กลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog กลุ่มตรวจสอบภายใน
อินทนู areeya
 
กลุ่มตรวจสอบภายใน
 
 

Archives
 
· เมษายน 2556 (32)
· กันยายน 2556 (2)
· มีนาคม 2557 (1)
· สิงหาคม 2557 (1)
· มีนาคม 2558 (1)
· กันยายน 2558 (1)
 

Home
ถาม/ตอบ(ปี58_รอบ2)
816 views/0 ความคิดเห็น 04/ก.ย./58 13:15

1. คำถาม หน่วยงานย่อยจำเป็นต้องรายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน และรายงานการประเมินผล (แบบ ปย.1) และการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปย.2) ให้หน่วยงานเจ้าภาพหลักระดับกรมหรือไม่
   คำตอบ ตามแนวทางการจัดวางระบบการควบคุมภายในและการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินกำหนดให้หน่วยงานระดับส่วนงานย่อย จัดทำรายงานเกี่ยวกับการควบคุมภายในตามระเบียบคณะกรรมการตรวจสอบเงินแผ่นดิน ข้อ 6 เพื่อที่ผู้รับตรวจหรือหน่วยงานระดับกรมจะได้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบหรือคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งภายใน 90 วันนับจากวันสิ้นปีงบประมาณหรือปีปฏิทิน แล้วแต่กรณี โดยระดับส่วนงานย่อยต้องจัดทำรายงาน 2 แบบ คือ
              1) รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปย.1)
              2) รายงานการประเมินผลการปรับปรุงการควบคุมภายใน (แบบ ปย. 2)
              ซึ่งส่วนงานย่อยต้องรายงานตามข้อ 1 – 2 ต่อหน่วยงานระดับหน่วยรับตรวจหรือระดับกรม  เพื่อที่จะวิเคราะห์ภาพรวมของหน่วยงานว่าระบบการควบคุมภายในที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพ และมีความเพียงพอที่จะสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่เพียงใด และประเมินกิจกรรมต่าง ๆ ว่ายังมีความเสี่ยงหรือไม่ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาองค์กรต่อไป
 
2 คำถาม เงินรายได้แผ่นดิน คืออะไร
   คำตอบ หมายความว่า เงินทั้งปวงที่ส่วนราชการจัดเก็บ หรือได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุ  และกฎหมายว่าด้วยเงินคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณบัญญัติไม่ให้ส่วนราชการนั้นๆนำไปใช้จ่ายหรือหักไว้เพื่อการใด ๆ
 
3 คำถามกรณีจ่ายตรงโดยผ่าน PO เพื่ออะไร
   คำตอบเพื่อให้ทราบว่าผู้มีสิทธิรับเงินได้สร้างหลักผู้ขายกับผู้จ่ายเงินแล้ว สามารถสอบทานกรณีจ่ายตรงโดยผ่าน PO ดังนี้
             3.1 หลักผู้ขายกับผู้จ่ายเงินแล้ว
             3.2 ตรวจสอบใบเสนอราคาและใบส่งของหรือใบแจ้งหนี้ของผู้มีสิทธิรับเงิน
             3.3 ตรวจสอบรายงานดังต่อไปนี้
                   3.3.1 รายงานขอซื้อขอจ้าง
                   3.3.2 รายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
                   3.3.3 ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
                   3.3.4 ใบตรวจรับการจัดซื้อ/จัดจ้าง
                   3.3.5 รายงานการตรวจรับพัสดุ
                   3.3.6 เอกสารส่งเบิกเงินโดยเจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้เซ็นขอเบิกเงิน
 
4. คำถามการแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานการขอเบิกเงินงบกลางเพื่ออะไร และทำอย่างไร
   คำตอบเพื่อให้ทราบว่าใบเสร็จรับเงินที่นำมาขอเบิกมีความถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่โดยสอบทานการแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานขอเบิกเงิน เช่น
             1) เงินค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ผู้มีสิทธินำใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาลทั้งภาครัฐหรือเอกชนมาขอเบิกบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง (ต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องกฎหมายระเบียบค่ารักษาพยาบาล) ตรวจสอบว่ารายการในใบเสร็จรับเงินที่นำมาขอเบิกสามารถเบิกได้หรือไม่ได้
             2) เงินช่วยการศึกษาบุตรต้องมีการตรวจสอบสิทธิบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายอายุเริ่มต้น – สิ้นสุดบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งต้องตรวจสอบว่ารายการในใบเสร็จรับเงินที่นำมาขอเบิกรายการใดที่เบิกได้และเบิกไม่ได้ และต้องมีการจัดทำทะเบียนคุมสิทธิของข้าราชการและลูกจ้างประจำ
 
5 คำถามการตรวจสอบสัญญาเงินยืมเพื่ออะไร และทำอย่างไร
   คำตอบเพื่อควบคุมบุคลากรที่ยืมเงินจากทางราชการไปแล้วมีการส่งคืนภายในกำหนดเวลาหรือไม่ สอบทานสัญญายืมเงินดังนี้
             1) ผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินยืมหรือไม่
             2) สัญญายืมเงินจัดทำขึ้นจำนวน 2 ฉบับโดยผู้ยืมได้กรอกรายละเอียดและลงลายมือชื่อครบถ้วน และเจ้าหน้าที่การเงินเก็บใบยืมไว้ 1 ฉบับและคืนสำเนาใบยืมให้ผู้รับเงิน 1 ฉบับ
             3) ลงทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืมในงบประมาณหรือนอกงบประมาณแล้วแต่กรณี
 
6. คำถามการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีทางการแพทย์ทางเลือก กรณีศูนย์ฯ ได้เปิดบริการคลินิกแพทย์ทางเลือก โดยนำตู้อบไอน้ำอินฟราเรด (Infrared Sauna) มาใช้บำบัดรักษาโรค จะเบิกจ่ายได้หรือไม่
   คำตอบกรมบัญชีกลางกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยวิธีทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โดยการรักษาด้วยตู้อบอินฟราเรดไม่อยู่ในรายการที่กระทรวงการคลังกำหนดจึงไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว
 
7. คำถาม การรับเงินโดยใช้เครื่องบันทึกการรับเงินต้องมีหลักเกณฑ์ใดบ้าง
   คำตอบ การรับเงินโดยใช้เครื่องบันทึกการรับเงินมีหลักเกณฑ์ดังนี้
                     1. มีคำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจำเครื่องบันทึกการรับเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
                     2.ใช้เครื่องบันทึกการรับเงินในเวลาทำการเท่านั้น
                     3.ใบเสร็จรับเงินแบบสลิป มีชื่อสถานที่ทำการ จำนวนเงิน วันเดือนปีที่รับเงิน และเลขที่ลำดับ เลขที่ เล่มที่ บนใบเสร็จรับเงิน
                     4. มีสำเนาใบเสร็จรับเงินจากเครื่องบันทึกการรับเงินไว้ให้ตรวจสอบโดบครบถ้วน
                     5.ใบเสร็จรับเงินแบบสลิปที่ยกเลิก ให้เจ้าหน้าที่รับเงินลงลายมือชื่อรับรองในใบสลิปที่ยกเลิกและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
                     6. การรับส่งเงินระหว่างเจ้าหน้าที่
                                  ก) มีการสอบยอดจำนวนเงินตามสำเนาใบเสร็จรับเงินแบบสลิป เทียบใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                                  ข) ทำหลักฐานลงชื่อรับเงินระหว่างกัน
                     7. มีเจ้าหน้าที่เปิดเครื่องตรวจสอบล้างยอดเงินซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจำเครื่อง
 
8. คำถาม หลักเกณฑ์การรับเงินสดต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง
   คำตอบ การรับเงินสดต้องปฏิบัติดังนี้
             1. ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่มีการรับเงิน
             2. ใช้ใบเสร็จรับเงินทีละเล่มสำหรับรายรับทุกประเภท เว้นแต่รายรับที่มีจำนวนรายการมากจะใช้เล่มเดียวโดยเฉพาะก็ได้
             3. ระบุรายการประเภทรายรับให้ครบถ้วนตามใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
             4. สำเนาใบเสร็จรับเงินจะต้องมีรายการครบถ้วนตามต้นฉบับ
             5. ระบุจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร
             6. ลงชื่อผู้รับเงิน
             7. ใบเสร็จรับเงินที่ยกเลิกหรือไม่ใช้ ให้เจาะรูและเก็บไว้ครบชุด (ฉบับจริงและสำเนา)
             8. การรับส่งระหว่างเจ้าหน้าที่ ให้ตรวจสอบจำนวนเงินตามสำเนาใบเสร็จรับเงินเทียบกับใบแจ้งค่าใช้จ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ห้องยา ห้องแล็บฯลฯ และให้มีหลักฐานลงชื่อรับส่งเงินระหว่างกัน
             9. เวลาส่งเงิน ให้เจ้าหน้าที่การเงินในวันที่รับเงิน เว้นแต่รับเงินนอกเวลาราชการให้นำส่งเงินในวันทำการถัดไป
           10. ใบเสร็จรับเงินที่ไม่ใช้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช้ทุกฉบับ แล้วส่งคืนผู้ควบคุมใบเสร็จรับเงิน (ใบเสร็จรับเงินให้ใช้ปีต่อปี)
           11. ให้กำหนดเป็นวิธีปฏิบัติว่าเช็คที่ได้รับจะต้อง “ขีดคร่อม” เพื่อเข้าบัญชีของหน่วยงาน
           12. หน้าที่ของเจ้าหน้าทีรับเงินให้แยกจากหน้าที่ต่อไปนี้
                      ก) บักทึกบัญชีเงินสดและเงินฝากธนาคาร
                      ข) นำเงินสดฝากธนาคาร
                      ค) กระทบยอดเงินสดและเงินฝากธนาคาร
                      ง) ลงนามสั่งจ่ายเช็ค
           13. กรณีที่ออกใบเสร็จรับเงินด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ต้องกำหนดให้โปรแกรมพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ครั้งเดียว ถ้าใบเสร็จผิดพลาดหรือไม่ใช้ ต้องกำหนดให้มีขบวนการตรวจสอบและบันทึกข้อผิดพลาดและระบุเลขที่ใบเสร็จรับเงินที่ยกเลิกก่อนจึงจะพิมพ์ใบเสร็จรับเงินฉบับใหม่ และสามารถพิมพ์รายงานใบเสร็จที่ยกเลิก
 
9. คำถาม หลักเกณฑ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมใบเสร็จรับเงินมีอะไรบ้าง
   คำตอบ หลักเกณฑ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมใบเสร็จรับเงินมีดังนี้
                1) ใบเสร็จรับเงินทุกฉบับให้มีเลขลำดับที่ เล่มที่ ซึ่งพิมพ์ไว้ล่วงหน้าจากโรงพิมพ์ กรณีพิมพ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สั่งพิมพ์เลขลำดับที่ เล่มที่ จากโรงพิมพ์โดยตรง ห้ามพิมพ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์
                2) ให้จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน รายการรับ-จ่าย
                3) ใบเสร็จรับเงินที่ยังไม่ได้ใช้ เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยและจัดทำทะเบียนคุมเพื่อให้ทราบจำนวนที่เหลืออยู่ในมือทั้งหมดและรายชื่อผู้ที่เบิกใบเสร็จรับเงินไป
                4) การเบิกใช้แต่ละครั้งให้ทำใบเบิก โดยผู้เบิกได้ลงนามไว้เป็นหลักฐาน
                5) ใบเสร็จรับเงินที่ไม่ใช้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช้ทุกฉบับ/ชุด
 
10. คำถาม มีขั้นตอนในการดำเนินการจัดซื้อ / จ้างวิธีตกลงราคา ปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ  วิธีตกลงราคาเป็นการซื้อ / จ้าง ซึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท มีขั้นตอนดังนี้
                   1. หน่วยงานกำหนดแผนการซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน สำหรับใช้ในหน่วยงานประจำปีงบประมาณนั้น ๆ หรือในกรณีที่วัสดุอุปกรณ์สำนักงานไม่มีใช้ในการปฏิบัติงานและจำเป็นต้องจัดซื้อโดยเร่งด่วนทันที เพื่อสามารถปฏิบัติงานได้ ให้ฝ่าย/กลุ่ม มีหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อใช้เป็นเอกสารหลักฐานแสดงความจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวฯ โดยด่วน  
                   2. ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อประสานร้านค้า/ผู้รับจ้าง ที่ต้องการจะซื้ออุปกรณ์ เพื่อขอดูรายละเอียดคุณสมบัติของพัสดุและพิจารณาราคาพัสดุว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
                   3. เมื่อได้รายละเอียดคุณสมบัติและพิจารณาราคาของพัสดุแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อที่จะขอความเห็นชอบให้จัดซื้อพัสดุนั้นได้ โดยรายงานเป็นหนังสือขอความเห็นชอบ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ (ระเบียบพัสดุ ข้อ 27) 
                             - เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง
                             - รายละเอียดของพัสดุที่จะจัดซื้อ
                             - ราคากลางหรือราคามาตรฐาน ที่หน่วยงานเคยจัดซื้อภายหลังสุดในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ
                             - วงเงินที่จะจัดซื้อหรือจัดจ้าง และจากงบประมาณใด
                             - กำหนดระยะเวลาที่ซื้อพัสดุแล้วเสร็จภายในกี่วัน / จะต้องดำเนินการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
                             - วิธีที่จะซื้อเป็นวิธีใด เหตุผลที่ต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีนั้น
                             - แต่งตั้งให้บุคคลใดเป็นกรรมการตรวจรับ ในกรณีไม่เกิน 10,000 บาท ให้แต่งตั้งกรรมการตรวจรับคนเดียวได้ แต่ถ้าวงเงินเกิน 10,000 บาท จะต้องแต่งตั้งกรรมการอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป (ระเบียบพัสดุข้อ 34, 35)
                   4. หัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการจัดซื้อพัสดุได้ ( ระเบียบพัสดุข้อ 29 ) 
                   5. ให้เจ้าหน้าที่พัสดุตกลงราคาพัสดุที่ต้องการจัดซื้อกับผู้ขาย/ผู้รับจ้างโดยตรง (ระเบียบพัสดุข้อ 39)
                   6. ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จัดทำใบเสนอราคาพัสดุแจ้งให้เจ้าหน้าที่พัสดุ
                   7. เจ้าหน้าที่พัสดุสรุปความเห็นว่าราคามีความเหมาะสม และมีคุณลักษณะตรงกับพัสดุที่ต้องการซื้อหรือไม่ เสนอให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุอนุมัติให้รับราคานั้นได้
                   8. เมื่อหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุอนุมัติรับราคาให้ซื้อพัสดุแล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุจึงดำเนินการออกใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง (แบบ บส.01/ บส.01-1 ) เสนอให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุลงนามสั่งซื้อ/สั่งจ้าง พร้อมสร้างข้อมูลหลักผู้ขาย/ผู้รับจ้างตามระบบ GFMIS
                   9. เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง รับใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
                  10. แจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับ/ตรวจการจ้างทราบ
                  11. เจ้าหน้าที่พัสดุ ส่งเอกสารทั้งหมดให้กองคลังตรวจสอบความถูกต้อง
                  12. เมื่อกองคลังตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ส่งเรื่องคืนให้กับหน่วยงานเจ้าของเรื่องเพื่อดำเนินการต่อไป
                  13. เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง  ส่งมอบของหรือส่งมอบงานจ้างให้หน่วยงานแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับพัสดุ (ทั้งนี้ การตรวจรับพัสดุจะต้องเป็นไปตามระเบียบตามข้อ 71, 72)
                  14. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุ ตามแบบฟอร์มที่กรมฯ กำหนดขึ้น/ห้ามเลยระยะเวลาที่กำหนดส่งของ
                  15. ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายเงิน (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง)
                  16. เจ้าหน้าที่พัสดุส่งเรื่องให้ กองคลังตรวจสอบความถูกต้อง แล้วเบิกจ่ายเงินให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต่อไป
 
11. คำถาม การควบคุมวัสดุ ปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ  การควบคุมวัสดุ ปฏิบัติดังนี้
            1) ใช้ระบบบัญชีวัสดุที่ใช้ตามแบบตัวอย่างที่ กวพ.กำหนด
            2) ลงบัญชีวัสดุแยกเป็นชนิด และจัดเก็บบัญชีอย่างเป็นระบบง่ายและสะดวกในการค้นหา
            3) รายละเอียดการรับพัสดุ ได้แก่ ใบตรวจรับพัสดุ หลักฐานการรับบริจาคพัสดุ หลักฐานแสดงการรับวัสดุจากหน่วยงานอื่นที่มอบให้ นำลงรับในบัญชีวัสดุ
            4) หลักฐานการจ่ายพัสดุ ได้แก่ ใบเบิกพัสดุ
            5) การอ้างอิงหลักฐานการรับ - จ่าย ให้ลำดับเป็นปีงบประมาณ
 
12. คำถาม ระบบ e-Catalog คืออะไร
      คำตอบ  ระบบ e-Catalog คือ ระบบที่ผู้ค้าต้องลงทะเบียนเป็นผู้ค้าในระบบ e-GP เพื่อแสดงความประสงค์จะใช้บริการจัดทำข้อมูลสินค้าในระบบ e-Catalog นี้ โดยนำข้อมูลสินค้าอันประกอบด้วย รูปภาพสินค้าพร้อมคำบรรยายประกอบ รายละเอียดสินค้า คุณสมบัติสินค้า คำแนะนำสินค้า ราคาสินค้า บันทึกลงไปในระบบโดยข้อมูลในระบบ e-Catalog นี้ จะถูกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกต่อการสืบค้นของส่วนราชการผู้จัดหา
 
13. คำถาม  วัสดุสำนักงานที่ต้องดำเนินการจัดหาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) ได้แก่วัสดุอะไรบ้าง
      คำตอบ  1) กระดาษถ่ายเอกสารหรือพิมพ์งานทั่วไป  
                2) ผงหมึก/ตลับผงหมึก (Toner
                3) แฟ้มเอกสาร  เทปปิดสำหรับการเข้าเล่ม 
                4) ซองเอกสาร
 
14. คำถาม  ยารักษาโรคที่ต้องดำเนินการจัดหาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) ได้แก่ยาอะไรบ้าง
      คำตอบ  1) Doxazosin ยารักษาภาวะต่อมลูกหมากโต
                2) Calcium carbonate ยาป้องกันและรักษาภาวะขาดแคลเซียม
 
15. คำถาม  การจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ซับซ้อน เป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป มีมาตรฐาน ซึ่งกำหนดให้ส่วนราชการจัดซื้อสินค้าหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ในระบบ e - catalog กระทำได้กี่ลักษณะ
      คำตอบ  กระทำได้ 2 ลักษณะ ดังนี้
                   (1) การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา (Request for Quotation : RFQ) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
                   (2) การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Auction) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 5,000,000 บาท
 
16. คำถาม  วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) มีขั้นตอนวิธีปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ  ขั้นตอนวิธี e – market มีดังนี้
                      1. เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานขอซื้อขอจ้าง ใบคำขอเสนอราคา (RFQ) ประกาศ และเอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธี e – market
                      2. จัดพิมพ์รายงานขอซื้อขอจ้าง ร่างประกาศและร่างเอกสารฯ เสนอหัวหน้าส่วนราชการ ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
                      3. หัวหน้าส่วนราชการ เห็นชอบ /ไม่เห็นชอบ
                               - กรณีเห็นชอบ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการเผยแพร่เอกสาร และประกาศในเว็บไซต์หน่วยงาน/กรมบัญชีกลาง และปิดประกาศที่หน่วยงาน ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ
                               - กรณีไม่เห็นชอบ ส่งกลับเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อแก้ไข
                      4. ผู้ขาย/ผู้ให้บริการ/ผู้รับจ้าง ที่ลงทะเบียนในระบบ e – GP และมีสินค้าหรือบริการในระบบ e – catalog ที่มีความสอดคล้องกับที่ส่วนราชการกำหนดจะได้รับ mail จากระบบ e – GP
-6-
 
                      5. สามารถดูรายละเอียดของประกาศ และเอกสารฯ ได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงาน/กรมบัญชีกลาง
                      6. ผู้ขาย/ผู้ให้บริการ/ผู้รับจ้าง ที่ไม่ได้ลงทะเบียน และยังไม่ได้บันทึกสินค้า/บริการ หรือลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้บันทึกสินค้า/บริการในระบบ e – catalog ที่ได้รับทราบข้อมูลประกาศจากเว็บไซต์ฯ หากประสงค์จะเสนอราคา สามารถดำเนินการดังนี้
                               - กรณียังไม่ได้ลงทะเบียน ลงทะเบียนในระบบ e – GP และลงสินค้า/บริการ ในระบบ e -catalog
                               - กรณีลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงสินค้าและบริการใน e - catalog ลงสินค้า/บริการในระบบ e - catalog
                      7. การเสนอราคา (ไม่เกิน 1 วันทำการ นับถัดจากวันครบกำหนดที่นำประกาศและเอกสารเผยแพร่ทางเว็บไซต์) การเสนอราคาดำเนินการดังนี้
                          7.1 การเสนอราคา โดยใบเสนอราคา (RFQ) วงเงินเกิน 100,000 บาท ผู้เสนอราคาดำเนินการดังนี้
                                    - เมื่อได้รับใบคำขอเสนอราคา (RFQ) และประสงค์จะเสนอราคา เมื่อถึงกำหนดเวลาเสนอราคา ให้ Log in เพื่อส่งใบเสนอราคาผ่านระบบ e - GP
                                    - เมื่อเสนอราคาแล้วต้องยืนยันการเสนอราคา โดยเสนอราคาได้ครั้งเดียว
                          7.2 การเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Auction) วงเงินเกิน 5,000,000 บาท ดำเนินการดังนี้
                                    - เมื่อได้รับใบคำขอเสนอราคา (RFQ) และประสงค์จะเสนอราคา เมื่อถึงกำหนดเวลาลงทะเบียน ให้ Log in เพื่อลงทะเบียนและทดสอบระบบ ภายในเวลาที่ส่วนราชการกำหนด (ภายใน 15 นาที)
                                    - เมื่อถึงกำหนดเวลาเสนอราคา ให้เสนอราคาผ่านทางระบบ e – GP ภายในเวลาที่ส่วนราชการกำหนด (ภายใน 30 นาที)
                                    - ในระหว่างการเสนอราคา ผู้เสนอราคาจะไม่เห็นราคาของผู้เสนอราคา รายอื่น โดยจะมีเพียงสัญลักษณ์ปรากฏบนหน้าจอหากเป็นรายต่ำสุด
                      8. การพิจารณา  มีดังนี้
                                      - เกณฑ์ราคา เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคารายต่ำสุด ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีอาชีพขาย หรือรับจ้างงานนั้น แคตตาล็อก หรือเอกสารอื่น (ถ้ามี) จากระบบ e – GP โดยจัดทำในรูปแบบเอกสาร
                                      - การพิจารณาผลการเสนอราคา มีดังนี้
                                                  1) กรณีมีผู้เสนอราคาหลายราย ให้เสนอความเห็นให้ซื้อ/จ้าง จากรายที่เสนอราคาต่ำสุด กรณีมีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายราย ให้พิจารณาผู้ที่เสนอราคาในลำดับแรก
                                                  2) กรณีมีผู้เสนอราคารายเดียว พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อราชการ ให้เสนอความเห็นให้รับราคา หรือพิจารณาแล้ว เห็นว่า ไม่มีความเหมาะสม และไม่เป็นประโยชน์ต่อราชการ
                                                  3) กรณีไม่มีผู้เสนอราคา ให้เสนอความเห็นให้ยกเลิก แล้วดำเนินการใหม่ หรือ ใช้วิธีพิเศษ ตามระเบียบฯ 35 ข้อ 23 (8) หรือ 24 (6) แล้วแต่กรณี
                      9) กรณีราคาของผู้ชนะการเสนอราคาที่เห็นควรซื้อ/จ้าง สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ปฏิบัติดังนี้
                             (1) ให้เรียกผู้ชนะการเสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคา หากต่อรองราคาแล้ว ราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองราคาแล้วไม่ยอมลดราคา แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง  ถ้าเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม  ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น
                             (2) ถ้าทำตาม (1) แล้วไม่ได้ผล ให้เรียกรายที่เห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาเสนอราคาใหม่พร้อมกัน  โดยผ่านใบเสนอราคา หากรายต่ำสุดในครั้งนั้นเสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง  หรือสูงกว่าไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น
                             (3) ถ้าดำเนินการตาม (2) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นให้ปรับลดรายการ/จำนวน/เนื้องาน หรือของบประมาณเพิ่ม หรือยกเลิกการจัดหาเพื่อดำเนินการใหม่ แล้วแต่กรณี
                     10) หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารต่อหัวหน้าส่วนราชการ ดังนี้
                             - กรณีหัวหน้าส่วนราชการไม่เห็นชอบ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุชี้แจง และหากหัวหน้าส่วนราชการไม่เห็นชอบให้ยกเลิก
                             - กรณีหัวหน้าส่วนราชการเห็นชอบ ส่งผลการพิจารณาให้ผู้เสนอราคาทุกรายทราบ และประกาศผลในเว็บไซต์
 
17. คำถาม  วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) มีวงเงินจัดหาเท่าไร
      คำตอบ  การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท โดยเป็นการจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่มีความซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะ หรือเป็นสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระบบ e – market
 
18. คำถาม วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) การเสนอราคาปฏิบัติอย่างไร
      คำตอบ การเสนอราคาให้ทำหลังปิดการให้/จำหน่ายเอกสารประกวดราคาฯ ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ และกำหนดวันเสนอราคาเพียงวันเดียว โดยจะต้องเป็นวันและเวลาราชการ
                   - กรณีไม่มีการยื่นพัสดุเพื่อนำเสนอ/ทดสอบ กำหนดให้ผู้เสนอราคา ยื่นเอกสารการเสนอราคาผ่านทางระบบ e – GP เท่านั้น
                   - กรณีที่มีการยื่นพัสดุเพื่อนำเสนอ/ทดสอบ กำหนดให้ผู้เสนอราคา ยื่นเอกสารการเสนอราคาผ่านทางระบบ e – GP ก่อน หลังจากนั้นจึงให้ยื่นพัสดุต่อส่วนราชการ ณ สถานที่ที่กำหนด ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคาตามวัน เวลา ที่กำหนดไว้ในประกาศ
               ผู้เสนอราคาสามารถแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารที่ยื่นได้ในช่วงเวลาก่อนที่จะตกลงส่งเอกสาร แต่เมื่อได้ตกลงส่งเอกสารแล้ว ระบบ e – GP จะป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมได้
 
19. คำถาม  หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้ง “คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์” ก่อนถึงกำหนดวันเสนอราคา โดยให้คณะกรรมการมีหน้าที่อะไร
      คำตอบ  คณะกรรมการมีหน้าที่ดังนี้
                       (1) รับเอกสารเสนอราคา จัดพิมพ์เอกสารเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกราย รายละ 1 ชุด ลงนามในเอกสารทุกแผ่น
                        (2) พิจารณาผลการเสนอราคา โดยพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติและมีข้อเสนอทางเทคนิค หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ครบถ้วน ถูกต้อง ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศ และเอกสารประกวดราคา และคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาตามหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคาตามที่ได้ประกาศ แล้วจึงรายงานผลการพิจารณาพร้อมความเห็น และเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อหัวหน้าส่วนราชการ โดยผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
 
20. คำถาม  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่อะไร
      คำตอบ  คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ดังนี้
(1) การรับเอกสารเสนอราคา ให้รับผ่านทางระบบ e – GP เว้นแต่ กรณีมีความจำเป็นต้องให้นำตัวอย่างมาแสดง
(2) เมื่อพ้นกำหนดการรับเอกสาร ห้ามรับเอกสารเพิ่มเติม เว้นแต่ ตามระเบียบฯ พ.ศ. 2535 ข้อ 16 (9)
(3) ต้องเก็บเอกสารเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกรายเป็นความลับ
(4) ให้คณะกรรมการฯ จัดพิมพ์เอกสารของผู้เสนอราคาทุกรายผ่านทางระบบ e – GP และลงลายมือชื่อกำกับในใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกแผ่น
(5) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเสนอราคาต่าง ๆ และพัสดุตัวอย่าง (ถ้ามี)
(6) พิจารณาคัดเลือกสิ่งของหรืองานจ้างหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคา แล้วเสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้
Facebook

   816 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
04/ก.ย./58 13:15


ด้านพัสดุ
602 views/0 ความคิดเห็น 30/มี.ค./58 17:02

1. การจัดหาพัสดุโดยวิธีตกลงราคา จะต้องขออนุมัติ การจัดหาทุกครั้งหรือไม่
คำตอบ ต้องได้รับอนุมัติให้จัดหาทุกครั้ง ตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 27 และข้อ 29
 
2. การจ้างเหมาบริการ (ลูกจ้าง) ด้วยงบประมาณงบดำเนินงาน หากมอบหมายให้ปฏิบัตินอกเวลา จะเบิกค่าอาหารทำการนอกเวลา ได้หรือไม่
คำตอบ เบิกไม่ได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้ในสัญญาจ้าง
 
3. หน่วยงานได้รับงบประมาณค่าครุภัณฑ์ จำนวน 3 รายการ จะแยกซื้อแต่ละรายการได้หรือไม่
คำตอบ ในหลักการแล้ว เมื่อได้รับงบประมาณในการจัดหาพัสดุมาในคราวเดียวกัน จะต้องดำเนินการจัดหาพร้อมกัน เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นตามความต้องการใช้งาน ตามวันเวลาที่แตกต่างกัน หากแยกซื้อแต่ละรายการ อาจเป็นการแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างได้
 
4. การตรวจสอบเอกสารในการเสนอราคา หากผู้เสนอราคาไม่ยื่นบัญชีผู้มีอำนาจควบคุมจะผิดเงื่อนไขหรือไม่
คำตอบ การที่ทางราชการกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องยื่นบัญชี ผู้มีอำนาจควบคุม มีวัตถุประสงค์เพื่อการตรวจสอบว่าผู้เสนอราคา มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ หากผู้เสนอราคารายใดไม่ยื่นบัญชี ผู้มีอำนาจควบคุมอาจสันนิษฐานได้ว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่มีผู้มีอำนาจควบคุม แต่หากปรากฏภายหลังว่าผู้เสนอราคารายนั้นมีผู้มีอำนาจควบคุมในการบริหารงานของผู้เสนอรายนั้น แต่ไม่ได้ยื่นบัญชีผู้มีอำนาจควบคุมถือว่ามีเจตนาปกปิด หรือแสดงเอสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หน่วยงานจะต้องดำเนินการพิจารณาให้ผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้เสนอราคาที่ผิดเงื่อนไขในสาระสำคัญตามประกาศของทางราชการและจะต้องดำเนินการเสนอให้ผู้เสนอราคานั้นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบ ซึ่งผู้เสนอราคานั้นอาจมีความผิดทางอาญา หรืออาจต้องรับผิดต่อทางราชการทางแพ่งหากทางราชการเสียหาย
 
5. การจัดหาพัสดุโดยวิธีสอบราคา หน่วยงานจะกำหนดให้มีการขายเอกสารในประกาศสอบราคาได้หรือไม่
คำตอบ ระเบียบไม่ได้กำหนดให้มีการขายเอกสาร
 
6. ประกาศสอบราคาสามารถจะกำหนดตัดสิทธิผู้มีไม่มาฟังผลการเปิดซองใบเสนอราคาได้หรือไม่
คำตอบ ไม่ได้
 
7. ประกาศสอบราคา หรือประกาศประกวดราคา หน่วยงานจะต้องประกาศราคากลางหรือไม่
คำตอบ มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ต้องประกาศราคากลางให้ผู้เสนอราคาได้รับทราบ
 
8. การแลกเปลี่ยนยางรถยนต์ ทำได้หรือไม่
คำตอบ ทำได้โดยถือปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 123
 
9. การตรวจรับพัสดุประจำปี มีพัสดุบางรายการ ขาดหายไป กรรมการจึงไม่ยอมรับ หรือบันทึกว่ามีครบถ้วน งานพัสดุจะทำอย่างไร
คำตอบ งานพัสดุ ควรต้องรายงานข้อเท็จจริงให้หัวหน้าส่วนราชการได้รับทราบ เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ตามระเบียบฯ ข้อ 156
 
10. หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เป็นกรรมการตรวจการจ้างได้หรือไม่
คำตอบ ระเบียบไม่ได้ห้าม ดังนั้นจึงเป็นได้
 
11. คณะกรรมการประกวดราคา เป็นกรรมการตรวจการจ้างได้หรือไม่
คำตอบ ระเบียบไม่ได้ห้าม ดังนั้นจึงเป็นได้ แต่คณะกรรมการประกวดราคาจะเป็นกรรม การตรวจรับพัสดุไม่ได้
 
12. การขอหนังสือรับรองผลงาน ผู้ใดเป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาและควรออกให้เมื่อใด
คำตอบ การออกหนังสือรับรองผลงาน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านพัสดุ ซึ่งไม่มีระเบียบกำหนดให้ผู้ใดต้องพิจารณาเสนอความเห็น แต่โดยทั่วไปแล้วในทางปฏิบัติ เห็นว่าควรจะเป็นเจ้าหน้าที่ด้านพัสดุ สำหรับการออกหนังสือรับรองผลงานจะออกให้เมื่อใด ควรจะเป็นดุลพินิจเมื่อมีการร้องขอ ซึ่งอาจต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับระยะเวลาของการเสนอราคา ในงานที่เกี่ยวข้อง
 
13. ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่อยู่จะทำอย่างไร
คำตอบ ในกรณีที่ประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หัวหน้าส่วนราชการจะต้องแต่งตั้งข้าราชการที่มีคุณสมบัติตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ให้ปฏิบัติหน้าที่แทน
 
14. คณะกรรมการตามระเบียบพัสดุ 2535 ชุดใดบ้างมีสิทธิได้รับเบี้ยประชุม
คำตอบ กรมบัญชีกลางตอบข้อหารือกระทรวง ICT ว่าคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ 34 และข้อ 79 ตามระเบียบพัสดุ พ.ศ. 2535 มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุม
 
15. กรณีตกลงราคา ต้องทำใบสั่งซื้อสั่งจ้างหรือไม่
คำตอบ การจัดหาพัสดุโดยวิธีตกลงราคา หากไม่ทำเป็นสัญญา จะต้องทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกัน เว้นแต่ในกรณีการจัดหาพัสดุซึ่งมีราคาไม่เกิน 10,000 บาท หรือในกรณีการซื้อหรือการจ้าง ซึ่งใช้วิธีดำเนินการตามข้อ 39 วรรคสองจะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้
 
16. การระบุยี่ห้อพัสดุ หากจำเป็นสามารถดำเนินการได้ เมื่อต้องการเปลี่ยนพัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่าจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร
คำตอบ การแลกเปลี่ยนพัสดุ มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ตามระเบียบพัสดุ ข้อ 123
 
17. คณะกรรมการกำหนด SPEC. แต่งตั้งจากใครปฏิเสธไม่รับได้หรือไม่
คำตอบ ระเบียบฯ ไม่ได้กำหนดว่าให้แต่งตั้ง คณะกรรมการกำหนด Spec จึงเป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งหากเห็นว่าเป็นการสมควรที่จะพิจารณาแต่งตั้งควรอนุโลมตามข้อ35 ของระเบียบพัสดุ 2535 สำหรับการจัดหาพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามระเบียบฯ ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ข้อ 8 กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการ ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน เพื่อทำหน้าที่กำหนด Spec หรือ TOR และต้องนำ Spec หรือ TOR เผยแพร่ทาง Website เพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วย ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส
 
18. ค่าเก็บขยะเบิกได้หรือไม่ เบิกในหมวดอะไร
คำตอบ เบิกได้ เป็นประเภทค่าใช้สอยในงบดำเนินงาน
 
19. การจำหน่ายครุภัณฑ์ เมื่อไม่มีผู้ซื้อจะทำอย่างไร
คำตอบ : ในหลักการของระเบียบพัสดุ 2535 การจำหน่ายพัสดุ หน่วยงานจะต้องดำเนินการตามระเบียบข้อ 157 ซึ่งระเบียบกำหนดไว้หลายวิธี และถ้าหากการจำหน่ายพัสดุของหน่วยงานได้ดำเนินการขายทอดตลาดแล้วไม่มีผู้สนใจ หรือดำเนินการแล้วไม่ได้ผลควรจะต้องดำเนินการในวิธีอื่น ซึ่งสุดท้ายคงจะต้อง แปรสภาพหรือทำลาย
 
20. รถราชการเสียระหว่างการเดินทางไปราชการจะดำเนินการอย่างไร เบิกจ่ายอย่างไร ใช้ใบ เสร็จเพียงอย่างเดียวได้หรือไม่
คำตอบ : รถราชการหากเกิดความเสียหายระหว่างเดินทางไปราชการ อาจถือได้ว่าเป็นกรณีที่จำ เป็นเร่งด่วน ซึ่งระเบียบพัสดุ ข้อ39 วรรคสอง กำหนดว่า การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน และไม่อาจดำเนินการปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการนั้น ดำเนินการไปก่อน แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าส่วนราชการ และเมื่อหัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าว เป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม
 
Facebook

   602 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
30/มี.ค./58 17:02


การให้คำปรึกษา 57 เม.ย.-ก.ย. 2557
758 views/33 ความคิดเห็น 26/ส.ค./57 15:34

การให้คำปรึกษา 57 เม.ย.-ก.ย. 2557

Facebook

   758 views/33 ความคิดเห็น โดย areeya
26/ส.ค./57 15:34


การจัดซื้อจัดจ้าง
1025 views/32 ความคิดเห็น 25/มี.ค./57 08:00

Facebook

   1025 views/32 ความคิดเห็น โดย areeya
25/มี.ค./57 08:00


การให้คำปรึกษา56-2
916 views/33 ความคิดเห็น 19/ก.ย./56 13:43

การให้คำปรึกษา56-2 ประจำปีงบประมาณ 2556

Facebook

   916 views/33 ความคิดเห็น โดย areeya
19/ก.ย./56 13:43


ความหมายแผนการลดความเสี่ยง
729 views/0 ความคิดเห็น 19/ก.ย./56 13:39

ความเสี่ยง

Facebook

   729 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
19/ก.ย./56 13:39


การสละสิทธิการเข้าพักอาศัยในบ้านพักที่มีผลต่อสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้าน
929 views/0 ความคิดเห็น 29/เม.ย./56 00:30

การสละสิทธิการเข้าพักอาศัยในบ้านพักที่มีผลต่อสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้าน

  1. เมื่อทางราชการได้จัดให้ผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเข้าพักอาสัยในบ้านพัก แต่ปรากฏว่าข้าราชการไม่ประสงค์จะเข้าอยู่อาศัยในบ้านพักที่จัดไว้ให้  ย่อมถือได้ว่าเป็นการสละสิทธิการเข้าอยู่อาศัยในบ้านพัก  จึงเป็นผู้ไม่มีสิทธิของรับเงินค่าเช่าบ้านจากทางราชการ หากต่อมาภายหลังบ้านพักของสำนักงานที่ข้าราชการรายนี้ปฏิบัติราชการอยู่ได้ถูกรื้อถอนไปทั้งหมด ย่อมถือว่าทางราชการไม่ได้จัดที่พักอาศัย จึงถือว่าไม่เป็นผู้ต้องห้ามตามมาตรา 7(1) แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ จึงเป็นผู้มีสิทธิขอรับเงินค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้
  2. เมื่อข้าราชการได้เข้าพักอาศัยอยู่ในบ้านพัก ต่อมาสภาพบ้านทรุดโทรม จำเป็นต้องรื้อถอน เป็นผลทำให้ข้าราชการได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่พักอาศัย หากข้าราชการจำเป็นต้องเช่าบ้านเพื่ออาศัยอยู่จริง ก็ย่อมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ จนกว่าการซ่อมแซมบ้านพักจะแล้วเสร็จ และสามารถเข้าอยู่อาศัยในบ้านพักได้ ผู้มีอำนาจจะต้องจัดผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเข้าพักอาศัยในบ้านพักของทางราชการต่อไป
Facebook

   929 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
29/เม.ย./56 00:30


หลักฐานการยื่นขอเบิก
1048 views/0 ความคิดเห็น 29/เม.ย./56 00:28

  1.  หลักฐานการยื่นขอเบิก
    1. กรณีเช่าบ้าน
      • สัญญาเช่า
      • ผังบ้านเช่าโดยแสดงพื้นที่ที่เช่า
      • แผนที่แสดงระยะทางจากบ้านที่เช่าไปถึงสถานที่ทำงาน
      • หลักฐานการแสดงกรรมสิทธิ์ของเจ้าของบ้านเช่า ถ้าเป็นการเช่าช่วงให้แสดงสัญญาเช่าระหว่างผู้ให้เช่าช่วงกับเจ้าของผู้ให้เช่าบ้าน
      • บัตรประจำตัวของผู้เสียภาษีเงินได้ของผู้ให้เช่าบ้าน
      • สำเนาทะเบียนบ้านของบ้านที่เช่า
    2. กรณีเช่าซื้อบ้าน
      • สัญญาเช่าซื้อบ้าน
      • สำเนาทะเบียนบ้านของบ้านที่เช่าซื้อ
    3. กรณีผ่อนชำระเงินกู้เพื่อซื้อบ้านพร้อมที่ดิน
      • สำเนาโฉนาดที่ดิน
      • สัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินที่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
      • สัญญากู้เงินและจำนองกับสถาบันการเงิน
      • บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายบ้าน
      • สำเนาทะเบียนบ้นของบ้านที่ผ่อนชำระเงินกู้
    4. กรณีกู้เพื่อซื้อที่ดินและจ้างปลูกสร้างบ้าน
      • ใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร
      • หลักฐานการให้หมายเลขประจำบ้าน
      • สัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับจ้าง
      • สำเนาโฉนาดที่ดิน
      • สัญญากู้เงินและจำนองกับสถาบันการเงิน
      • สำเนาทะเบียนบ้านของบ้านที่ผ่อนชำระเงินกู้
Facebook

   1048 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
29/เม.ย./56 00:28


ผู้ที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน
1736 views/0 ความคิดเห็น 29/เม.ย./56 00:26

ผู้ที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน

     จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547  ดังนี้

  1. เป็นข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ และไม่เข้าข่ายข้อห้ามดังต่อไปนี้ (มาตรา 7)
    • ทางราชการได้จัดที่พักให้อยู่แล้ว
    • มีเคหะสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรส ในท้องที่ไปประจำสำนักงานใหม่โดยไม่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน
    • ได้รับคำสั่งให้ไปประจำสำนักงานใหม่ในท้องที่ที่รับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้าราชการใหม่
    • ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในต่างท้องที่ตามคำร้องขอของตนเอง
    • ท้องที่ หมายถึง กรุงเทพมหานคร อำเภอ กิ่งอำเภอ
  2. ข้าราชการผู้ซึ่งต้องไปปฏิบัติราชการประจำในต่างท้องที่ เนื่องจากสำนักงานเดิมย้ายไปตั้งท้องที่ใหม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน  เว้นแต่ท้องที่ใหม่ที่สำนักงานเดิมย้ายไปอยู่ใกล้เคียงกับท้องที่สำนักงานเดิม (มาตรา 8)
  3. ข้าราชการได้รับคำสั่งให้ย้ายไปในท้องที่มีเคหะสถานของตนเองหรือคู่สมรส ตามมาตรา 7(2)  ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านแม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปแล้ว  เว้นแต่บ้านนั้นถูกทำลายหรือเสียหายด้วยภัยพิบัติ (ภัยธรรมชาติหรือความเสียหายใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นโดยที่ผู้ซึ่งได้รับความเสียหายนั้นไม่มีส่วนที่จะต้องร่วมรับผิดด้วย)  จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้  มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ย้ายไปท้องที่ที่มีเคหะสถานของตนเอง (มาตรา 9)
  4. ข้าราชการซึ่งได้รับค่าเช่าบ้านในท้องที่หนึ่ง ต่อมาได้รับคำสั่งให้ย้ายไปต่างท้องที่ซึ่งตนมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน  มีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้าน (ค่าผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้) ในท้องที่เดิมมาเบิกค่าเช่าบ้านในท้องที่ใหม่ได้ (มาตรา 15 และ มาตรา 18)
  5. ข้าราชการมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกานี้ ได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านในท้องที่ประจำสำนักงานใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย และได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น  ให้ข้าราชการนำหลักฐานการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (มาตรา 17)
  • ตนหรือคู่สมรสได้ทำการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านในท้องที่นั้น จะเบิกได้เฉพาะบ้านหลังแรกเท่านั้น  เว้นแต่บ้านหลังที่เคยใช้สิทธิถูกทำลายหรือเสียหายเนื่องจากภัยพิบัติจนไม่สามารถพักอาศัยอยู่ได้
  • หากเช่าซื้อหรือผ่อนชำระราคาบ้านร่วมกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรสและมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่น  จะเบิกจ่ายค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้ได้ตามสัดส่วนแห่งกรรมสิทธิ์สำหรับบ้านดังกล่าว
  • จะต้องเป็นการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านกับสถานบันการเงิน* และสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเงินกู้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด
  • ต้องไม่เคยใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้สำหรับบ้านหลังหนึ่งหลังใดในท้องที่นั้นมาแล้ว  เว้นแต่ถูกแต่งตั้งให้กลับเข้ารับราชการในท้องที่ที่เคยใช้สิทธินั้น และเป็นการใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระเงินกู้ในท้องที่ที่เคยใช้สิทธิมาแล้ว หรือขณะที่ย้ายมารับราชการในท้องที่นั้น บ้านที่เคยใช้สิทธิได้โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว
  • หากกู้เงินสูงกว่าราคาบ้าน ให้นำค่าผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้านได้โดยให้คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด**

สิทธิที่จะได้รับค่าเช่าบ้าน

  1. นับแต่วันที่เช่าและอาศัยอยู่จริง แต่ไม่ก่อนวันรายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่
  2. สิ้นสุดในวันที่ขาดจากอัตราเงินเดือน หรืออยู่ในข่ายหมดสิทธิ

 ประเภทของการเบิกมี  3 ประเภท  คือ

  1. เช่าบ้าน
  2. เช่าซื้อบ้าน
  3. ผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน

 หมายเหตุ  

*  สถาบันการเงินเพื่อใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน  ได้แก่

  1. ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์
  2. รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการเคหะ หรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อเช่าซื้อบ้าน หรือผ่อนชำระราคาบ้าน
  3. สหกรณ์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์และมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการเคหะ
  4. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
  5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
  6. บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ซึ่งดำเนินกิจการรับซื้อหรือรบโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินตาม(1)
  7. นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์และดำเนินกิจการเกี่ยวกับการเคหะหรือการให้เช่าซื้อบ้านหรือให้กู้ยืมเพื่อชำระราคาบ้าน

**  คำนวณตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด   :    เงินกู้สูงกว่าราคาบ้าน

                          จำนวนเงินที่สามารถนำมาเบิกรายเดือน     =     ราคาบ้าน   x   อัตราผ่อนชำระเงินกู้รายเดือน

                                                                                                                      จำนวนเงินกู้ทั้งหมด

Facebook

   1736 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
29/เม.ย./56 00:26


สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547
1184 views/0 ความคิดเห็น 29/เม.ย./56 00:20

สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547

ค่าเช่าบ้านเป็นค่าตอบแทนซึ่งทางราชการให้กับข้าราชการ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากทางราชการเป็นเหตุ คือ ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการเป็นการประจำในต่างท้องที่ และไม่มีที่อยู่อาศัยของตนเองหรือของสามี/ภรรยาที่พอจะอาศัยอยู่ได้ในท้องที่นั้น  โดยข้าราชการผู้เบิกต้องเช่าและอาศัยอยู่จริง จึงจะมีสิทธินำหลักฐานการเช่าบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการ  ดังนี้

           บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการ (เฉพาะข้าราชการพลเรือน)

                                                                    ขั้นเงินเดือน               ค่าเช่าบ้านไม่เกินเดือนละ/บาท

           ตำแหน่งระดับ 1                            ขั้นที่ 1 - 4.5                                    800

                                                                  ขั้นที่ 5 - 10.5                               1,000

                                                                  ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                              1,250


          ตำแหน่งระดับ 2                            ขั้นที่ 1 - 5.5                                  1,000

                                                                  ขั้นที่ 6 - 10.5                                1,250

                                                                  ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                              1,500


           ตำแหน่งระดับ 3                           ขั้นที่ 1 - 5.5                                  1,250

                                                                  ขั้นที่ 6 - 10.5                               1,600

                                                                  ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                              1,950


          ตำแหน่งระดับ 4                            ขั้นที่ 1 - 5.5                                  1,600

                                                                  ขั้นที่ 6 - 10.5                                1,950

                                                                  ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                              2,300


           ตำแหน่งระดับ 5                           ขั้นที่ 1 - 5.5                                  1,950

                                                                  ขั้นที่ 6 - 10.5                                2,400

                                                                  ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                              3,000


           ตำแหน่งระดับ 6                            ขั้นที่ 1 - 5.5                                 2,400

                                                                   ขั้นที่ 6 ขึ้นไป                                3,000


           ตำแหน่งระดับ 7                           ขั้นที่ 1 - 10.5                               3,000

                                                                   ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                             3,500


           ตำแหน่งระดับ 8                          ขั้นที่ 1 - 5.5                                  3,000

                                                                  ขั้นที่ 6 - 10.5                               3,500

                                                                  ขั้นที่ 11 ขึ้นไป                              4,000


           ตำแหน่งระดับ 9                            ขั้นที่ 1 - 5.5                                 3,500

                                                                   ขั้นที่ 6 ขึ้นไป                                4,000


           ตำแหน่งระดับ 10 ขึ้นไป                                                                    4,000


 

Facebook

   1184 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
29/เม.ย./56 00:20


กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
1148 views/0 ความคิดเห็น 29/เม.ย./56 00:18

  กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

    1 พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547

    2 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2549

    3 หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 2  ลงวันที่ 29 มกราคม 2550 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ.2550

Facebook

   1148 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
29/เม.ย./56 00:18


ข้อควรทราบเกี่ยวกับบัญชีวัสดุ
1207 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:28

 ข้อควรทราบเกี่ยวกับบัญชีวัสดุ

1. บัญชีวัสดุให้จัดทำแต่ละปีงบประมาณ เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ให้ขึ้นแผ่นใหม่ทุกครั้ง หากมีวัสดุคงเหลือให้ยกยอดคงเหลือเป็นยอดยกมา

2. บัญชีวัสดุแต่ละบัญชี (แต่ละแผ่น) ให้ควบคุมวัสดุ 1 รายการ

3. การลงบัญชีวัสดุ ให้ลงทุกครั้งที่มีการรับหรือจ่ายตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 152 154

4. ราคาต่อหน่วย จะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

5. การกำหนดหน่วยนับของวัสดุ ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับการเบิกจ่ายวัสดุของหน่วยงาน เช่น ดินสอสามารถกำหนดหน่วยนับเป็นโหลหรือแท่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนสั่งจ่ายหน่วยงาน

6. การลงบัญชีวัสดุ จะต้องกระทำด้วยความละเอียดรอบคอบจำเป็นต้อง รวดเร็ว ทันเวลา เพื่อให้ยอดวัสดุคงเหลือถูกต้องตามจริง

 7. กรณีที่ซื้อวัสดุ ชนิดเดียวกันในเวลาต่าง ๆ กันบางครั้งราคาวัสดุอาจไม่เท่ากัน เมื่อลงบัญชีจ่ายให้ใช้ราคาวัสดุที่ซื้อมาก่อนตัดออกจากบัญชีก่อน ราคาวัสดุคงเหลือปลายปีจะเป็นราคาที่ซื้อครั้งหลัง

 

Facebook

   1207 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:28


ขั้นตอนและวิธีการลงบัญชีวัสดุ
8685 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:26

ขั้นตอนและวิธีการลงบัญชีวัสดุ

1 จัดทำบัญชีวัสดุ ตามแบบที่ กวพ. กำหนด โดยแยกประเภทของวัสดุตามที่กำหนดในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ เช่น วัสดุสำนักงาน วัสดุคอมพิวเตอร์ วัสดุงานบ้านงานครัว เป็นต้น และแยกชนิดของวัสดุ เช่น กระดาษถ่ายเอกสาร กระดาษปกสี กระดาษรองปกสี เป็นต้น

2 ให้จัดทำสารบัญหรือดัชนีของบัญชีวัสดุแต่ละประเภท โดยแยกชนิดให้ชัดเจน เพื่อสะดวกแก่การลงบัญชีและการตรวจสอบ

3 เมื่อได้รับวัสดุและหลักฐานการรับวัสดุแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุให้เลขที่เอกสารด้านรับ เลขที่รับเอกสารให้เรียงลำดับตามวัน เวลาที่ได้รับ เป็นลำดับไป เช่น ร.1 .2 .3 ตามลำดับแยกเป็นปีงบประมาณ  เพื่อเป็นเลขที่อ้างอิงในการบันทึกบัญชีวัสดุ หรืออาจอ้างอิงเลขที่ใบส่งของผู้ขายก็ได้

4 บันทึกรับวัสดุในบัญชีวัสดุ ตามรายการในเอกสารประกอบการรับวัสดุ ได้แก่ วันเดือนปีที่ได้รับวัสดุ ชื่อผู้ขาย เลขที่เอกสาร ราคาต่อหน่วย (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และจำนวนวัสดุที่รับ

5 เมื่อจ่ายพัสดุแล้ว ให้บันทึกจ่ายวัสดุในบัญชีวัสดุ ตามรายการในใบเบิกของ ได้แก่ วันเดือนปีที่จ่ายวัสดุ ชื่อผู้เบิก และจำนวนที่จ่าย เพื่อสะดวกในการค้นหาและตรวจสอบได้ ในบัญชีวัสดุจะมีข้อความแผ่นที่ให้ระบุเลขที่แผ่นที่ ไว้ในช่องหมายเหตุของหลักฐานการรับในแต่ละรายการด้วย และเพื่อให้ทราบว่ารายการนี้ได้ลงบัญชีแล้ว

6 ทุกสิ้นปีงบประมาณให้ทำการตรวจสอบพัสดุประจำปี และรายงานวัสดุคงเหลือ โดยสรุปรายการรับ - จ่ายวัสดุ จำนวนคงเหลือ และมูลค่าของวัสดุคงเหลือในแต่ละรายการ  เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปีตรวจสอบ

 

Facebook

   8685 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:26


การควบคุมวัสดุ
1065 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:25

การควบคุมวัสดุ  ให้ควบคุมในระดับสำนัก หรือหน่วยงานระดับกอง โดยจัดทำบัญชีวัสดุ แสดงการรับ-จ่าย-คงเหลือ แยกตามประเภทและชนิดของวัสดุ  ซึ่งเป็นขั้นตอนการดำเนินงานหลังจากมีการจัดหาพัสดุ  โดยปฏิบัติงาน ดังนี้

. เอกสารประกอบการลงบัญชีวัสดุ

๑.๑ เอกสารประกอบการรับวัสดุ เป็นหลักฐานประกอบการลงบัญชีด้านรับ ได้แก่

- ใบตรวจรับพัสดุ ใบตรวจรับงานจ้าง ใบส่งของ

- ใบรับรองผลการจัดทำเอง

- หลักฐานการรับบริจาคพัสดุ โดยให้มีข้อความชัดเจน เกี่ยวกับพัสดุ ชนิด ขนาด ลักษณะจำนวนเท่าใด ราคาประมาณ ต่อหน่วย หลักฐานการส่ง หรือรับพัสดุจากหน่วยงานต่าง ๆ (กรณีรับบริจาค)

๑.๒ หลักฐานการจ่ายวัสดุ เป็นหลักฐานประกอบการลงบัญชีด้านจ่าย ได้แก่

- ใบเบิกพัสดุ

 

Facebook

   1065 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:25


การจัดทำแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง
1563 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:20

 

ตามประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  เรื่องการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง  พ.ศ. ๒๕๔๖  กำหนดให้ส่วนราชการในภูมิภาคที่ได้รับจัดสรรงบลงทุน  ค่าครุภัณฑ์เกิน  ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อหน่วย และค่าที่ดินสิ่งก่อสร้างที่มีราคาเกิน  ๑,๐๐๐,๐๐๐  บาท ต่อหน่วย  ต้องจัดทำแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค ภายในวันที่ ๓๑  ตุลาคม ของทุกปี ตามสำเนาหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ด่วนที่สุด ที่ ตผ ๐๐๐๔/ว๙๗  ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๖

พัสดุ หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ

วัสดุ หมายถึง สินทรัพย์ที่หน่วยงานมีไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงานตามปกติ โดยทั่วไปมีมูลค่าไม่สูง และไม่มีลักษณะคงทนถาวร ได้แก่ วัสดุสำนักงาน เป็นต้น หน่วยงานจะรับรู้วัสดุคงเหลือในราคาทุน ซึ่งโดยหลักการหน่วยงานอาจรับรู้วัสดุเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายก่อน แล้วจึงปรับปรุงสิ้นปีก็ได้

ครุภัณฑ์ หมายถึง สินทรัพย์ที่หน่วยงานมีไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงานมีลักษณะคงทน และมีอายุการใช้งานเกินกว่า ๑ ปี และมีมูลค่าตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ขึ้นไป  ส่วนครุภัณฑ์มูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ หมายถึง วัสดุที่มีลักษณะคงทนถาวร และมีอายุการใช้งานเกินกว่า ๑ ปี มีราคาต่อหน่วยหรือต่อชุดไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท

 

Facebook

   1563 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:20


ลักษณะของคำปรึกษาที่พึงประสงค์
857 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:15

ลักษณะของคำปรึกษาที่พึงประสงค์มีดังนี้

            ๑) ตรงตามความต้องการของผู้ขอคำปรึกษา

            ๒) ตรงประเด็น มีการอ้างอิงได้ เพื่อสร้างความเชื่อถือได้

            ๓) อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่พิสูจน์ได้

๔) มีการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

๕) เป็นไปได้

๖) ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในองค์กรหรือระหว่างองค์กร

 

Facebook

   857 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:15


การวางแผนการตรวจสอบ
699 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:12

นอกจากสาระสำคัญในการวางแผนการตรวจสอบแล้ว  ผู้ตรวจสอบควรคำนึงถึงข้อพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้

            ๑) นโยบายของหัวหน้าส่วนราชการ

            ๒) เรื่องที่หน่วยรับตรวจต้องการให้ตรวจสอบ

            ๓) วัตถุประสงค์การตรวจสอบ

            ๔) การบริหารความเสี่ยง

 

Facebook

   699 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:12


แผนการตรวจสอบ
695 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:09

แผนการตรวจสอบมี ๒ ประเภท  ดังนี้

            ๑) แผนการตรวจสอบระยะยาว (Long-Rang Plan) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ ปี จนถึง ๕ ปี

            ๒) แผนการตรวจสอบประจำปี (Annual Plan)

 

Facebook

   695 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:09


การวางแผนการตรวจสอบ
720 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:06

การวางแผนการตรวจสอบเป็นกระบวนการแรกของขั้นตอนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน  ดังนั้น สิ่งที่สำคัญซึ่งควรพิจารณาในการจัดทำแนวทางการตรวจสอบ ได้แก่ ๑) เรื่องที่จะตรวจสอบ  ๒) จำนวนหน่วยรับตรวจ  ๓) ระยะเวลาในการตรวจสอบแต่ละเรื่อง  ๔) ผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบ  ๕) งบประมาณที่ใช้ในการตรวจสอบ

Facebook

   720 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:06


การตรวจสอบระบบ IT
760 views/0 ความคิดเห็น 28/เม.ย./56 23:02

การตรวจสอบระบบ IT มีวิธีการตรวจสอบมี ๔ ประเภท ได้แก่

            ๑. การควบคุมทั่วไป – ดูที่ระบบ (นโยบาย  ข้อบังคับ  และระเบียบ)  ซึ่งเป็นพื้นฐานการตรวจ

            ๒. การควบคุมด้านเทคนิคเฉพาะด้าน  ฐานข้อมูล

            ๓. ระบบงาน – เพียงพอ เชื่อถือได้

            ๔. ใช้เทคนิค Computer ช่วยงาน – ดึงข้อมูลที่จัดเก็บในระบบฐานข้อมูลออกมาตรวจสอบและวิเคราะห์

 

Facebook

   760 views/0 ความคิดเห็น โดย areeya
28/เม.ย./56 23:02


หน้า 1 2 3 4
กลุ่มบล็อก
 
· การเงินและบัญชี
· งานตรวจสอบ
· ความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
· การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน(ปี 55)
· เงินทดรองราชการ
· ควบคุมภายใน
· ระเบียบพัสดุ
· ค่าเช่าบ้าน
· ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ
· การตรวจสอบ IT
· การให้คำปรึกษา56
· การให้คำปรึกษา56-ann
· ประเด็นถามตอบ57
· ถาม-ตอบ_ปี58(รอบ1)_ann
· ถาม/ตอบ(ปี58_รอบ2)
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· yuwaree_rung
· ชาญยุทธ
· สันถวชาคร suhatcha
· owan
· ศรีจันทร์ pimwadee
· arunee
· nutta
· hudar
· kloijai
· งามชม dunyarat
· สะเริญรัมย์ saroenram
· beam
· แก้วแจ่ม supatcha
· บัวทอง benya
· อ่างแก้ว satawan2
· ธนมิตรานนท์ thitaree
 



จำนวนผู้เข้าชมเวบไซด์ 8,789 คน
กลุ่มตรวจสอบภายใน
88/22 หมู่ 4 อาคาร C ชั้น 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 02 590 4102,โทรสาร 02 590 4101