กลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog กลุ่มตรวจสอบภายใน
อินทนู areeya
 
กลุ่มตรวจสอบภายใน
 
 

Archives
 
· เมษายน 2556 (32)
· กันยายน 2556 (2)
· มีนาคม 2557 (1)
· สิงหาคม 2557 (1)
· มีนาคม 2558 (1)
· กันยายน 2558 (1)
 

Home /ถาม/ตอบ(ปี58_รอบ2)
ถาม/ตอบ(ปี58_รอบ2)
817 views / 0 ความคิดเห็น 04/ก.ย./58 13:15

1. คำถาม หน่วยงานย่อยจำเป็นต้องรายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน และรายงานการประเมินผล (แบบ ปย.1) และการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปย.2) ให้หน่วยงานเจ้าภาพหลักระดับกรมหรือไม่
   คำตอบ ตามแนวทางการจัดวางระบบการควบคุมภายในและการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินกำหนดให้หน่วยงานระดับส่วนงานย่อย จัดทำรายงานเกี่ยวกับการควบคุมภายในตามระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบเงินแผ่นดิน ข้อ 6 เพื่อที่ผู้รับตรวจหรือหน่วยงานระดับกรมจะได้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบหรือคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งภายใน 90 วันนับจากวันสิ้นปีงบประมาณหรือปีปฏิทิน แล้วแต่กรณี โดยระดับส่วนงานย่อยต้องจัดทำรายงาน 2 แบบ คือ
              1) รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปย.1)
              2) รายงานการประเมินผลการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปย. 2)
              ซึ่งส่วนงานย่อยต้องรายงานตามข้อ 1 – 2 ต่อหน่วยงานระดับหน่วยรับตรวจหรือระดับกรม  เพื่อที่จะวิเคราะห์ภาพรวมของหน่วยงานว่าระบบการควบคุมภายในที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพ และมีความเพียงพอที่จะสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่เพียงใด และประเมินกิจกรรมต่าง ๆ ว่ายังมีความเสี่ยงหรือไม่ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาองค์กรต่อไป
 
2 คำถาม เงินรายได้แผ่นดิน คืออะไร
   คำตอบ หมายความว่า เงินทั้งปวงที่ส่วนราชการจัดเก็บ หรือได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุ  และกฎหมายว่าด้วยเงินคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณบัญญัติไม่ให้ส่วนราชการนั้นๆนำไปใช้จ่ายหรือหักไว้เพื่อการใด ๆ
 
3 คำถามกรณีจ่ายตรงโดยผ่าน PO เพื่ออะไร
   คำตอบเพื่อให้ทราบว่าผู้มีสิทธิรับเงินได้สร้างหลักผู้ขายกับผู้จ่ายเงินแล้ว สามารถสอบทานกรณีจ่ายตรงโดยผ่าน PO ดังนี้
             3.1 หลักผู้ขายกับผู้จ่ายเงินแล้ว
             3.2 ตรวจสอบใบเสนอราคาและใบส่งของหรือใบแจ้งหนี้ของผู้มีสิทธิรับเงิน
             3.3 ตรวจสอบรายงานดังต่อไปนี้
                   3.3.1 รายงานขอซื้อขอจ้าง
                   3.3.2 รายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
                   3.3.3 ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
                   3.3.4 ใบตรวจรับการจัดซื้อ/จัดจ้าง
                   3.3.5 รายงานการตรวจรับพัสดุ
                   3.3.6 เอกสารส่งเบิกเงินโดยเจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้เซ็นขอเบิกเงิน
 
4. คำถามการแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานการขอเบิกเงินงบกลางเพื่ออะไร และทำอย่างไร
   คำตอบเพื่อให้ทราบว่าใบเสร็จรับเงินที่นำมาขอเบิกมีความถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่โดยสอบทานการแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานขอเบิกเงิน เช่น
             1) เงินค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ผู้มีสิทธินำใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาลทั้งภาครัฐหรือเอกชนมาขอเบิกบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง (ต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องกฎหมายระเบียบค่ารักษาพยาบาล) ตรวจสอบว่ารายการในใบเสร็จรับเงินที่นำมาขอเบิกสามารถเบิกได้หรือไม่ได้
             2) เงินช่วยการศึกษาบุตรต้องมีการตรวจสอบสิทธิบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายอายุเริ่มต้น – สิ้นสุดบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งต้องตรวจสอบว่ารายการในใบเสร็จรับเงินที่นำมาขอเบิกรายการใดที่เบิกได้และเบิกไม่ได้ และต้องมีการจัดทำทะเบียนคุมสิทธิของข้าราชการและลูกจ้างประจำ
 
5 คำถามการตรวจสอบสัญญาเงินยืมเพื่ออะไร และทำอย่างไร
   คำตอบเพื่อควบคุมบุคลากรที่ยืมเงินจากทางราชการไปแล้วมีการส่งคืนภายในกำหนดเวลาหรือไม่ สอบทานสัญญายืมเงินดังนี้
             1) ผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินยืมหรือไม่
             2) สัญญายืมเงินจัดทำขึ้นจำนวน 2 ฉบับโดยผู้ยืมได้กรอกรายละเอียดและลงลายมือชื่อครบถ้วน และเจ้าหน้าที่การเงินเก็บใบยืมไว้ 1 ฉบับและคืนสำเนาใบยืมให้ผู้รับเงิน 1 ฉบับ
             3) ลงทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมในงบประมาณหรือนอกงบประมาณแล้วแต่กรณี
 
6. คำถามการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีทางการแพทย์ทางเลือก กรณีศูนย์ฯ ได้เปิดบริการคลินิกแพทย์ทางเลือก โดยนำตู้อบไอน้ำอินฟราเรด (Infrared Sauna) มาใช้บำบัดรักษาโรค จะเบิกจ่ายได้หรือไม่
   คำตอบกรมบัญชีกลางกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โดยการรักษาด้วยตู้อบอินฟราเรดไม่อยู่ในรายการที่กระทรวงการคลังกำหนดจึงไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว
 
7. คำถาม การรับเงินโดยใช้เครื่องบันทึกการรับเงินต้องมีหลักเกณฑ์ใดบ้าง
   คำตอบ การรับเงินโดยใช้เครื่องบันทึกการรับเงินมีหลักเกณฑ์ดังนี้
                     1. มีคำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจำเครื่องบันทึกการรับเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
                     2.ใช้เครื่องบันทึกการรับเงินในเวลาทำการเท่านั้น
                     3.ใบเสร็จรับเงินแบบสลิป มีชื่อสถานที่ทำการ จำนวนเงิน วันเดือนปีที่รับเงิน และเลขที่ลำดับ เลขที่ เล่มที่ บนใบเสร็จรับเงิน
                     4. มีสำเนาใบเสร็จรับเงินจากเครื่องบันทึกการรับเงินไว้ให้ตรวจสอบโดบครบถ้วน
                     5.ใบเสร็จรับเงินแบบสลิปที่ยกเลิก ให้เจ้าหน้าที่รับเงินลงลายมือชื่อรับรองในใบสลิปที่ยกเลิกและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
                     6. การรับส่งเงินระหว่างเจ้าหน้าที่
                                  ก) มีการสอบยอดจำนวนเงินตามสำเนาใบเสร็จรับเงินแบบสลิป เทียบใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                                  ข) ทำหลักฐานลงชื่อรับเงินระหว่างกัน
                     7. มีเจ้าหน้าที่เปิดเครื่องตรวจสอบล้างยอดเงินซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจำเครื่อง
 
8. คำถาม หลักเกณฑ์การรับเงินสดต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง
   คำตอบ การรับเงินสดต้องปฏิบัติดังนี้
             1. ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่มีการรับเงิน
             2. ใช้ใบเสร็จรับเงินทีละเล่มสำหรับรายรับทุกประเภท เว้นแต่รายรับที่มีจำนวนรายการมากจะใช้เล่มเดียวโดยเฉพาะก็ได้
             3. ระบุรายการประเภทรายรับให้ครบถ้วนตามใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
             4. สำเนาใบเสร็จรับเงินจะต้องมีรายการครบถ้วนตามต้นฉบับ
             5. ระบุจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร
             6. ลงชื่อผู้รับเงิน
             7. ใบเสร็จรับเงินที่ยกเลิกหรือไม่ใช้ ให้เจาะรูและเก็บไว้ครบชุด (ฉบับจริงและสำเนา)
             8. การรับส่งระหว่างเจ้าหน้าที่ ให้ตรวจสอบจำนวนเงินตามสำเนาใบเสร็จรับเงินเทียบกับใบแจ้งค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ห้องยา ห้องแล็บฯลฯ และให้มีหลักฐานลงชื่อรับส่งเงินระหว่างกัน
             9. เวลาส่งเงิน ให้เจ้าหน้าที่การเงินในวันที่รับเงิน เว้นแต่รับเงินนอกเวลาราชการให้นำส่งเงินในวันทำการถัดไป
           10. ใบเสร็จรับเงินที่ไม่ใช้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช้ทุกฉบับ แล้วส่งคืนผู้ควบคุมใบเสร็จรับเงิน (ใบเสร็จรับเงินให้ใช้ปีต่อปี)
           11. ให้กำหนดเป็นวิธีปฏิบัติว่าเช็คที่ได้รับจะต้อง “ขีดคร่อม” เพื่อเข้าบัญชีของหน่วยงาน
           12. หน้าที่ของเจ้าหน้าทีรับเงินให้แยกจากหน้าที่ต่อไปนี้
                      ก) บักทึกบัญชีเงินสดและเงินฝากธนาคาร
                      ข) นำเงินสดฝากธนาคาร
                      ค) กระทบยอดเงินสดและเงินฝากธนาคาร
                      ง) ลงนามสั่งจ่ายเช็ค
           13. กรณีที่ออกใบเสร็จรับเงินด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ต้องกำหนดให้โปรแกรมพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ครั้งเดียว ถ้าใบเสร็จผิดพลาดหรือไม่ใช้ ต้องกำหนดให้มีขบวนการตรวจสอบและบันทึกข้อผิดพลาดและระบุเลขที่ใบเสร็จรับเงินที่ยกเลิกก่อนจึงจะพิมพ์ใบเสร็จรับเงินฉบับใหม่ และสามารถพิมพ์รายงานใบเสร็จที่ยกเลิก
 
9. คำถาม หลักเกณฑ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมใบเสร็จรับเงินมีอะไรบ้าง
   คำตอบ หลักเกณฑ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมใบเสร็จรับเงินมีดังนี้
                1) ใบเสร็จรับเงินทุกฉบับให้มีเลขลำดับที่ เล่มที่ ซึ่งพิมพ์ไว้ล่วงหน้าจากโรงพิมพ์ กรณีพิมพ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สั่งพิมพ์เลขลำดับที่ เล่มที่ จากโรงพิมพ์โดยตรง ห้ามพิมพ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์
                2) ให้จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน รายการรับ-จ่าย
                3) ใบเสร็จรับเงินที่ยังไม่ได้ใช้ เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยและจัดทำทะเบียนคุมเพื่อให้ทราบจำนวนที่เหลืออยู่ในมือทั้งหมดและรายชื่อผู้ที่เบิกใบเสร็จรับเงินไป
                4) การเบิกใช้แต่ละครั้งให้ทำใบเบิก โดยผู้เบิกได้ลงนามไว้เป็นหลักฐาน
                5) ใบเสร็จรับเงินที่ไม่ใช้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช้ทุกฉบับ/ชุด
 
10. คำถาม มีขั้นตอนในการดำเนินการจัดซื้อ / จ้างวิธีตกลงราคา ปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ  วิธีตกลงราคาเป็นการซื้อ / จ้าง ซึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท มีขั้นตอนดังนี้
                   1. หน่วยงานกำหนดแผนการซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน สำหรับใช้ในหน่วยงานประจำปีงบประมาณนั้น ๆ หรือในกรณีที่วัสดุอุปกรณ์สำนักงานไม่มีใช้ในการปฏิบัติงานและจำเป็นต้องจัดซื้อโดยเร่งด่วนทันที เพื่อสามารถปฏิบัติงานได้ ให้ฝ่าย/กลุ่ม มีหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อใช้เป็นเอกสารหลักฐานแสดงความจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวฯ โดยด่วน  
                   2. ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อประสานร้านค้า/ผู้รับจ้าง ที่ต้องการจะซื้ออุปกรณ์ เพื่อขอดูรายละเอียดคุณสมบัติของพัสดุและพิจารณาราคาพัสดุว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
                   3. เมื่อได้รายละเอียดคุณสมบัติและพิจารณาราคาของพัสดุแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อที่จะขอความเห็นชอบให้จัดซื้อพัสดุนั้นได้ โดยรายงานเป็นหนังสือขอความเห็นชอบ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ (ระเบียบพัสดุ ข้อ 27) 
                             - เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง
                             - รายละเอียดของพัสดุที่จะจัดซื้อ
                             - ราคากลางหรือราคามาตรฐาน ที่หน่วยงานเคยจัดซื้อภายหลังสุดในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ
                             - วงเงินที่จะจัดซื้อหรือจัดจ้าง และจากงบประมาณใด
                             - กำหนดระยะเวลาที่ซื้อพัสดุแล้วเสร็จภายในกี่วัน / จะต้องดำเนินการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
                             - วิธีที่จะซื้อเป็นวิธีใด เหตุผลที่ต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีนั้น
                             - แต่งตั้งให้บุคคลใดเป็นกรรมการตรวจรับ ในกรณีไม่เกิน 10,000 บาท ให้แต่งตั้งกรรมการตรวจรับคนเดียวได้ แต่ถ้าวงเงินเกิน 10,000 บาท จะต้องแต่งตั้งกรรมการอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป (ระเบียบพัสดุข้อ 34, 35)
                   4. หัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการจัดซื้อพัสดุได้ ( ระเบียบพัสดุข้อ 29 ) 
                   5. ให้เจ้าหน้าที่พัสดุตกลงราคาพัสดุที่ต้องการจัดซื้อกับผู้ขาย/ผู้รับจ้างโดยตรง (ระเบียบพัสดุข้อ 39)
                   6. ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จัดทำใบเสนอราคาพัสดุแจ้งให้เจ้าหน้าที่พัสดุ
                   7. เจ้าหน้าที่พัสดุสรุปความเห็นว่าราคามีความเหมาะสม และมีคุณลักษณะตรงกับพัสดุที่ต้องการซื้อหรือไม่ เสนอให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุอนุมัติให้รับราคานั้นได้
                   8. เมื่อหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุอนุมัติรับราคาให้ซื้อพัสดุแล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุจึงดำเนินการออกใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง (แบบ บส.01/ บส.01-1 ) เสนอให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุลงนามสั่งซื้อ/สั่งจ้าง พร้อมสร้างข้อมูลหลักผู้ขาย/ผู้รับจ้างตามระบบ GFMIS
                   9. เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง รับใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
                  10. แจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับ/ตรวจการจ้างทราบ
                  11. เจ้าหน้าที่พัสดุ ส่งเอกสารทั้งหมดให้กองคลังตรวจสอบความถูกต้อง
                  12. เมื่อกองคลังตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ส่งเรื่องคืนให้กับหน่วยงานเจ้าของเรื่องเพื่อดำเนินการต่อไป
                  13. เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง  ส่งมอบของหรือส่งมอบงานจ้างให้หน่วยงานแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับพัสดุ (ทั้งนี้ การตรวจรับพัสดุจะต้องเป็นไปตามระเบียบตามข้อ 71, 72)
                  14. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุ ตามแบบฟอร์มที่กรมฯ กำหนดขึ้น/ห้ามเลยระยะเวลาที่กำหนดส่งของ
                  15. ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายเงิน (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง)
                  16. เจ้าหน้าที่พัสดุส่งเรื่องให้ กองคลังตรวจสอบความถูกต้อง แล้วเบิกจ่ายเงินให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต่อไป
 
11. คำถาม การควบคุมวัสดุ ปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ  การควบคุมวัสดุ ปฏิบัติดังนี้
            1) ใช้ระบบบัญชีวัสดุที่ใช้ตามแบบตัวอย่างที่ กวพ.กำหนด
            2) ลงบัญชีวัสดุแยกเป็นชนิด และจัดเก็บบัญชีอย่างเป็นระบบง่ายและสะดวกในการค้นหา
            3) รายละเอียดการรับพัสดุ ได้แก่ ใบตรวจรับพัสดุ หลักฐานการรับบริจาคพัสดุ หลักฐานแสดงการรับวัสดุจากหน่วยงานอื่นที่มอบให้ นำลงรับในบัญชีวัสดุ
            4) หลักฐานการจ่ายพัสดุ ได้แก่ ใบเบิกพัสดุ
            5) การอ้างอิงหลักฐานการรับ - จ่าย ให้ลำดับเป็นปีงบประมาณ
 
12. คำถาม ระบบ e-Catalog คืออะไร
      คำตอบ  ระบบ e-Catalog คือ ระบบที่ผู้ค้าต้องลงทะเบียนเป็นผู้ค้าในระบบ e-GP เพื่อแสดงความประสงค์จะใช้บริการจัดทำข้อมูลสินค้าในระบบ e-Catalog นี้ โดยนำข้อมูลสินค้าอันประกอบด้วย รูปภาพสินค้าพร้อมคำบรรยายประกอบ รายละเอียดสินค้า คุณสมบัติสินค้า คำแนะนำสินค้า ราคาสินค้า บันทึกลงไปในระบบโดยข้อมูลในระบบ e-Catalog นี้ จะถูกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกต่อการสืบค้นของส่วนราชการผู้จัดหา
 
13. คำถาม  วัสดุสำนักงานที่ต้องดำเนินการจัดหาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) ได้แก่วัสดุอะไรบ้าง
      คำตอบ  1) กระดาษถ่ายเอกสารหรือพิมพ์งานทั่วไป  
                2) ผงหมึก/ตลับผงหมึก (Toner
                3) แฟ้มเอกสาร  เทปปิดสำหรับการเข้าเล่ม 
                4) ซองเอกสาร
 
14. คำถาม  ยารักษาโรคที่ต้องดำเนินการจัดหาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) ได้แก่ยาอะไรบ้าง
      คำตอบ  1) Doxazosin ยารักษาภาวะต่อมลูกหมากโต
                2) Calcium carbonate ยาป้องกันและรักษาภาวะขาดแคลเซียม
 
15. คำถาม  การจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ซับซ้อน เป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป มีมาตรฐาน ซึ่งกำหนดให้ส่วนราชการจัดซื้อสินค้าหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ในระบบ e - catalog กระทำได้กี่ลักษณะ
      คำตอบ  กระทำได้ 2 ลักษณะ ดังนี้
                   (1) การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา (Request for Quotation : RFQ) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
                   (2) การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Auction) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 5,000,000 บาท
 
16. คำถาม  วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) มีขั้นตอนวิธีปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ  ขั้นตอนวิธี e – market มีดังนี้
                      1. เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานขอซื้อขอจ้าง ใบคำขอเสนอราคา (RFQ) ประกาศ และเอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธี e – market
                      2. จัดพิมพ์รายงานขอซื้อขอจ้าง ร่างประกาศและร่างเอกสารฯ เสนอหัวหน้าส่วนราชการ ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
                      3. หัวหน้าส่วนราชการ เห็นชอบ /ไม่เห็นชอบ
                               - กรณีเห็นชอบ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการเผยแพร่เอกสาร และประกาศในเว็บไซต์หน่วยงาน/กรมบัญชีกลาง และปิดประกาศที่หน่วยงาน ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ
                               - กรณีไม่เห็นชอบ ส่งกลับเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อแก้ไข
                      4. ผู้ขาย/ผู้ให้บริการ/ผู้รับจ้าง ที่ลงทะเบียนในระบบ e – GP และมีสินค้าหรือบริการในระบบ e – catalog ที่มีความสอดคล้องกับที่ส่วนราชการกำหนดจะได้รับ mail จากระบบ e – GP
-6-
 
                      5. สามารถดูรายละเอียดของประกาศ และเอกสารฯ ได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงาน/กรมบัญชีกลาง
                      6. ผู้ขาย/ผู้ให้บริการ/ผู้รับจ้าง ที่ไม่ได้ลงทะเบียน และยังไม่ได้บันทึกสินค้า/บริการ หรือลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้บันทึกสินค้า/บริการในระบบ e – catalog ที่ได้รับทราบข้อมูลประกาศจากเว็บไซต์ฯ หากประสงค์จะเสนอราคา สามารถดำเนินการดังนี้
                               - กรณียังไม่ได้ลงทะเบียน ลงทะเบียนในระบบ e – GP และลงสินค้า/บริการ ในระบบ e -catalog
                               - กรณีลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงสินค้าและบริการใน e - catalog ลงสินค้า/บริการในระบบ e - catalog
                      7. การเสนอราคา (ไม่เกิน 1 วันทำการ นับถัดจากวันครบกำหนดที่นำประกาศและเอกสารเผยแพร่ทางเว็บไซต์) การเสนอราคาดำเนินการดังนี้
                          7.1 การเสนอราคา โดยใบเสนอราคา (RFQ) วงเงินเกิน 100,000 บาท ผู้เสนอราคาดำเนินการดังนี้
                                    - เมื่อได้รับใบคำขอเสนอราคา (RFQ) และประสงค์จะเสนอราคา เมื่อถึงกำหนดเวลาเสนอราคา ให้ Log in เพื่อส่งใบเสนอราคาผ่านระบบ e - GP
                                    - เมื่อเสนอราคาแล้วต้องยืนยันการเสนอราคา โดยเสนอราคาได้ครั้งเดียว
                          7.2 การเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Auction) วงเงินเกิน 5,000,000 บาท ดำเนินการดังนี้
                                    - เมื่อได้รับใบคำขอเสนอราคา (RFQ) และประสงค์จะเสนอราคา เมื่อถึงกำหนดเวลาลงทะเบียน ให้ Log in เพื่อลงทะเบียนและทดสอบระบบ ภายในเวลาที่ส่วนราชการกำหนด (ภายใน 15 นาที)
                                    - เมื่อถึงกำหนดเวลาเสนอราคา ให้เสนอราคาผ่านทางระบบ e – GP ภายในเวลาที่ส่วนราชการกำหนด (ภายใน 30 นาที)
                                    - ในระหว่างการเสนอราคา ผู้เสนอราคาจะไม่เห็นราคาของผู้เสนอราคา รายอื่น โดยจะมีเพียงสัญลักษณ์ปรากฏบนหน้าจอหากเป็นรายต่ำสุด
                      8. การพิจารณา  มีดังนี้
                                      - เกณฑ์ราคา เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคารายต่ำสุด ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีอาชีพขาย หรือรับจ้างงานนั้น แคตตาล็อก หรือเอกสารอื่น (ถ้ามี) จากระบบ e – GP โดยจัดทำในรูปแบบเอกสาร
                                      - การพิจารณาผลการเสนอราคา มีดังนี้
                                                  1) กรณีมีผู้เสนอราคาหลายราย ให้เสนอความเห็นให้ซื้อ/จ้าง จากรายที่เสนอราคาต่ำสุด กรณีมีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายราย ให้พิจารณาผู้ที่เสนอราคาในลำดับแรก
                                                  2) กรณีมีผู้เสนอราคารายเดียว พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อราชการ ให้เสนอความเห็นให้รับราคา หรือพิจารณาแล้ว เห็นว่า ไม่มีความเหมาะสม และไม่เป็นประโยชน์ต่อราชการ
                                                  3) กรณีไม่มีผู้เสนอราคา ให้เสนอความเห็นให้ยกเลิก แล้วดำเนินการใหม่ หรือ ใช้วิธีพิเศษ ตามระเบียบฯ 35 ข้อ 23 (8) หรือ 24 (6) แล้วแต่กรณี
                      9) กรณีราคาของผู้ชนะการเสนอราคาที่เห็นควรซื้อ/จ้าง สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ปฏิบัติดังนี้
                             (1) ให้เรียกผู้ชนะการเสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคา หากต่อรองราคาแล้ว ราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองราคาแล้วไม่ยอมลดราคา แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง  ถ้าเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม  ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น
                             (2) ถ้าทำตาม (1) แล้วไม่ได้ผล ให้เรียกรายที่เห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาเสนอราคาใหม่พร้อมกัน  โดยผ่านใบเสนอราคา หากรายต่ำสุดในครั้งนั้นเสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง  หรือสูงกว่าไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น
                             (3) ถ้าดำเนินการตาม (2) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นให้ปรับลดรายการ/จำนวน/เนื้องาน หรือของบประมาณเพิ่ม หรือยกเลิกการจัดหาเพื่อดำเนินการใหม่ แล้วแต่กรณี
                     10) หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารต่อหัวหน้าส่วนราชการ ดังนี้
                             - กรณีหัวหน้าส่วนราชการไม่เห็นชอบ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุชี้แจง และหากหัวหน้าส่วนราชการไม่เห็นชอบให้ยกเลิก
                             - กรณีหัวหน้าส่วนราชการเห็นชอบ ส่งผลการพิจารณาให้ผู้เสนอราคาทุกรายทราบ และประกาศผลในเว็บไซต์
 
17. คำถาม  วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) มีวงเงินจัดหาเท่าไร
      คำตอบ  การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท โดยเป็นการจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่มีความซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะ หรือเป็นสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระบบ e – market
 
18. คำถาม วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) การเสนอราคาปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ การเสนอราคาให้ทำหลังปิดการให้/จำหน่ายเอกสารประกวดราคาฯ ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ และกำหนดวันเสนอราคาเพียงวันเดียว โดยจะต้องเป็นวันและเวลาราชการ
                   - กรณีไม่มีการยื่นพัสดุเพื่อนำเสนอ/ทดสอบ กำหนดให้ผู้เสนอราคา ยื่นเอกสารการเสนอราคาผ่านทางระบบ e – GP เท่านั้น
                   - กรณีที่มีการยื่นพัสดุเพื่อนำเสนอ/ทดสอบ กำหนดให้ผู้เสนอราคา ยื่นเอกสารการเสนอราคาผ่านทางระบบ e – GP ก่อน หลังจากนั้นจึงให้ยื่นพัสดุต่อส่วนราชการ ณ สถานที่ที่กำหนด ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคาตามวัน เวลา ที่กำหนดไว้ในประกาศ
               ผู้เสนอราคาสามารถแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารที่ยื่นได้ในช่วงเวลาก่อนที่จะตกลงส่งเอกสาร แต่เมื่อได้ตกลงส่งเอกสารแล้ว ระบบ e – GP จะป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมได้
 
19. คำถาม  หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้ง “คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์” ก่อนถึงกำหนดวันเสนอราคา โดยให้คณะกรรมการมีหน้าที่อะไร
      คำตอบ  คณะกรรมการมีหน้าที่ดังนี้
                       (1) รับเอกสารเสนอราคา จัดพิมพ์เอกสารเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกราย รายละ 1 ชุด ลงนามในเอกสารทุกแผ่น
                        (2) พิจารณาผลการเสนอราคา โดยพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติและมีข้อเสนอทางเทคนิค หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ครบถ้วน ถูกต้อง ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศ และเอกสารประกวดราคา และคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาตามหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคาตามที่ได้ประกาศ แล้วจึงรายงานผลการพิจารณาพร้อมความเห็น และเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อหัวหน้าส่วนราชการ โดยผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
 
20. คำถาม  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่อะไร
      คำตอบ  คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ดังนี้
(1) การรับเอกสารเสนอราคา ให้รับผ่านทางระบบ e – GP เว้นแต่ กรณีมีความจำเป็นต้องให้นำตัวอย่างมาแสดง
(2) เมื่อพ้นกำหนดการรับเอกสาร ห้ามรับเอกสารเพิ่มเติม เว้นแต่ ตามระเบียบฯ พ.ศ. 2535 ข้อ 16 (9)
(3) ต้องเก็บเอกสารเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกรายเป็นความลับ
(4) ให้คณะกรรมการฯ จัดพิมพ์เอกสารของผู้เสนอราคาทุกรายผ่านทางระบบ e – GP และลงลายมือชื่อกำกับในใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกแผ่น
(5) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเสนอราคาต่าง ๆ และพัสดุตัวอย่าง (ถ้ามี)
(6) พิจารณาคัดเลือกสิ่งของหรืองานจ้างหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคา แล้วเสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้
Facebook

คะแนน: 0     817 views / 0 ความคิดเห็น โดย areeya
04/ก.ย./58 13:15



กลุ่มบล็อก
 
· การเงินและบัญชี
· งานตรวจสอบ
· ความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
· การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน(ปี 55)
· เงินทดรองราชการ
· ควบคุมภายใน
· ระเบียบพัสดุ
· ค่าเช่าบ้าน
· ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ
· การตรวจสอบ IT
· การให้คำปรึกษา56
· การให้คำปรึกษา56-ann
· ประเด็นถามตอบ57
· ถาม-ตอบ_ปี58(รอบ1)_ann
· ถาม/ตอบ(ปี58_รอบ2)
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· yuwaree_rung
· ชาญยุทธ
· สันถวชาคร suhatcha
· owan
· ศรีจันทร์ pimwadee
· arunee
· nutta
· hudar
· kloijai
· งามชม dunyarat
· สะเริญรัมย์ saroenram
· beam
· แก้วแจ่ม supatcha
· บัวทอง benya
· อ่างแก้ว satawan2
· ธนมิตรานนท์ thitaree
 



จำนวนผู้เข้าชมเวบไซด์ 8,789 คน
กลุ่มตรวจสอบภายใน
88/22 หมู่ 4 อาคาร C ชั้น 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 02 590 4102,โทรสาร 02 590 4101