มลพิษของสารเคมีอันตรายในชุมชน ประเทศไทย

 

นางสาวอารยา  ประดับวงษ์

สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

 

 

การศึกษามลพิษของสารเคมีอันตรายในชุมชน ประเทศไทย จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหามลพิษ อันจะเป็นประโยชน์แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการใช้เป็นแหล่งข้อมูล พัฒนาศักยภาพของตน และเพื่อการจัดระบบเฝ้าระวังปัญหาอันเนื่องมาจากสารเคมีอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน  เพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างมีระบบทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การนำเข้าสารอันตรายในกลุ่มสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์จากต่างประเทศ และการผลิตสารอันตรายในโรงงานอุตสาหกรรมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการรณรงค์ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชให้หันมาใช้การเกษตรแบบอินทรีย์ในภาคเกษตรกรรมก็ตาม แต่ปริมาณการนำเข้าก็ยังคงเพิ่มขึ้นเช่นเดิม สารอันตรายเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก  สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและสัตว์ที่ใช้ในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต และกลุ่มไพรีทรัมและสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา พ.ศ.2540-2549 พบว่าอัตราผู้ป่วยพิษจากสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์มีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้มีรายงานสูงสุดที่ภาคเหนือ รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ตามลำดับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ในวัยแรงงานอายุระหว่าง 45-54 ปี โดยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รองลงมาเป็นอาชีพรับจ้าง พบผู้ป่วยมากในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการทำการเกษตร ทำให้อาจมีการใช้สารกำจัดแมลงและศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก จะเห็นว่าปัญหาความเสี่ยงภัยจากพิษสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและสัตว์ในกลุ่มเกษตรกรจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอาชีพอื่น ทั้งนี้อาจเนื่องจากเป็นผู้นำสารเคมีมาใช้โดยตรงกับพืชผลทางเกษตรโดยไม่ระมัดระวัง ใช้ในปริมาณมาก หรือใช้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตามในส่วนผู้บริโภคอาจจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการตกค้างของสารเคมีอันตรายด้วยเช่นกัน จึงควรให้ความสำคัญในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจว่าปลอดภัยจากสารเคมีอันตรายดังกล่าว

ผลกระทบต่อสุขภาพจากสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและสัตว์ เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อประชาชนทั่วไปทั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภคในชุมชน ดังนั้นการให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวัง การสอบสวน และการรายงานที่ชัดเจน จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับในชุมชนที่มีลักษณะเป็นชุมชนอุตสาหกรรมจะมีการใช้สารเคมีที่หลากหลายและมีการใช้ในปริมาณที่สูง จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า อัตราการเจ็บป่วยที่เกิดจากสารเคมีอันตรายในภาคอุตสาหกรรมนั้นมีทิศทางที่ไม่ชัดเจน กล่าวคือ ในบางปีเพิ่มสูงขึ้นขณะที่บางปีก็ลดน้อยลง ซึ่งทำให้ไม่สามารถสรุปแนวโน้มได้อย่างชัดเจน

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการใช้สารเคมีอันตรายในชุมชนเป็นไปตามลักษณะการประกอบอาชีพของประชาชนในชุมชน กล่าวคือ ชุมชนที่มีลักษณะเป็นชุมชนเกษตรกรรมจะมีการใช้สารเคมีในกลุ่มสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและสัตว์ ส่วนในภาคอุตสาหกรรมนั้นมีการใช้สารเคมีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแต่ละประเภทซึ่งมีความหลากหลายและมีการใช้ในปริมาณที่สูงกว่ามาก และนอกจากนั้นจะเป็นการใช้สารเคมีอันตรายในส่วนของผู้บริโภคโดยทั่วไปในชุมชน

ทั้งนี้ นอกจากสารเคมีเป็นพิษและสารอันตรายที่มีความเป็นพิษโดยตรงแล้ว ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุสารเหล่านั้นยังเป็นของเสียอันตรายซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว อาจทำให้มีการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ ของเสียอันตรายจากชุมชน ได้แก่

          1) ของเสียอันตรายจากครัวเรือน เช่น ถ่านไฟฉายซึ่งมีสารแคดเมียมซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างกระดูก หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์มีสารปรอทซึ่งทำอันตรายต่อระบบประสาท ภาชนะบรรจุสารเคมีทำความสะอาดประเภทต่างๆ ภาชนะบรรจุสารเคมีกำจัดแมลง เป็นต้น

2) ของเสียอันตรายจากภาคเกษตรกรรม เช่น ภาชนะบรรจุสารกำจัดแมลงและสารกำจัดวัชพืชซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกายสิ่งมีชีวิต เป็นต้น

          3) ของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม หรือการพาณิชยกรรม เช่น สีและทินเนอร์ซึ่งมีตัวทำละลายที่มีฤทธิ์ไวไฟ และเป็นพิษ แบตเตอรี่รถยนต์มีแผ่นธาตุตะกั่วที่สามารถทำอันตรายต่อระบบการสร้างเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วจากสถานีบริการน้ำมัน สารเคมีจากกระบวนการล้างอัดขยายภาพ สารเคมีที่เหลือทิ้งจากกระบวนการหรือขั้นตอนต่างๆ น้ำมันและกากน้ำมัน เป็นต้น