ่ต้นตำหรับ KM  ยุคแรกของกรมอนามัยก็ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย  อยากทราบว่าทำได้อย่างไร  เข้าชมได้ที่  Website ศูนย์ 8 นะคะหรือจะรอติดตามอ่านจากขุมทรัพย์ความรู้กรมอนามัย  ก็...ย่อมได้
Facebook

   1993 views/1 ความคิดเห็น โดย wimon
13/ก.ค./53 11:43


Empower visit สอ ลอกอ
2121 views/0 ความคิดเห็น 13/ก.ค./53 11:13

สวัสดีค่ะ 
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทีมKM  กรมอนามัยออกเยี่ยมชมผลงาน  การจัดการความรู้ของหน่วยงานต่างๆ
หน่วยงานแรกที่วิมลไปเยี่ยมชมคือ  สำนักงานเลขานุการกรม  ทำ surprise  เปิดตัว  CKO ใหม่
คุณชาญยุทธ  พรหมประพัฒน์  ด้วย  Clip เสียวปนฮา  ประกาศ สอ ลอ กอ ฉบับแถลงการณ์พิเศษ เรื่องขอพื้นที่คืนเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ประเด็นลปรร. น่าสนใจมากค่ะ  เรื่องการเขียนKPI รายบุคคล  แลกเปลี่ยนกันไปแลกเปลี่ยนกันมาได้คุ่มือการทำงาน  ได้มาตรฐานงานของหน่วยงานย่อย  อึม...นายแน่มาก  สอ  ลอ  กอ
Facebook

   2121 views/0 ความคิดเห็น โดย wimon
13/ก.ค./53 11:13


หน้า 1 2
กลุ่มบล็อก
 
· KM
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· Mantana
· เลี้ยงพันธุ์สกุล sriwipa
 



สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ 6,673 คน
สำนักงานสนับสนุนการจัดการความรู้
โทร 02-5904041 โทรสาร 02-5904022
ติดต่อผู้ดูแลเว็บ : mantana.k@anamai.mail.go.th