กลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าสู่ระบบ | FAQ | เว็บบอร์ด | อภิธานศัพท์ | Blogs  
Blog กลุ่มตรวจสอบภายใน
บัวทอง benya
 
กลุ่มตรวจสอบภายใน
 
 

Archives
 
· สิงหาคม 2557 (1)
· มีนาคม 2558 (1)
· กันยายน 2558 (1)
 

Home /ถาม-ตอบ ปี58 Benyapha
ถาม-ตอบ ปี58 Benyapha
596 views/2 ความคิดเห็น 31/มี.ค./58 08:24

       

              ถาม-ตอบปี 58

1. การควบคุมภายในกับการตรวจสอบภายใน เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

ตอบ ทั้งการควบคุมภายในกับการตรวจสอบภายในมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ                ของการดำเนินงาน (Operational Objective : O ) เกิดความเชื่อถือได้ ของรายงานทางการเงิน(Financial Objective : F )   เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมติคณะรัฐมนตรี (Compliance Objective : C) แต่งานตรวจสอบภายใน

เป็นเพียงส่วน หนึ่งของกิจกรรมการควบคุมภายในเท่านั้น เป็นกิจกรรมการประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นช่วยให้หน่วยงานบรรลุถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือจะพูดในเชิงตรรก ก็คือ การตรวจสอบภายในคือการควบคุมภายใน

แต่การควบคุมภายในอาจจะไม่ใช่การตรวจสอบภายใน

2. วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบภายในอย่าง                                                                                                  ตอบ การปฏิบัติงานโดยอิสระปราศจากการแทรกแซงในการทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กร ด้วยการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การวิเคราะห์ ประเมิน ให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ เพื่อสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกระดับขององค์กรสามารถปฏิบัติหน้าที่และดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อย่างมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลการดำเนินงานตรวจสอบภายในจะอยู่ในรูปของรายงานผลที่มีประโยชน์ต่อการ ตัดสินใจของผู้บริหาร รวมถึงการสนับสนุนให้มีการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพภายใต้ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
3. ขอบเขตของงานตรวจสอบภายใน ประกอบด้วย
ตอบ 1. การสอบทานความเชื่อถือได้และความสมบูรณ์ของสารสนเทศ ด้านการบัญชี การเงิน และการดำเนินงาน
2. การสอบทานให้เกิดความมั่นใจว่าระบบที่ใช้เป็นไปตามนโยบาย แผน และวิธีปฏิบัติงานที่องค์กรกำหนดไว้ และควรแสดงผลกระทบสำคัญที่เกิดขึ้น
3. การสอบทานวิธีการป้องกันดูแลทรัพย์สินว่าเหมาะสม และสามารถพิสูจน์ความมีอยู่จริง ของทรัพย์สินเหล่านั้นได้
4. การประเมินการใช้ทรัพยากรว่าเป็นไปโดยความประหยัดและมีประสิทธิภาพ
5. การสอบทานการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ระดับต่าง ๆ ว่าได้ผลตาม วัตถุประสงค์และเป้าหมาย รวมถึงความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนดไว้
6. การสอบทานและประเมินผลความเหมาะสมและความเพียงพอของระบบการควบคุม ภายในขององค์กร

4. ประเภทของการตรวจสอบภายใน  แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง                                                                              ตอบ การกำหนดวิธีการตรวจสอบ และสามารถแยกประเภทของการตรวจสอบภายในที่ใช้กัน โดยทั่วไปเป็น 6 ประเภท ดังนี้
1. การตรวจสอบทางการเงิน (Financial Auditing)
2. การตรวจสอบการดำเนินงาน (Performance Auditing)
3. การตรวจสอบการบริหาร (Management Auditing)
4. การตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance Auditing)
5. การตรวจสอบระบบงานสารสนเทศ (Information System Auditing)
6. การตรวจสอบพิเศษ (Special Auditing)

 1. การตรวจสอบทางการเงิน (Financial Auditing) เป็นการตรวจสอบความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูลและตัวเลขต่าง ๆ ทางการเงิน การบัญชีและรายงานทางการเงิน โดยครอบคลุมถึงการดูแลป้องกันทรัพย์สิน และประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของระบบงานต่าง ๆ ว่ามีเพียงพอที่จะมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่บันทึกในบัญชี รายงาน ทะเบียน และเอกสารต่าง ๆ ถูกต้อง และสามารถ สอบทานได้หรือเพียงพอที่จะป้องกันการรั่วไหล สูญหาย ของทรัพย์สินต่าง ๆ ได้

2. การตรวจสอบการดำเนินงาน (Performance Auditing) เป็นการตรวจสอบผลการดำเนินงานตามแผนงาน งานและโครงการขององค์กร ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย หรือหลักการที่กำหนด การตรวจสอบเน้นถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความคุ้มค่า โดยต้องมีผลผลิตและผลลัพธ์
เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย ซึ่งวัดจากตัวชี้วัดที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความเพียงพอ ความมี ประสิทธิภาพของกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในขององค์กรประกอบด้วย

2.1 ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ มีการจัดระบบงานให้มั่นใจได้ว่าการใช้ทรัพยากรสำหรับแต่ละกิจกรรมสามารถเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน อันมีผลทำให้องค์กรได้รับผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า
2.2 ความมีประสิทธิผล (Effectiveness) คือ มีการจัดระบบงาน และวิธีปฏิบัติงาน ซึ่งทำให้ผลที่เกิดจากการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร
2.3 ความคุ้มค่า (Economy) คือ มีการใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่สุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย ซึ่งส่งผลให้องค์กรสามารถประหยัดต้นทุนหรือลดการใช้ทรัพยากรต่ำกว่าที่กำหนดไว้ โดยยังได้รับผลผลิตตามเป้าหมาย

3. การตรวจสอบการบริหาร (Management Auditing) เป็นการตรวจสอบการบริหารงานด้านต่าง ๆ ขององค์กร ว่ามีระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการวางแผน การควบคุม การประเมินผล เกี่ยวกับการงบประมาณ การเงิน การพัสดุและทรัพย์สิน รวมทั้งการบริหารงานด้านต่าง ๆ ว่าเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจขององค์กร รวมทั้งเป็นไปตามหลักการบริหารงานและหลักการกำกับดูแลที่ดี (Good Governance) ในเรื่องความน่าเชื่อถือ ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และความโปร่งใสโปร่ง            4. การตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance Auditing) เป็นการ ตรวจสอบการปฏิบัติงานต่าง ๆ ขององค์กรว่าเป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่กำหนดทั้งจากภายนอกและภายในองค์กร
การตรวจสอบประเภทนี้ อาจจะทำการตรวจสอบโดยเฉพาะหรือถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบทางการเงิน หรือการตรวจสอบการดำเนินงานก็ได้                                                                                                                                      5. การตรวจสอบระบบงานสารสนเทศ (Information System Auditing) เป็นการพิสูจน์ความถูกต้องและเชื่อถือได้ของระบบงานและข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง ระบบการเข้าถึงข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบประเภทนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานตรวจสอบภายในเกือบทุกงานที่นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการปฏิบัติงานไม่ว่า เป็นการตรวจสอบทางการเงิน การตรวจสอบการดำเนินงาน หรือการตรวจสอบการบริหาร ผู้ตรวจสอบภายในจึงจำเป็นต้องมีความรู้ในระบบงานสารสนเทศนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
                  การตรวจสอบประเภทนี้อาจจ้างผู้ตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์โดยตรงมาดำเนินการตรวจสอบ  เนื่องจากเป็นงานเทคนิคเฉพาะ ผู้ตรวจสอบภายในอาจมีความรู้ ความชำนาญ ไม่เพียงพอ และต้องใช้เวลานานพอสมควรที่จะเรียนรู้   ซึ่งอาจทำเกิดความเสียหายแก่งานขององค์กรได้ วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการตรวจสอบระบบงานสารสนเทศ ก็เพื่อให้ทราบถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลและความปลอดภัยของระบบการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์                                                                                                                                             6. การตรวจสอบพิเศษ (Special Auditing) หมายถึง การตรวจสอบในกรณีที่ได้รับ มอบหมายจากฝ่ายบริหาร หรือกรณีที่มีการทุจริตหรือการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริต ผิดกฎหมาย หรือกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตหรือประพฤติมิชอบเกิดขึ้น ซึ่งผู้ตรวจสอบภายในจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อค้นหาสาเหตุ ข้อเท็จจริง ผลเสียหายหรือผู้รับผิดชอบ พร้อมทั้งเสนอแนะ มาตรการป้องกัน

5. คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบภายใน                                                                                                            ตอบ ผู้ตรวจสอบภายในที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในวิชาชีพ และความรู้ ในสาขาวิชาอื่นซึ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน และต้องมีคุณสมบัติส่วนตัวที่จำเป็นและ เหมาะสม ดังนี้

 1. มีความเชี่ยวชาญในหลักวิชาพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน เช่น การบัญชี เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานขององค์กร ทั้งจากภายใน และภายนอกองค์กร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. มีความรู้ ความชำนาญ ในการปรับใช้มาตรฐานการตรวจสอบภายใน และเทคนิค การตรวจสอบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการตรวจสอบภายใน
3. มีความรอบรู้เข้าใจในหลักการบริหาร เทคนิคการบริหารงานสมัยใหม่ การวางแผนงาน การจัดทำและการบริหารงบประมาณ
4. มีความสามารถในการสื่อสารการทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ การวิเคราะห์ การประเมิน ผล การเขียนรายงาน
5. มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน
6. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี วางตัวเป็นกลาง รู้จักกาลเทศะ ยึดมั่นในอุดมการณ์ หลักการที่ ถูกต้อง กล้าแสดงความเห็นในสิ่งที่ได้วิเคราะห์ ผลประเมินจากการตรวจสอบ
7. มีความอดทน หนักแน่น รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น
8. มีปฏิภาณ ไหวพริบ มีความสามารถที่จะวินิจฉัยและตัดสินปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง เที่ยงธรรม
9. เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล ติดตามวิวัฒนาการที่ทันสมัย มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และมองปัญหาด้วยสายตาเยี่ยงผู้บริหาร

6. การติดตามประเมินผลและรายงานผลจะต้องรายงานไปที่ใคร และเมื่อไร?

 ตอบ ตามระเบียบข้อ 6 กำหนดให้ส่วนราชการ(กรม) รายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ปลัดกระทรวง และคณะกรรมการตรวจสอบภาคราชการประจำกระทรวง (หน่วยงานรายงานมาที่กรม)

อย่างน้อยปีละครั้ง ภายใน 90 วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ แต่สำหรับการรายงานครั้งแรกให้รายงาน

ภายใน 240 วันนับจากวันที่ได้จัดทำระบบการควบคุมภายในแล้วเสร็จ ซึ่งคตง. ได้กำหนดให้ส่วนราชการ

จัดทำระบบฯให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2546 ดังนั้น นับจาก 30 มิถุนายน 2546 ไปอีก 240 วัน หรือ

ประมาณ 8 เดือน คือ ประมาณ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2547 เป็นเวลาที่ถึงกำหนดจะต้องจัดส่งรายงาน

7. การส่งรายงานตามระเบียบฯ ที่ต้องส่งให้ สตง. คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้กำกับดูแลในที่นี้ผู้กำกับดูแลหมายถึงใคร         ถ้าส่งไม่ครบมีผล หรือไม่                                                                                                                                                      ตอบ ผู้กำกับดูแล หมายถึง บุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลหรือบังคับบัญชาผู้รับตรวจหรือ           หน่วยรับตรวจ

-          หน่วยรับตรวจระดับกรม ได้แก่ ปลัดกระทรวง หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า

-          หน่วยรับตรวจรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารของรัฐวิสาหกิจนั้น

-          หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด

-          หน่วยงานราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ได้แก่ อธิบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าหน่วยรับตรวจต้องส่งรายงานต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้กำกับดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบ ให้ครบตามที่ระเบียบฯ กำหนด กรณีหน่วยรับตรวจส่งรายงานไม่ครบ สตง. อาจพิจารณาออกข้อสังเกตต่อการไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ

8. การประเมินระบบการควบคุมภายในประโยชน์ที่ได้จากการบริหารความเสี่ยง มีอะไรบ้าง                                          ตอบ  ประโยชน์ในการประเมินมีหลายประการ คือ                                                                                                                                                 1. ความสอดคล้องกันระหว่างความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และกลยุทธ์ขององค์กร:                                       ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ คือ ความไม่แน่นอนโดยรวมที่องค์กรยอมรับได้โดยยังคงให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายความเสี่ยง                      ที่ยอมรับได้เป็นปัจจัยที่สำคัญในการประเมินทางเลือกในการดำเนินกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยงช่วยให้ผู้บริหารพิจารณา          ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร                                                                                                                                                   2. ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโต ความเสี่ยง และ ผลตอบแทนธุรกิจ: การบริหารความเสี่ยงสนับสนุนให้องค์กรสามารถบ่งชี้เหตุการณ์ ประเมินความเสี่ยงและจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านการเติบโตและผลตอบแทนของธุรกิจ 

3. การจัดการความเสี่ยง:  เนื่องจากการบริหารความเสี่ยง ครอบคลุมเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นจะต้องจำกัดเฉพาะสิ่งที่เป็นความเสียหาย จึงช่วยให้ผู้บริหารสามารถบ่งชี้และใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ในเชิงบวกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ                                                                                                                                        4. การลดความสูญเสียและสิ่งที่ไม่คาดหวังจากการดำเนินการ: การบริหารความเสี่ยงช่วยให้องค์กรตระหนักถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในทางเสียหาย ด้วยการประเมินความเสี่ยงและกำหนดวิธีจัดการ ดังนั้นลดสิ่งที่ไม่คาดหวังและการสูญเสียต่อธุรกิจ           5. การบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร: องค์กรทุกแห่งประสบกับความเสี่ยงมากมายซึ่งมีผลต่อหน่วยงานและการปฏิบัติงานต่างๆ การบริหารความเสี่ยงช่วยทำให้เห็นว่าความเสี่ยงมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้น การจัดการความเสี่ยงทั้งหมดจึงควรมองความเสี่ยงในภาพรวมขององค์กร                                                                                                                                6. การสร้างโอกาส: การพิจารณาเหตุการณ์ทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กรโดยไม่จำกัดเฉพาะความเสี่ยงที่เป็น                                   ความเสียหาย ช่วยให้ผู้บริหารสามารถบ่งชี้ และใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ในเชิงบวกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 9. สัญญาหรือข้อตกลงที่ลงนามแล้ว จะทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในภายในได้หรือไม่

   ตอบ  ตามระเบียบฯ ข้อ 136 โดยหลักจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ เว้นแต่

                  1. มีความจำเป็น โดยไม่ทำให้ทางราชการเสียประโยชน์ หรือ

                  2. เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ

                  3. ถ้ามีการเพิ่มวงเงินตามสัญญา จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณด้วย

 

10. ในการประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายในจะดูเอกสารอย่างไร เช่น เข้าประเมินปี 2556 เอกสารที่ใช้เป็นของปีใด      ตอบ กรณีเข้าประเมินปี 2556 จะพิจารณาเอกสารหลักฐานในปี 2555 และ 2556 กล่าวคือในปี 2555 เอกสารหลักฐานที่ใช้พิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตรวจสอบ เช่น แผนการตรวจสอบ แผนการปฏิบัติงาน กระดาษทำการ และรายงานผลการตรวจสอบ เป็นต้น สำหรับปี 2556 เอกสารหลักฐานที่ใช้พิจารณาเกี่ยวกับการบริหารจัดการต่าง ๆ เช่น กฎบัตร นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงาน เป็นต้น ทั้งนี้จะพิจารณาผลการปฏิบัติ ณ วันที่เข้าประเมินประกอบ

11. ข้าราชการบรรจุใหม่เข้ารับราชการใหม่  ยังไม่ได้ทำฐานข้อมูลของตนเองและบุคคลในครอบครัว  ในระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ จะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะสามารถมีสิทธิเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรง                                                  ตอบ ให้ข้าราชการที่บรรจุเข้ารับราชการใหม่นำเอกสารอ้างอิงแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีสิทธิกับบุคคลในครอบครัว มายื่นให้นายทะเบียนต้นสังกัดเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อเพิ่มข้อมูลของข้าราชการและบุคคลในครอบครัวเข้าในระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ เมื่อนายทะเบียนได้เพิ่มข้อมูลเข้าในระบบฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐแล้ว จะต้องรอรอบการส่งข้อมูลจากกรมบัญชีกลางให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิในรอบถัดไปข้าราชการและบุคคลในครอบครัวจึงจะสามารถสมัครเข้าระบบเบิกจ่ายตรงได้

            กรมบัญชีกลางมีการตัดรอบการส่งข้อมูลให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิ 2 รอบต่อเดือน (ทุก ๆ 15 วัน ประมาณวันที่ 4 และ 18 ของเดือน)

12. หลักฐานการจ่าย หมายถึง มีกี่ประเภทของหลักฐานการจ่าย

หลักฐานการจ่าย หมายถึง หลักฐานซึ่งแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินตามภาระผูกพันแล้ว

ตอบ ประเภทของหลักฐานการจ่าย

-ใบเสร็จรับเงิน

-ใบสำคัญรับเงิน

-ใบรับรองการจ่ายเงิน

-แบบคำขอเบิกเงินที่มีช่องผู้รับเงิน

-แบบที่กระทรวงการคลังกำหนด

-รายงานจ่ายเงินในระบบ GFMIS กรณีกรมบัญชีกลางจ่ายให้เจ้าหนี้/ผู้มีสิทธิโดยตรง

13. พระราชบัญญัติการกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  พ.ศ. 2494 พ.ศ. 2557  ใคร Undo ได้บ้าง
ตอบ 1. ข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และเป็นสมาชิก กบข. โดยสมัครใจ
      2. ข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และลาออกจากราชการเนื่องจากได้รับการคัดเลือกเพื่อ  แต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครองไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2558
      3. ข้าราชการที่เคยเป็นข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 ซึ่งลาออกจากราชการและกลับเข้ารับราชการ ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540 โดยต้องกลับเข้ารับราชการไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2558
      4. ข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 ซึ่งเป็นสมาชิก กบข. โดยสมัครใจและมีกฎหมายหรือคณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      5.ข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 ซึ่งเป็นสมาชิก กบข. โดยสมัครใจและมีกฎหมายกำหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ
      6. ผู้รับบำนาญซึ่งเคยเป็นบุคคลตาม 1-5
      7. ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด
14. ไปยื่น Undo ที่ไหน  และต้องยื่น Undo เมื่อไหร่
 ตอบ 1.  ข้าราชการ แสดงความประสงค์ได้ที่ส่วนราชการต้นสังกัด
        2.  ผู้รับบำนาญและทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด แสดงความประสงค์ได้ที่ส่วนราชการผู้เบิกเบี้ยหวัดบำนาญ
        3. ข้าราชการส่วนท้องถิ่นแสดงความประสงค์ได้ที่ส่วนราชการส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานอยู่
        4. ผู้รับบำนาญส่วนท้องถิ่นแสดงความประสงค์ได้ที่ส่วนราชการส่วนท้องถิ่นผู้เบิกบำนาญ
        5. พนักงานมหาวิทยาลัยแสดงความประสงค์ได้ที่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ปฏิบัติงานอยู่                                  ต้องยื่น Undo เมื่อไหร่
          ผู้ประสงค์จะขอใช้สิทธิ Undo เริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2557 ถึง 30 มิถุนายน 2558 เมื่อได้ยื่นใช้สิทธิ Undo แล้วจะขอยกเลิกไม่ได้

15. การตรวจสอบเอกสารในการเสนอราคา หากผู้เสนอราคาไม่ยื่นบัญชีผู้มีอานาจควบคุมจะผิด เงื่อนไขหรือไม่

  ตอบ การที่ทางราชการกาหนดให้ผู้เสนอราคาต้องยื่นบัญชี ผู้มีอานาจควบคุม มีวัตถุประสงค์เพื่อการตรวจสอบว่าผู้เสนอราคา มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ หากผู้เสนอราคารายใดไม่ยื่นบัญชี ผู้มีอานาจควบคุมอาจสันนิษฐานได้ว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่มีผู้มีอานาจควบคุม แต่หากปรากฏภายหลังว่าผู้เสนอราคารายนั้นมีผู้มีอานาจควบคุมในการบริหารงานของผู้เสนอรายนั้น แต่ไม่ได้ยื่นบัญชีผู้มีอานาจควบคุมถือว่ามีเจตนาปกปิด หรือแสดงเอสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หน่วยงานจะต้องดำเนินการพิจารณาให้ผู้เสนอราคารายนั้นเป็นผู้เสนอราคาที่ผิดเงื่อนไขในสาระสาคัญตามประกาศของทางราชการและจะต้องดำเนินการเสนอให้ผู้เสนอราคานั้นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบ ซึ่งผู้เสนอราคานั้นอาจมีความผิดทางอาญา หรืออาจต้องรับผิดต่อทางราชการทางแพ่งหากทางราชการเสียหาย

 

16. หัวหน้าหน่วยงานที่จะจัดหาพัสดุ ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามสั่งซื้อสั่งจ้าง หัวหน้าส่วนราช การจะแต่งตั้งบุคคลนั้น เป็นหัวหน้า  เจ้าหน้าที่พัสดุได้หรือไม่

     ตอบ : ในหลักการ กรณีนี้หัวหน้าหน่วยงานที่จะจัดหาพัสดุ ได้รับมอบอานาจจากหัวหน้า ส่วนราชการให้ลงนาม  สั่งซื้อสั่งจ้างซึ่งไม่ใช่เป็นกรณีที่ไม่ใช่เป็นการได้รับมอบอานาจให้ปฏิบัติ

ราชการแทน หัวหน้าส่วนราชการ ในการอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างแล้วย่อมเป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการ ที่จะแต่งตั้งบุคคลนั้นเป็น หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่การได้รับมอบอานาจ ให้ปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าส่วนราชการในการอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างแล้ว ไม่เหมาะ สมที่จะแต่งตั้งให้เป็น หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เนื่องจากในหลักการควบคุมแล้วผู้ที่มีอานาจสั่งซื้อ สั่งจ้าง ไม่สมควรที่จะเป็นผู้ปฏิบัติงาน

ระเบียบฯ ข้อ 39 การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงิน

          ที่ได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการตามข้อ 29

 

17. ทำไมเงินบำนาญที่เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในแต่ละเดือนจึงมีอัตราแตกต่างกัน บางครั้งจำนวนเพิ่มขึ้น

บางครั้งจำนวนลดลงจากเดือนก่อน

    ตอบ  อัตราบำนาญที่เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในแต่ละเดือนมีอัตราแตกต่างกัน เนื่องจาก

1.มีกฎหมายกำหนดให้จ่ายเงินช่วยค่าครองชีพ ( ...)

2.มีการปรับฐานการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

3.ผู้รับบำนาญยินยอมให้หักเงินบำนาญชำระหนี้ของผู้รับบำนาญ ซึ่งอัตราที่ให้หักแต่ละเดือนไม่

 

18. การปฏิบัติงานในระบบ e.GP กรณีหน่วยงานมีความจำเป็นที่จะต้องเช่ารถยนต์มาใช้ในราชการ โดยเช่าต่อ

เนื่องจากปีงบประมาณ ก่อนถึงปีงบประมาณใหม่ แต่ลงนามในสัญญาไม่ทันภายในปีงบประมาณใหม่หากหน่วยงาน

ดำเนินการเช่าไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณโดยยังไม่ได้ทำสัญญาเช่าจนกว่าจะได้รับอนุมัติเงินงบประมาณใหม่ สามารถ

กำหนดให้ผู้ให้เช่านำรถยนต์มาส่งมอบให้กับหน่วยงานในปีงบประมาณใหม่ได้หรือไม่

ตอบ กรณีดังกล่าวหากหน่วยงานมีความจำเป็นที่จะต้องเช่ารถต่อเนื่องจากปีงบประมาณก่อนกับผู้ให้เช่ารายเดิมหรือราย

ใหม่ โดยหน่วยงานได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ตามหนังสือกวพ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวพ) 0408.4/ 351 ลงวันที่ 9

กวพ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวพ) 0408.4/ 351 ลงวันที่ 9 กันยายน 2548 ก็ย่อมที่จะดำเนินการตามเงื่อนไขที่ได้ตกลง

 

 

 

Facebook

   596 views/2 ความคิดเห็น โดย benya
31/มี.ค./58 08:24


หน้า 1
กลุ่มบล็อก
 
· กลุ่มตรวจสอบภายใน
· ถาม-ตอบ ปี58 Benyapha
· สาระความรู้
 

บล็อกเพื่อนบ้าน
 
· yuwaree_rung
· ชาญยุทธ
· สันถวชาคร suhatcha
· owan
· ศรีจันทร์ pimwadee
· arunee
· nutta
· hudar
· kloijai
· งามชม dunyarat
· สะเริญรัมย์ saroenram
· beam
· อินทนู areeya
· แก้วแจ่ม supatcha
· อ่างแก้ว satawan2
· ธนมิตรานนท์ thitaree
 



จำนวนผู้เข้าชมเวบไซด์ 8,604 คน
กลุ่มตรวจสอบภายใน
88/22 หมู่ 4 อาคาร C ชั้น 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 02 590 4102,โทรสาร 02 590 4101