บทนำ

 

ปัจจุบันวิถีชีวิตของประชาชนไทย ได้เปลี่ยนแปลงไปมากโดยเฉพาะผู้อาศัยอยู่ในเขตเมืองเริ่มมีรูปแบบการบริโภคอาหารต่างไปจากเดิม อันมีผลทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการขึ้นในกลุ่มต่างๆ เช่น         โรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคข้อ และอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามทางโภชนาการควบคู่กับการ                 ออกกำลังกายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้จะต้องเน้นการดูแลด้านสุขภาพให้ได้รับสารอาหารพอเพียงกับความต้องการของร่างกาย

การจัดตั้งคลินิกไร้พุง (Diet & Physical Activity Change Clinic : DPAC) ในสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มวัยทำงานด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้งานส่งเสริมสุขภาพอนามัยวัยทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ในการทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี               โดยทั่วหน้า

ความเป็นมาและความสำคัญ

องค์การอนามัยโลกได้ประกาศในปี ค.. 1997 ว่า ภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วน เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากเป็นปัญหาหนึ่งซึ่งนำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและปัญหาทางจิตสังคมอย่างชัดเจน โรคที่เป็นผลกระทบจากภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนต่อสุขภาพที่พบในผู้ใหญ่ ได้แก่ ข้อเข่าเสื่อม ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ   เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง มะเร็งลำไส้ โรคซึมเศร้า เป็นต้น และยังพบว่าการตายในผู้ที่อายุระหว่าง                 20 – 74 ปี กว่าครึ่งหนึ่ง   มีผลมาจากความอ้วน   ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็นสาเหตุการตาย             ของคนทั่วโลก  ปีละ  17  ล้านคน  และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น  โดยคาดว่าอีก  15  ปีข้างหน้า  หรือในปี  พ.ศ.  2565  ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว  ประมาณ  25  ล้านคน  ซึ่งจะมีประชากรในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาประมาณ  19  ล้านคน  หรือคิดเป็นร้อยละ  76  ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด                      ปัญหาสุขภาพเหล่านี้  ส่งผลให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค   เป็นภาระของครอบครัวและประเทศ  นอกจากนี้ยังปรากฏว่า   ร้อยละ 2-8 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นผลกระทบจากโรคอ้วน ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก   ในทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีปัญหาเกี่ยวกับความชุกของภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุอย่างรวดเร็ว

 

 

โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) เป็นฆาตกรเงียบที่หลายคนคาดไม่ถึง คนที่อ้วนลงพุง              จะมีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไป โดยมีเส้นรอบเอวของเพศชายเกิน 36 นิ้ว หรือ 90 เซนติเมตร เพศหญิงเกิน 32 นิ้ว หรือ 80 เซนติเมตร  ซึ่งไขมันเหล่านี้จะแตกตัวเป็น    กรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน   ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน   และจากการสำรวจ “ภาวะอาหารและโภชนาการแห่งชาติ” พ.ศ.2546  -  2547 ของ                กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยอายุ 19 - 74 ปี มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน         สูงถึง 28.3% และในการสำรวจสุขภาพประชากรไทยปีล่าสุด พ.ศ. 2547 พบว่า ประชากรในประเทศไทยที่อายุมากกว่า 35 ปี มีเส้นรอบพุงเกินกำหนดประมาณ 9.3 ล้านคน โดยพบในเพศหญิงมากกว่า             เพศชาย   คือ เพศหญิงอ้วนลงพุง 52%  ผู้ชาย 22% และในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยเป็นโรคอ้วนลงพุง                         เพิ่มเป็น 1.3 เท่า ในเขตเมืองเพิ่มถึง 45% ในชนบท 34% และคนที่มีรอบเอวเพิ่มขึ้นทุก 5 เซนติเมตร จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานเพิ่ม 3-5 เท่า จะเห็นได้ว่าเอวใหญ่ขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเจ็บป่วยและตายเร็วขึ้นเท่านั้น      จากการสำรวจสภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนของกรมอนามัย ปี 2550 พบว่า  คนไทยอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป เพศชายมีภาวะอ้วนลงพุงร้อยละ 24 และเพศหญิงร้อยละ 60 โดยพบในผู้หญิงมากกว่าชายถึง      2.5 เท่าตัว   ภาวะอ้วนลงพุงส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมการบริโภค   กรรมพันธุ์ และไม่ออกกำลังกาย   ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมา เช่น  โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ            หลอดเลือดสมองและมะเร็ง ประเทศไทยเรียกว่า โรควิถีชีวิตคือไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค  แต่เกิดมาจากสาเหตุการใช้วิถีชีวิตแบบสังคมคนเมืองสมัยใหม่ที่มีพฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลงไป                   จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด ติดอันดับ 1 ใน 3 สาเหตุหลักของการป่วยและตายของคนไทย ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3-17 เท่าตัว ข้อมูลใน พ.ศ.2546 พบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงถึง 40,092 ราย หรือชั่วโมงละ 5 คน  ที่สำคัญคือ    ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีอายุเฉลี่ยน้อยลงกว่าในอดีต

ปัจจุบันประชาชนในวัยทำงานส่วนใหญ่จะนั่งโต๊ะทำงานมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายและไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหารเพราะมีประชุม   มีอาหารว่าง   มีงานเลี้ยงตอนเย็น กินไปคุยกันเรื่องงานไป  รวมทั้งบริโภคอาหารหวาน  มัน และเค็มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากขนมขบเคี้ยว               ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทกาแฟและน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาลแทนการดื่มน้ำเปล่า    ซื้ออาหารสำเร็จรูปประเภทถุง    มีวางจำหน่ายหาซื้อง่าย ราคาถูก การโฆษณาอาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารบริการด่วนและบริการส่งถึงบ้าน     ทำให้อาหารที่ให้พลังงานสูงที่นานๆ เคยได้กินที     กลายเป็นสิ่งที่กินได้ทุกวัน   และในการลดน้ำหนักของประชาชน ยังมีบางกลุ่มที่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารเช้า ซึ่งบางคนงดอาหารเช้าแต่ดื่มกาแฟแทน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญและจำเป็นมาก ต้องรับประทานทุกวัน เพื่อกระจายพลังงานอาหารให้เหมาะกับความต้องการ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายไม่หิวมากในช่วงบ่ายแล้ว ยังควบคุม ปริมาณอาหารในมื้อเย็นให้กินน้อยลงได้   และยังพบว่าคนไทยกินผักผลไม้น้อย    โดยเฉลี่ยกินผักและผลไม้ วันละ 270 กรัม     ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำ  วันละ   400 กรัมต่อวัน และขาดการออกกำลังกาย   จึงส่งผลให้คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้น ( กรมอนามัย 2548 )

หลักสำคัญในการดูแลสุขภาพและการลดรอบเอวเพื่อก้าวสู่การมีสุขภาพดี  คือ การดูแลและให้ความรู้ด้านโภชนาการอาหาร  การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  การดูแลสุขภาพจิต และลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ   จะช่วยป้องกันการเกิดโรคที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดได้  ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้          ถูกชนิด ปริมาณ และถูกเวลา   ควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้หลากหลายและพอเพียง                             งดหวาน  มัน  เค็ม  หมั่นดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากไม่มีเวลาออกกำลังกายมากพอก็ควรเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว และพักผ่อนให้เพียงพอ       ถ้าน้ำหนักตัวลดลง ร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักเดิม ไขมันในช่องท้องจะลดลงไปได้ถึงร้อยละ 30   

วัตถุประสงค์

เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย และอารมณ์ ในกลุ่มหญิง – ชาย วัยทำงาน ส่งเสริมเสริมและสนับสนุนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญการส่งเสริมสุขภาพในวัยนี้ ให้บริการตรวจสุขภาพ เป็นสถานที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน  ลงพุงให้คำแนะนำการปฏิบัติตนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทั้งสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้  ประสบการณ์ ในการลดน้ำหนัก และทำกิจกรรมร่วมกัน

 

แนวทางการจัดตั้งคลินิกในสถานบริการ

1. ระดับศูนย์สุขภาพชุมชน / สถานีอนามัย

1.1 โครงสร้างอัตรากำลังในคลินิก DPAC และบทบาทหน้าที่  ประกอบด้วย

                1.1.1  พยาบาลวิชาชีพ

                1.1.2  นักวิชาการสาธารณสุข

                1.1.3  เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน

บทบาทของศูนย์สุขภาพชุมชน / สถานีอนามัย

1.       จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน โครงการคลินิกไร้พุง

2.       ประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด ทุกรูปแบบตามความเหมาะสม

3.       จัดตั้งคลินิกไร้พุง  เพื่อให้บริการแก่ หญิง – ชาย  วัยทำงานที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง ดังนี้

·       ซักประวัติ

·       ให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ

·        การให้บริการด้านสุขภาพ

·        การให้คำปรึกษา

·        การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ

·       การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ

·        การจัดนิทรรศการ  การเผยแพร่ความรู้ด้วยสื่อ

·        การส่งเสริม  สนับสนุน  ให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

·        มอบสมุดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่ผู้รับบริการ

·        นัดและติดตามประเมินผล 

4.       ให้ความรู้และคำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

5.       ส่งต่อผู้รับบริการคลินิกไร้พุงในรายที่มีปัญหาไปยังโรงพยาบาลตามขั้นตอนตามระบบการส่งต่อ เพื่อดูแลรักษา และให้คำปรึกษาที่เหมาะสม

6.       ส่งเสริมสนับสนุน การจัดตั้งและดำเนินงานชมรมไร้พุงในชุมชน

7.       รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงาน  ปัญหา และอุปสรรคส่งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

บทบาทของผู้ให้การปรึกษา

·       บุคลิกภาพดี น่าเชื่อถือ มีท่าทีที่เป็นมิตร อดทน ใจเย็นไว้วางใจได้ และรู้จักรักษาความลับผู้รับบริการ

·     มีความรู้ด้านอาหารการออกกำลังกาย และด้นอารมณ์ ทั้งภาคทฤษฎี-ภาคปฏิบัติ และมีทักษะ          ในขั้นตอนกระบวนการให้คำปรึกษา ตลอดจนรู้จักพัฒนาความสามารถฝึกปฏิบัติ เพื่อจะได้เป็นผู้ให้การปรึกษาที่ดี

·     รู้วิธีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีการเตรียมตัวศึกษาข้อมูลประวัติการรับประทานอาหาร และการเคลื่อนไหว ออกแรง ออกกำลังกาย ข้อมูลทั่วไปของผู้มารับบริการเพื่อให้เข้าใจปัญหา จับประเด็น และวิเคราะห์ปัญหา

·     เป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี ไม่พูดแหย่หรือแสดงปฏิกิริยาหน้าตาที่ไม่เหมาะสม พูดให้เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย่อ  ให้คำแนะนำที่ปฏิบัติได้ โดยคำแนะนำทั้งในด้านบวกและลบ เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาสามารถเลือกแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับตนเองควรเริ่มจากแนวทางที่มีโอกาสประสบผลสำเร็จได้ง่ายก่อนแนวทางที่ยาก เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาเกิดกำลังใจในการปฏิบัติ

·       มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ ใจกว้าง และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

·     พึงระลึกเสมอว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคต้องอาศัยระยะเวลาและจิตวิทยามากกว่าการให้แต่ความรู้เพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจคนแต่ละคนว่า มีความแตกต่างกันในด้านพื้นฐานและความสามารถ ผู้ให้การปรึกษาจึงต้องส่งเสริมให้ผู้รับการปรึกษาเป็นตัวของตัวเอง          มีโอกาสเลือกคิดและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยตนเอง และพึ่งตนเองได้

 

เครื่องมือการให้บริการในคลินิกไร้พุง ในศูนย์สุขภาพชุมชน / สถานีอนามัย

ที่

ประเภท อุปกรณ์ให้บริการในคลินิก

1.

เครื่องชั่งน้ำหนัก   (แบบวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน) 

2.

เครื่องมือวัดส่วนสูง  หรือ สายเทปวัดส่วนสูงติดผนัง

3.

เครื่องคิดเลข    

4.

สายวัดรอบเอว

5.

อุปกรณ์ทดสอบสมรรถภาพทางกาย 

 

1. Step test  (เครื่องมือวัดสมรรถภาพหัวใจ)  

 

2. ความอ่อนตัว = วัดโดยใช้ไม้บรรทัดยาว 2 ฟุต

 

3. การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ = ด้วยการวิดพื้นพร้อมตารางประเมินผล

6.

ชุดนิทรรศการเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย

7.

แบบจำลองธงโภชนาการ หรือภาพธงโภชนาการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. ระดับโรงพยาบาลชุมชน

2.1 โครงสร้างอัตรากำลังในคลินิก DPAC และบทบาทหน้าที่  ประกอบด้วย

                2.1.1  แพทย์

                2.1.2  พยาบาลวิชาชีพ

                2.1.3  นักวิชาการสาธารณสุข

2.1.4  เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน

2.1.5 โภชนากร (ถ้ามี)

บทบาทของโรงพยาบาลชุมชน

1.       จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน โครงการคลินิกไร้พุง

2.       จัดประชุม/อบรม/สัมมนา ให้ความรู้เรื่อง ภัยโรคอ้วนลงพุง แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อาสาสมัครสาธารณสุขในเขตรับผิดชอบ และประชาชนผู้รับริการ

3.       จัดตั้งคลินิกไร้พุง  เพื่อให้บริการแก่ หญิง – ชาย  วัยทำงานที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง ดังนี้

·       ซักประวัติ

·       ให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ

·        การให้บริการด้านสุขภาพ

·        การให้คำปรึกษา

·        การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ

·       การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ

·        การจัดนิทรรศการ  การเผยแพร่ความรู้ด้วยสื่อ

·        การส่งเสริม  สนับสนุน  ให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

·        มอบสมุดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่ผู้รับบริการ

·        นัดและติดตามประเมินผล 

4.       ให้ความรู้และคำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

5.       พัฒนาโรงพยาบาล และบุคลากรให้มีความรู้พร้อมในการดำเนินงานคลินิกไร้พุง

6.       รับผู้รับบริการส่งต่อจากสถานีอนามัย ในรายที่มีปัญหา เพื่อดูแลรักษา และให้คำปรึกษาที่เหมาะสม

7.       สนับสนุนด้านวิชาการ และบริการในการดำเนินงานคลินิกไร้พุง  แก่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย และอาสาสมัคร

8.       เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด ทุกรูปแบบตามความเหมาะสม

9.       สนับสนุนการดำเนินงานคลินิกไร้พุง

10.    รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงาน  ปัญหา และอุปสรรคส่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

บทบาทผู้ให้การปรึกษา

·       บุคลิกภาพดี น่าเชื่อถือ มีท่าทีที่เป็นมิตร อดทน ใจเย็นไว้วางใจได้ และรู้จักรักษาความลับผู้รับบริการ

·     มีความรู้ด้านอาหารการออกกำลังกาย และด้นอารมณ์ ทั้งภาคทฤษฎี-ภาคปฏิบัติ และมีทักษะในขั้นตอนกระบวนการให้คำปรึกษา ตลอดจนรู้จักพัฒนาความสามารถฝึกปฏิบัติ เพื่อจะได้เป็นผู้ให้การปรึกษาที่ดี

·     รู้วิธีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีการเตรียมตัวศึกษาข้อมูลประวัติการรับประทานอาหาร และการเคลื่อนไหว ออกแรง ออกกำลังกาย ข้อมูลทั่วไปของผู้มารับบริการเพื่อให้เข้าใจปัญหา จับประเด็น และวิเคราะห์ปัญหา

·     เป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี ไม่พูดแหย่หรือแสดงปฏิกิริยาหน้าตาที่ไม่เหมาะสม พูดให้เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย่อ  ให้คำแนะนำที่ปฏิบัติได้ โดยคำแนะนำทั้งในด้านบวกและลบ เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาสามารถเลือกแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับตนเองควรเริ่มจากแนวทางที่มีโอกาสประสบผลสำเร็จได้ง่ายก่อนแนวทางที่ยาก เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาเกิดกำลังใจในการปฏิบัติ

·       มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ ใจกว้าง และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

·     พึงระลึกเสมอว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคต้องอาศัยระยะเวลาและจิตวิทยามากกว่าการให้แต่ความรู้เพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจคนแต่ละคนว่า มีความแตกต่างกันในด้านพื้นฐานและความสามารถ ผู้ให้การปรึกษาจึงต้องส่งเสริมให้ผู้รับการปรึกษาเป็นตัวของตัวเอง          มีโอกาสเลือกคิดและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยตนเอง และพึ่งตนเองได้

เครื่องมือการให้บริการในคลินิกไร้พุง ในโรงพยาบาลชุมชน

ที่

ประเภท อุปกรณ์ให้บริการในคลินิก

หมายเหตุ

1.

เครื่องชั่งน้ำหนัก   (แบบวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน) 

 

2.

เครื่องมือวัดส่วนสูง  หรือ สายเทปวัดส่วนสูงติดผนัง

 

3.

เครื่องคิดเลข    

 

4.

สายวัดรอบเอว

 

5.

อุปกรณ์ทดสอบสมรรถภาพทางกาย 

* (ถ้าหน่วยงานที่ไม่มีเครื่องมือให้ทดสอบด้วย)

 

1. เครื่องวัดความจุปอด   

1. Step test

 

2. แรงบีบมือ 

2. ความอ่อนตัว = วัดโดยใช้ไม้บรรทัดยาว 2  ฟุต

 

3. แรงเหยียดขา 

3. การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ = ด้วยการวิดพื้น

 

4. ความอ่อนตัว

พร้อมตารางประเมินผล

 

5. เครื่องมือวัดสมรรถภาพหัวใจ  

 

6.

ชุดนิทรรศการเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย

 

7.

Food model  อาหาร (ถ้ามี)

 

8.

แบบจำลองธงโภชนาการหรือภาพธงโภชนาการ  

 

 

3. ระดับโรงพยาบาลทั่วไป / โรงพยาบาลศูนย์

3.1 โครงสร้างอัตรากำลังในคลินิก DPAC และบทบาทหน้าที่  ประกอบด้วย

                3.1.1  แพทย์

                3.1.2  พยาบาลวิชาชีพ

                3.1.3  นักวิชาการสาธารณสุขชุมชน

3.1.4  เจ้าพนักงานสาธารณสุข

3.1.4  โภชนากร  หรือนักโภชนาการ

บทบาทของโรงพยาบาลทั่วไป / โรงพยาบาลศูนย์

1.       จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน (โครงการคลินิกไร้พุง)

2.       จัดประชุม/อบรม/สัมมนา ให้ความรู้เรื่อง ภัยโรคอ้วนลงพุง แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อาสาสมัครสาธารณสุขในเขตรับผิดชอบ และประชาชนผู้รับริการ

3.       จัดตั้งคลินิกไร้พุง  เพื่อให้บริการแก่ หญิง – ชาย  วัยทำงานที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง ดังนี้

·       ซักประวัติ

·       ให้บริการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ

·        การให้บริการด้านสุขภาพ

·        การให้คำปรึกษา

·        การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ

·        การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ

·        การจัดนิทรรศการ  การเผยแพร่ความรู้ด้วยสื่อ

·        การส่งเสริม  สนับสนุน  ให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

·        มอบสมุดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่ผู้รับบริการ

·        นัดและติดตามประเมินผล  ทุก  1  สัปดาห์   1  เดือนแรกและทุก    3  เดือน

4.       ให้ความรู้และคำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

5.       พัฒนาโรงพยาบาล และบุคลากรให้มีความรู้พร้อมในการดำเนินงานคลินิกไร้พุง

6.       รับผู้รับบริการส่งต่อจากสถานีอนามัย ในรายที่มีปัญหา เพื่อดูแลรักษา และให้คำปรึกษาที่เหมาะสม

7.       สนับสนุนด้านวิชาการ และบริการในการดำเนินงานคลินิกไร้พุง  แก่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย และอาสาสมัคร

8.       เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด ทุกรูปแบบตามความเหมาะสม

9.       สนับสนุนการดำเนินงานคลินิกไร้พุง

10.    รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงาน  ปัญหา และอุปสรรคส่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

บทบาทของผู้ให้การปรึกษา

·       บุคลิกภาพดี น่าเชื่อถือ มีท่าทีที่เป็นมิตร อดทน ใจเย็นไว้วางใจได้ และรู้จักรักษาความลับผู้รับบริการ

·     มีความรู้ด้านอาหารการออกกำลังกาย และด้นอารมณ์ ทั้งภาคทฤษฎี-ภาคปฏิบัติ และมีทักษะในขั้นตอนกระบวนการให้คำปรึกษา ตลอดจนรู้จักพัฒนาความสามารถฝึกปฏิบัติ เพื่อจะได้เป็นผู้ให้การปรึกษาที่ดี

·     รู้วิธีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีการเตรียมตัวศึกษาข้อมูลประวัติการรับประทานอาหาร และการเคลื่อนไหว ออกแรง ออกกำลังกาย ข้อมูลทั่วไปของผู้มารับบริการเพื่อให้เข้าใจปัญหา จับประเด็น และวิเคราะห์ปัญหา

·     เป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี ไม่พูดแหย่หรือแสดงปฏิกิริยาหน้าตาที่ไม่เหมาะสม พูดให้เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย่อ  ให้คำแนะนำที่ปฏิบัติได้ โดยคำแนะนำทั้งในด้านบวกและลบ เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาสามารถเลือกแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับตนเองควรเริ่มจากแนวทางที่มีโอกาสประสบผลสำเร็จได้ง่ายก่อนแนวทางที่ยาก เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาเกิดกำลังใจในการปฏิบัติ

·       มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ ใจกว้าง และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

·     พึงระลึกเสมอว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคต้องอาศัยระยะเวลาและจิตวิทยามากกว่าการให้แต่ความรู้เพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจคนแต่ละคนว่า มีความแตกต่างกันในด้านพื้นฐานและความสามารถ ผู้ให้การปรึกษาจึงต้องส่งเสริมให้ผู้รับการปรึกษาเป็นตัวของตัวเอง          มีโอกาสเลือกคิดและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยตนเอง และพึ่งตนเองได้

เครื่องมือการให้บริการในคลินิกไร้พุงในโรงพยาบาลทั่วไป / โรงพยาบาลศูนย์

ที่

ประเภท อุปกรณ์ให้บริการในคลินิก

หมายเหตุ

1.

เครื่องชั่งน้ำหนัก   (แบบวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน) 

 

2.

เครื่องมือวัดส่วนสูง  หรือ สายเทปวัดส่วนสูงติดผนัง

 

3.

เครื่องคิดเลข    

 

4.

สายวัดรอบเอว

 

5.

อุปกรณ์ทดสอบสมรรถภาพทางกาย 

* (ถ้าหน่วยงานที่ไม่มีเครื่องมือให้ทดสอบด้วย)

 

1. เครื่องวัดความจุปอด   

1. Step test

 

2. แรงบีบมือ 

2. ความอ่อนตัว = วัดโดยใช้ไม้บรรทัดยาว 2  ฟุต

 

3. แรงเหยียดขา 

3. การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ = ด้วยการวิดพื้น

 

4. ความอ่อนตัว

พร้อมตารางประเมินผล

 

5. เครื่องมือวัดสมรรถภาพหัวใจ  

 

6.

เครื่องตรวจวัดวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย  (In body )(ถ้ามี)

 

7.

Food model  อาหาร

 

8.

แบบจำลองธงโภชนาการหรือภาพธงโภชนาการ  

 

9.

ชุดนิทรรศการเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการ

ผู้รับบริการรายใหม่

               

 

(1)

ลงทะเบียน/ซักประวัติ

 

 
               

               

                                                                                               

                                                                               

 

 


                                                                                                                                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการ (รายใหม่) 

1.       ลงทะเบียนผู้มารับบริการ และซักประวัติทั่วๆไปพร้อมทั้งบันทึกสุขภาพผู้รับบริการ

2.     ตรวจร่างกาย / ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงและภาวะสุขภาพ โดยใช้ประเมินภาวะสุขภาพตามแบบฟอร์มตรวจสุขภาพ   การตรวจร่างกายทางคลินิก (Clinical Assessment) ประเมินภาวะสุขภาพด้วยการตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ วัดความดันโลหิต จับชีพจร  ประเมินภาวะโภชนาการผู้รับบริการ โดยการวัดสัดส่วนของร่างกาย (Anthropometry Assessment)ได้แก่   ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เพื่อหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI = Body Mass Index) วัดเส้นรอบเอวและรอบสะโพก เพื่อหาค่าอัตราส่วนเส้นรอบเอวต่อเส้นรอบสะโพก (WHR = Waist Hip Radio) และทดสอบสมรรถภาพทางกาย    ได้แก่

·       วัดความจุปอด

·       วัดแรงบีบมือ

·       วัดแรงเหยียดขา

·       วัดความอ่อนตัว

·       วัดสมรรถภาพหัวใจ ด้วย Step test

3.     ไม่พบโรค เข้าโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย และด้านอารมณ์ โดยคัดกรองผู้มารับบริการ จัดแยกเป็นกลุ่มและรายบุคคล ตามลักษณะของปัญหาที่พบ นัดติดตามและประเมินผล

4.     พบโรคส่งพบแพทย์   (หากมีการตรวจพิเศษ) เช่น การเจาะเลือดตรวจหาค่าทางชีวเคมีต่างๆ เช่น ค่าฮีมาโตคริต ฮีโมโกลบิน น้ำตาล (Fasting Blood Sugar) กรดยูริก โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ เอช.ดี.แอล.ซี. (HDL-C = High Density Lipoprotein Cholesterol) แอล.ดี.แอล.ซี. (LDL-C = Low Density Lipoprotein Cholesterol) เป็นต้น หากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ  บ่งบอกถึงภาวะสุขภาพที่ผิดปกติหรือพบโรค แพทย์ให้คำปรึกษาความผิดปกติของโรคที่พบ และพิจารณาให้การรักษาหรือส่งต่อ แพทย์เฉพาะทางเพื่อให้การรักษาต่อไป  

·       ส่งพบแพทย์

·       จัดทำหนังสือส่งตัวผู้รับบริการ

·       ประสานกับหน่วยงานที่ส่งต่อ

·       ติดตามผลการรักษา

 

 

 

ให้การปรึกษาด้านโภชนาการ

·     ประเมินอาหารโดยวิธีการ จดบันทึกอาหารบริโภค สัมภาษณ์อาหาร ย้อนหลัง  24 ชั่วโมง สัมภาษณ์ความถี่ของการบริโภคอาหาร เพื่อศึกษาแบบแผนการบริโภคให้การปรึกษาด้านโภชนาการอาหาร และวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องของผู้รับบริการ       ที่ได้จากการสัมภาษณ์ และการคำนวณตามแบบฟอร์มให้ความรู้เกี่ยวกับการ             บริโภคอาหาร ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล   ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

·       การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ  ดังนี้

                จัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหาร    

·       Metabolic   Syndrome

·       โรคที่เกิดจากการสะสมพอกพูน

·       มหันตภัยร้ายโรคอ้วนลงพุง

·       ธงโภชนาการ

·       อาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก

·       อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

ฝึกปฏิบัติ                         

·       คำนวณพลังงานความต้องการของร่างกาย

·       คำนวณพลังงานที่ได้รับจากอาหาร

·       อ่านฉลากข้อมูลโภชนาการ

·       บันทึกปริมาณอาหาร

·       การตวงนับปริมาณอาหารที่บริโภค  ใน  1  วัน

ให้การปรึกษาด้านการออกกำลังกาย

·     จดบันทึกพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง สัมภาษณ์ ความถี่ของการออกกำลังกาย เพื่อศึกษาแบบแผนการเคลื่อนไหว ออกแรง  ออกกำลังกาย

·     ทำแบบประเมินคัดกรองภาวะเสี่ยงก่อนการออกกำลังกาย เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ออกแรง  ออกกำลังกายให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ  ดังนี้

·    จัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ /                       การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก

·      เรียนรู้ปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้สำหรับการเคลื่อนไหว                            ในชีวิตประจำวัน

·       ฝึกปฏิบัติออกกำลังกาย  ด้วยการเดินเพื่อสุขภาพ และตาราง 9 ช่อง

·       ปฏิบัติการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย  ฟิตเนส 

·       ปฏิบัติการออกกำลังกายแบบไม่ใช้เครื่องมือ

 

ให้การปรึกษาด้านอารมณ์

ผู้ให้คำปรึกษาจะเป็นผู้ช่วยสร้างบรรยากาศของความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ผู้มีปัญหา               มีความรู้สึกสบายใจว่าได้รับการยอมรับและเข้าใจจึงพร้อมที่ จะเปิดเผยความรู้สึกหรือปัญหาของตนและเกิดการเรียนรู้สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นจนสามารถตัดสินใจในเรื่อง ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม  โดยมีแนวทาง  หลักการ และเทคนิค ดังนี้

หลักการสำคัญของการให้คำปรึกษา                                                
1.  ยึดเอาผู้มีปัญหาเป็นหลัก                                         
2.  เน้นที่อารมณ์ความรู้สึกของผู้มีปัญหา                                         
3.  เข้าใจและยอมรับในอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของผู้มีปัญหา
4. ไม่ด่วนสรุป หรือตัดสินผู้มีปัญหา            
5.  เน้นที่ความเป็นจริงตามเหตุการณ์และสถานการณ์   
6.  มีการโต้ตอบเป็นจริงตามเหตุการณ์และสถานการณ์  
7.  ผู้มีปัญหาเกิดการเรียนรู้ด้วยเหตุของปัญหา และตัดสินใจเลือกทางแก้ไข ด้วยตนเอง 

5.   นัดติดตามและประเมินผล 

 

 

 

 

 

กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการ

ผู้รับบริการรายเก่า

(1)

ลงทะเบียน/ซักถาม

 

 
               

 

               

               

                                                                                               

                                    (2)

·       ประเมินภาวะสุขภาพ

·       ประเมินการปฏิบัติตนของผู้รับบริการ เพื่อเข้าสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ อย่างมีคุณภาพ 

                                  

 

 
                                                                               

 

 

                                                                                                                                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการ (รายเก่า)

1.     ลงทะเบียนผู้มารับบริการ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการเคลื่อนไหวออกแรง/             ออกกำลังกาย และพฤติกรรมการกินของผู้รับบริการทุกคนที่มาพบทุกครั้งพร้อมทั้งลงบันทึกในสมุดบันทึกสุขภาพผู้รับบริการ

2.     ประเมินภาวะสุขภาพ เบื้องต้น  ด้วยการตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ วัดความดันโลหิต          จับชีพจร  ประเมินภาวะโภชนาการผู้รับบริการ โดยการวัดสัดส่วนของร่างกาย (Anthropometry Assessment) ได้แก่   ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เพื่อหาค่าดัชนีมวลกาย             (BMI = Body Mass Index) วัดเส้นรอบเอวและรอบสะโพก เพื่อหาค่าอัตราส่วนเส้นรอบเอวต่อเส้นรอบสะโพก (WHR = Waist Hip Radio)

3.     ไม่มีปัญหาหรือมีปัญหาแต่ไม่ต้องพบแพทย์   ให้สุขศึกษา เข้ารับคำปรึกษาและคำแนะนำโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย และด้านอารมณ์

4.       นัดติดตามและประเมินผล 

5.     ส่งพบแพทย์ เมื่อมีปัญหา  หากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ  บ่งบอกถึงภาวะสุขภาพที่ผิดปกติหรือพบโรค แพทย์พิจารณาให้การรักษาหรือส่งต่อแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้การรักษาต่อไป  และติดตามผลการรักษา

ให้การปรึกษาด้านโภชนาการ

ประเมินอาหารโดยวิธีการ จดบันทึกอาหารบริโภค สัมภาษณ์อาหาร ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง สัมภาษณ์ความถี่ของการบริโภคอาหาร เพื่อจัดโปรแกรมการบริโภคอาหาร และวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องของผู้รับบริการที่ได้จากการสัมภาษณ์ และการคำนวณตามแบบฟอร์มให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล   ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

                การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ  ดังนี้

       จัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหาร    

·       ธงโภชนาการ

·       อาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก

·       อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

ฝึกปฏิบัติ                                 

·       คำนวณพลังงานความต้องการของร่างกาย

·       คำนวณพลังงานที่ได้รับจากอาหาร

·       อ่านฉลากข้อมูลโภชนาการ

·       บันทึกปริมาณอาหาร

·       การตวงนับปริมาณอาหารที่บริโภค  ใน  1  วัน

ให้การปรึกษาด้านการออกกำลังกาย

·         จดบันทึกพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง สัมภาษณ์ความถี่ของการออกกำลังกาย เพื่อศึกษาแบบแผนการเคลื่อนไหว ออกแรง  ออกกำลังกาย

·         ทำแบบประเมินคัดกรองภาวะเสี่ยงก่อนการออกกำลังกาย เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ออกแรง  ออกกำลังกายให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

·       การให้สุขศึกษารายบุคคล   รายกลุ่ม  การจัดการบรรยายพิเศษ  ดังนี้

      จัดให้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย

·       การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ / การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก

·       เรียนรู้ปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้สำหรับการเคลื่อนไหว                            ในชีวิตประจำวัน

·       ฝึกปฏิบัติออกกำลังกาย  ด้วยการเดินเพื่อสุขภาพ และตาราง 9 ช่อง

·       ปฏิบัติการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย  ฟิตเนส 

·       ปฏิบัติการออกกำลังกายแบบไม่ใช้เครื่องมือ

ให้การปรึกษาด้านอารมณ์

ผู้ให้คำปรึกษาจะเป็นผู้ช่วยสร้างบรรยากาศของความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ผู้มีปัญหามีความรู้สึกสบายใจว่าได้รับการยอมรับและเข้าใจจึงพร้อมที่ จะเปิดเผยความรู้สึกหรือปัญหาของตนและเกิดการเรียนรู้สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นจนสามารถตัดสินใจในเรื่อง ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม โดยมีแนวทาง  หลักการ และเทคนิค ดังนี้

หลักการสำคัญของการให้คำปรึกษา                                                
1.  ยึดเอาผู้มีปัญหาเป็นหลัก                                         
2.  เน้นที่อารมณ์ความรู้สึกของผู้มีปัญหา                                         
3.  เข้าใจและยอมรับในอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของผู้มีปัญหา
4. ไม่ด่วนสรุป หรือตัดสินผู้มีปัญหา            
5.  เน้นที่ความเป็นจริงตามเหตุการณ์และสถานการณ์   
6.  มีการโต้ตอบเป็นจริงตามเหตุการณ์และสถานการณ์  
7.  ผู้มีปัญหาเกิดการเรียนรู้ด้วยเหตุของปัญหา และตัดสินใจเลือกทางแก้ไข ด้วยตนเอง 

5.   นัดติดตามและประเมินผล 

·     จัดทำบันทึกข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นของผู้รับบริการ : ชื่อ   สกุล   เพศ  อายุ  ที่อยู่   ข้อมูลสัญญาณชีพ  น้ำหนัก   รอบเอว  เป้าหมายที่จะทำการลด

·     จัดทำตารางนัดหมายเพื่อติดตามผลทั้งการได้พูดคุยกับผู้รับบริการโดยตรง หรือทางโทรศัพท์หรือวิธีการอื่นๆ ที่เป็นไปได้ การนัดหมายอาจเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม ความถี่ของการนัดหมายผู้รับบริการรายใหม่ 1-2 สัปดาห์/ครั้ง  และผู้รับบริการรายเก่า 3-4 สัปดาห์/ครั้ง  ทบทวนปฏิทินบันทึกความก้าวหน้าทุกครั้งถ้าหากมีการชะลอหรือหยุดการเปลี่ยนแปลงให้ซักถามอุปสรรคเสนอแนวทางแก้ไขและให้กำลังใจ

·       แสดงความยินดีเมื่อผู้รับบริการสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือมีความก้าวหน้า

·       ติดตามทางโทรศัพท์ สอบถามให้กำลังใจ และเสนอแนะทางช่วยแก้ไขปัญหา

·     ติดตามด้วยวิธีการอื่นๆ เช่นติดตามด้วยจดหมาย หรือไปรษณียบัตรสำหรับผู้ที่ไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงหากมาที่คลินิกก็เริ่มต้นซ้ำด้วยมาตรการเพิ่มแรงจูงใจ แต่เนื้อหาอาจลดลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการในชุมชน

(1)

ลงทะเบียนที่ศูนย์สุขภาพชุมชน

(ศสมช.)

 

 

 

ผิดปกติ

 

(4.1)

ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลัก 3อ.           ออกกำลังกาย  อาหาร  อารมณ์  และการประเมินตนเองเบื้องต้นได้ถูกต้อง

 

(4.2)

ส่งต่อ สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

 

(5.1)

ตรวจซ้ำด้วยตนเองทุกเดือน

 
 

 

 

 


 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 


กระบวนงานและขั้นตอนในการให้บริการในชุมชน

 

1. ลงทะเบียนผู้รับบริการที่ศูนย์สุขภาพชุมชน (ศสมช.) 

2. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประเมินสถานะสุขภาพเบื้องต้นได้แก่ ชั่งน้ำหนัก                  วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต วัดชีพจร วัดเส้นรอบเอวและคิดค่าดัชนีมวลกาย พร้อมกับประมวลผล

3.  ให้การดูแลตามสถานะสุขภาพ

       3.1 รายที่ผลการประเมินสถานะสุขภาพปกติ ให้คำแนะนำเบื้องต้นในการส่งเสริมสุขภาพโดยยืดหลัก 3 อ.ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกายและอารมณ์ พร้อมทั้งแนะนำให้ประเมินสุขภาพตนเองเบื้องต้นทุกเดือน

อาหาร  ให้การดูแลดังนี้

-  ประเมินการรับประทานอาหารย้อนหลัง 1 วันพร้อมกับคำนวณพลังงานที่ได้

-  สัมภาษณ์ความถี่ของการบริโภคอาหาร เพื่อศึกษาแบบแผนการบริโภคอาหารและวิเคราะห์          หาข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องของผู้รับบริการที่ได้จากการสัมภาษณ์ และการคำนวณ                   ตามแบบฟอร์มให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล   ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษา                  ได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ออกกำลังกาย  ให้การดูแลดังนี้

                    -  จดบันทึกพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง สัมภาษณ์ความถี่ของการออกกำลังกาย เพื่อศึกษาแบบแผนการเคลื่อนไหวออกแรงออกกำลังกาย

                    -  ทำแบบประเมินคัดกรองภาวะเสี่ยงก่อนการออกกำลังกาย เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ออกแรง  ออกกำลังกายให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

อารมณ์  ให้การดูแลดังนี้

                    การปฏิบัติตนที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการจัดการกับอารมณ์  การผ่อนคลายความเครียด  การจัดการกับอารมณ์เป็นสิ่งที่ต้องมีความตั้งใจด้วยตัวเราเองว่าจะปรับการแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งอาศัยการฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

1) ทบทวนการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเราเอง

2)  เตรียมการในการแสดงอารมณ์ จากการทบทวนสถานการณ์ที่นำไปสู่อารมณ์ ตัวเราเองมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่ส่งผลในทางลบอย่างไร ควรฝึกตนเองให้ตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไร ในขั้นตอนนี้ต้องอาศัยการรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง หากเราไม่รู้ว่าเกิดอารมณ์ขึ้น ปล่อยให้ถูกกระตุ้นจนระดับอารมณ์สูง   มักแสดงออกตามความเคยชินเดิม

3)  ฝึกสติ เวลาเข้าไปในสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ต้องตั้งสติให้รู้ตัวว่าเรากำลังมีอารมณ์เกิดขึ้น อารมณ์ที่เกิดขึ้น จะผลักให้เราแสดงออกเหมือนเดิม และได้รับผลลัพธ์เช่นเดิม ตั้งสติที่จะไม่ทำอย่างที่เคยทำ และจะได้แสดงออกอย่างที่เราคิดเตรียมการเอาไว้

4)  ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจ โดยดึงความสนใจกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกตัวเราเอง การหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์

                5)  ประเมินสถานการณ์และอารมณ์ ดูว่าเราสามารถติดตามควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีหรือไม่               ถ้ารู้สึกว่าคุมอารมณ์ได้ค่อนข้างดีก็สามารถจัดสถานการณ์ตรงหน้าอย่างที่เราตั้งใจ

ตรวจซ้ำด้วยตนเองทุกเดือน

3.2  รายที่ผลการประเมินสถานะสุขภาพผิดปกติ  เช่น  ค่าดัชนีมวลกายเกิน  เส้นรอบเอวเกิน  ความดันโลหิตสูงให้ซักประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคประจำตัว  ประวัติการเจ็บป่วย  ยาที่ใช้ประจำ  เป็นต้น  ส่งต่อไปที่สถานีอนามัยหรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน 

นัดติดตามและประเมินผลครั้งต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการในศูนย์สุขภาพชุมชน / สถานีอนามัย

(1)

ลงทะเบียน

 

 

 

(5.1)

นัดประเมินผลซ้ำ

 
 

 


 

 

 

 

 

 

 


 

 

 


 

 

 

 

 


 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 


กระบวนงานและขั้นตอนการให้บริการในศูนย์สุขภาพชุมชน / สถานีอนามัย

 

1. ลงทะเบียนผู้รับบริการที่อนามัย 

2. ประเมินสถานะสุขภาพเบื้องต้นได้แก่  ชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง  วัดความดันโลหิต  วัดชีพจร 

วัดเส้นรอบเอว      และคิดค่าดัชนีมวลกาย  พร้อมกับประมวลผล

3.  ให้การดูแลตามสถานะสุขภาพ

3.1  ในรายที่ผลการประเมินสถานะสุขภาพปกติ  ให้คำแนะนำการส่งเสริมสุขภาพโดยยืดหลัก 3 อ.ได้แก่  อาหาร  ออกกำลังกายและอารมณ์

อาหาร  ให้การดูแลดังนี้

-  ประเมินการรับประทานอาหารย้อนหลัง 1 วันพร้อมกับคำนวณพลังงานที่ได้

-  สัมภาษณ์ความถี่ของการบริโภคอาหาร เพื่อศึกษาแบบแผนการบริโภคอาหารและวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องของผู้รับบริการที่ได้จากการสัมภาษณ์ และการคำนวณตามแบบฟอร์มให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล   ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ออกกำลังกาย  ให้การดูแลดังนี้

                    -  จดบันทึกพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง สัมภาษณ์ความถี่ของการ             ออกกำลังกาย เพื่อศึกษาแบบแผนการเคลื่อนไหวออกแรงออกกำลังกาย

                    -  ทำแบบประเมินคัดกรองภาวะเสี่ยงก่อนการออกกำลังกาย เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูลพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ออกแรง  ออกกำลังกายให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ตอบปัญหาที่ซักถามรายบุคคล  รายกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดแผนในการติดตามระยะสั้นและระยะยาวสรุปข้อมูล ให้การปรึกษา เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาได้ตัดสินใจ และรับรู้ เข้าใจปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง ทำให้สามารถมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติตัวเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

อารมณ์  ให้การดูแลดังนี้

                    การปฏิบัติตนที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการจัดการกับอารมณ์  การผ่อนคลายความเครียด  การจัดการกับอารมณ์เป็นสิ่งที่ต้องมีความตั้งใจด้วยตัวเราเองว่าจะปรับการแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งอาศัยการฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

1.  ทบทวนการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเราเอง

2.  เตรียมการในการแสดงอารมณ์ จากการทบทวนสถานการณ์ที่นำไปสู่อารมณ์ ตัวเราเองมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่ส่งผลในทางลบอย่างไร ควรฝึกตนเองให้ตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไร ในขั้นตอนนี้อาศัยการรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง หากเราไม่รู้ว่าเกิดอารมณ์ขึ้น ปล่อยให้ถูกกระตุ้นจนระดับอารมณ์สูง มักแสดงออกตามความเคยชินเดิม

3.  ฝึกสติ เวลาเข้าไปในสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ต้องตั้งสติให้รู้ตัวว่าเรากำลังมีอารมณ์เกิดขึ้น อารมณ์ที่เกิดขึ้น จะผลักให้เราแสดงออกเหมือนเดิม และได้รับผลลัพธ์เช่นเดิม ตั้งสติที่จะไม่ทำอย่างที่เคยทำ และจะได้แสดงออกอย่างที่เราคิดเตรียมการเอาไว้

4.  ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจ โดยดึงความสนใจกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกตัวเราเอง การหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์

                5.  ประเมินสถานการณ์และอารมณ์ ดูว่าเราสามารถติดตามควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่าคุมอารมณ์ได้ค่อนข้างดีก็สามารถจัดสถานการณ์ตรงหน้าอย่างที่เราตั้งใจ

3.2  ในรายที่ผลการประเมินสถานะสุขภาพผิดปกติ  เช่น  ค่าดัชนีมวลกายเกิน  เส้นรอบเอวเกิน  ความดันโลหิตสูงให้ซักประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคประจำตัว  ประวัติการเจ็บป่วย  ยาที่ใช้ประจำ  เป็นต้น 

3.2.1  ในรายที่ผิดปกติแต่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนให้การบริการโดยยึดหลัก 3 อ.

นัดติดตามและประเมินผลซ้ำ 

3.2.2  ในรายที่ผิดปกติร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษา  เช่น  มีโรคประจำตัว  ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  หรือโรคหัวใจ  เป็นต้น  ส่งต่อผู้รับบริการไปที่โรงพยาบาลเครือข่ายหรือที่ศูนย์อนามัย  ที่ 7 อุบลราชธานี นัดติดตามและประเมินผลซ้ำ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระบบการจัดเก็บข้อมูล

ระดับชุมชน

1.       จำนวนผู้รับบริการในคลินิกไร้พุง รายใหม่ / รายเก่า (คน)

2.       ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับริการ  : ชื่อ  สกุล  เพศ  อายุ  ที่อยู่  ข้อมูลสุขภาพ  น้ำหนัก  เส้นรอบเอว  รอบสะโพก 

ระดับสถานีอนามัย

1.       จำนวนผู้รับบริการในคลินิกไร้พุง รายใหม่ / รายเก่า (คน)

2.       ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับริการ  : ชื่อ  สกุล  เพศ  อายุ  ที่อยู่  ข้อมูลสุขภาพ  (สัญญาณชีพ  น้ำหนัก  เส้นรอบเอว  รอบสะโพก  น้ำหนักเป้าหมายที่ต้องการลดน้ำหนัก)

3.       จำนวนผู้ได้รับความรู้  คำแนะนำ และข้อปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย (คน)

4.       จำนวนผู้รับบริการที่รับบริการแล้วพบปัญหาทำการส่งต่อ

5.       จำนวนผู้รับบริการที่มี เส้นรอบเอว รอบสะโพก ค่า BMI  และน้ำหนัก ลดลง

ระดับโรงพยาบาลชุมชน

1.       จำนวนผู้รับบริการในคลินิกไร้พุง รายใหม่ / รายเก่า (คน)

2.       ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับริการ  : ชื่อ  สกุล  เพศ  อายุ  ที่อยู่  ข้อมูลสุขภาพ  (สัญญาณชีพ  น้ำหนัก  เส้นรอบเอว  รอบสะโพก  น้ำหนักเป้าหมายที่ต้องการลดน้ำหนัก)

3.       จำนวนผู้ได้รับความรู้  คำแนะนำ และข้อปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย (คน)

4.       จำนวนผู้รับบริการที่รับบริการแล้วพบปัญหาทำการส่งต่อ

5.       จำนวนผู้รับบริการที่รับบริการแล้วพบปัญหาทำการรักษาแล้วส่งกลับสถานีอนามัย

6.       จำนวนผู้รับบริการที่มี เส้นรอบเอว รอบสะโพก ค่า BMI  และน้ำหนัก ลดลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เลขที่ประจำตัวผู้รับบริการ.........................

 

แบบสำรวจพฤติกรรมทางอาหารและโภชนาการ

 

โปรดกรอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวท่าน

ชื่อ-สกุล..............................................................................  เพศ [   ]  ชาย    [   ]  หญิง

ตำแหน่ง..............................................................................

อายุ................................ปี

การศึกษา              [   ]  ระดับประถมศึกษา                     [   ]  ระดับมัธยมศึกษา

                                [   ]  ระดับอนุปริญญา                        [   ]  ปริญญาตรี

                                                                                                [   ]  สูงกว่าปริญญาตรี

น้ำหนัก...............................กิโลกรัม

ส่วนสูง...............................เมตร

BMI………………………กก./ตร.ม.

 

เพื่อประโยชน์ของท่าน โปรดตอบคำถามต่อไปนี้ตามความเป็นจริง

 

1.       ปกติ ท่านกินอาหารหลักวันละ 3 มื้อ ใช่หรือไม่

[   ]  ใช่ (ข้ามไปตอบข้อ 3)]

[   ]  ไม่ใช่ ระบุมื้อที่งด..................

2.       หากท่านงดกินอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง โปรดระบุเหตุผล....................................................

........................................................................................................................................

3.       ท่านให้ความสำคัญ หรือ กินอาหารมื้อใดมากที่สุด

[   ]  มื้อเช้า                                                     [   ]  มื้อเย็น

[   ]  มื้อกลางวัน                                            [   ]  เท่ากันทุกมื้อ

4.       ประเภทอาหารเช้าที่ท่านกินเป็นส่วนใหญ่ คืออะไร

[   ]  ข้าวและกับข้าวแบบไทย                     [   ]  กาแฟ และปาท่องโก๋ หรือขนมปัง

[   ]  ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่                                    [   ]  นมสด

[   ]  อาหารแบบตะวันตก                            [   ]  อื่นๆ ระบุ...................

5.       ประเภทอาหารกลางวันที่ท่านกินเป็นส่วนใหญ่ คืออะไร

[   ]  ข้าวและกับข้าวแบบไทย                     [   ]  อาหารแบบตะวันตก

[   ]  ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่                                   [   ]  กาแฟ และขนมปัง

[   ]  อื่นๆ ระบุ...................

 

6.       ประเภทอาหารมื้อเย็นที่ท่านกินเป็นส่วนใหญ่ คืออะไร

[   ]  ข้าวและกับข้าวแบบไทย                     [   ]  อาหารแบบตะวันตก

[   ]  ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่                                   [   ]  กาแฟ และขนมปัง

[   ]  อื่นๆ ระบุ...................

7.       ปกติใน 1 วัน ท่านคิดว่า ท่านกินอาหารครบ 5 หมู่ หรือไม่

[   ]  ครบ                                                        [   ]  ไม่แน่ใจ

[   ]  ไม่ครบ                                                  [   ]  ไม่รู้

8.       อาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ท่านชอบกินหรือกินบ่อยมากที่สุด คืออะไรล

[   ]  หมูเนื้อแดง                                            [   ]  เนื้อไก่

[   ]  หมูสามชั้น                                             [   ]  เครื่องในสัตว์

[   ]  เนื้อวัว                                                    [   ]  ปลา

[   ]  อื่นๆ ระบุ...........................(มังสวิรัติ)

9.       ปกติใน 1 วันท่านกินผัก กี่มื้อ

[   ]  ทุกมื้อ                                                     [   ]  1 มื้อ

[   ]  2 มื้อ                                                       [   ]  นานๆ กินสักครั้ง

[   ]  ไม่กินเลย ระบุเหตุผล...................

10.    จงบอกผลไม้ที่ท่านชอบกินมากที่สุด มา 3 ชนิด

1.       ...............................................................

2.       ...............................................................

3.       ...............................................................

11.    หากท่านปรุงอาหารเอง ท่านใช้น้ำมันอะไรปรุงอาหาร

[   ]  น้ำมันสัตว์  ระบุ....................                [   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

[   ]  น้ำมันพืช  ระบุ....................  [   ]  ไม่ได้ปรุงอาหารเอง

12.    อาหารว่างที่ท่านกินเป็นประจำ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

[   ]  ขนมหวาน                                              [   ]  น้ำอัดลม

[   ]  กาแฟ                                                     [   ]  นม (โอวัลติน ไมโล)

[   ]  ผลไม้                                                      [   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

13.    ปกติ อาหารมื้อใดบ้างที่ท่านกินนอกบ้าน (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

[   ]  มื้อเช้า                     [   ]  มื้อกลางวัน                   [   ]  มื้อเย็น

14.    ปกติอาหารมื้อเย็น ท่านปรุงเอง หรือ ซื้อสำเร็จ

[   ]  ปรุงเอง                                                   [   ]  ซื้อสำเร็จทุกครั้ง (ไม่เคยปรุงเอง)

[   ]  ปรุงเอง และซื้อสำเร็จเป็นบางส่วน    [   ]  ออกไปกินนอกบ้านเป็นประจำ

[   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

 

15.     ท่านใช้หลักเกณฑ์อะไรบ้างในการเลือกซื้ออาหารสำเร็จ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

[   ]  ราคาถูก                                                  [   ]  ซื้อตามใจชอบ ไม่มีหลักเกณฑ์

[   ]  มีคุณค่าทางโภชนาการ                        [   ]  ความสะอาด

[   ]  น่ากิน                                                      [   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

16.    ท่านลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีใด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

[   ]  งดกินอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ระบุมื้อ..........................

[   ]  งดกินอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง แต่กินอาหารอื่นแทน

[   ]  ยังกินอาหารครบทุกมื้อ แต่กินให้น้อยลง

[   ]  หลีกเลี่ยงกินอาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล น้อยลง

[   ]  กินยาลดความอ้วน

[   ]  กินอาหารลดปริมาณลง และหมั่นออกกำลังกาย

[   ]  ไม่เคยลดน้ำหนัก

[   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

17.    ท่านมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงานบ้าน งานอาชีพ ตัวอย่างเช่น การเดิน การทำสวน สัปดาห์ละกี่วัน และสะสมเวลาได้ละกี่นาที

[   ]  น้อยกว่า 3 วันๆ ละ ..............  นาที

[   ]  มากกว่า 3 วันๆ ละ ..............  นาที

[   ]  ทุกวัน ๆ ละ .............. นาที

18.    ท่านออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน

[   ]  ทุกวัน ๆ ละ .............. นาที                    [   ]  เดือนละ .................. ครั้ง

[   ]  สัปดาห์ ละ .............. ครั้ง                      [   ]  ไม่เคยออกกำลังกาย

19.    ถ้าท่านไม่เคยออกกำลังกาย ท่านคิดว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

[   ]  ไม่มีเวลา                                                [   ]  ขี้เกียจ

[   ]  ไม่มีสถานที่ อุปกรณ์ที่เหมาะสม        [   ]  ไม่เห็นความสำคัญ, ไม่สนใจ

[   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

20.    ท่านเคยไปรับบริการ คลินิกโภชนาการ ที่ไหนมาก่อน หรือไม่

[   ]  เคย                          [   ]  ไม่เคย

21.    ท่านทราบข่าวสารการเปิดคลินิกโภชนาการของคลินิกส่งเสริมสุขภาพครั้งนี้ผ่านสื่อใด

(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

[   ]  โปสเตอร์                                               [   ]  คนอื่นบอกมา

[   ]  แผ่นปลิว                                                [   ]  จดหมายทางราชการ

[   ]  อื่นๆ  ระบุ....................

 

 

เลขที่ทะเบียน..................

 

แบบประเมินภาวะโภชนาการ

กองโภชนาการ กรมอนามัย

 

วันที่......เดือน...............พ.ศ..........

 

ชื่อ..............................นามสกุล...........................                                                                    เพศ.................

วัน เดือ ปี เกิด ....................................................                                                                    อายุ.........ปี...........เดือน

 

 

·  น้ำหนัก.................กิโลกรัม

·  ส่วนสูง..................เซนติเมตร

·  ค่า BMI…………..กก./ตร.ม.

    (ค่าปกติ 18.5-24.9 กก./ตร.ม.)

·  ความดันโลหิต...............มม. ปรอท

 

 

 
 

 

 

 


 สัดส่วนร่างกาย

·  เอว................ซม.  สะโพก.................ซม.

เอว/สะโพก = ………(ค่าปกติ ชาย < 1 : หญิง < 0.8)

·  ร้อยละของไขมันในร่างกาย..................(ค่าจาก Futrex)

·  เส้นรอบกึ่งกลางต้นแขนซ้าย............ซม.

·  Tricepl Skinfold Thickness …………….มม.

(ชาย > 18 มม.  หญิง  > 25 มม.)

 

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


การเจาะเลือด

ค่าปกติ

ผลการตรวจเลือด

น้ำตาล (FBS)

80 – 120 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

กรดยูริก

ชาย < 8 มก./ดล. หญิง < 6 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

โคเลสเตอรอล

ไม่เกิน 200 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

ไตรกลีเซอไรด์

ไม่เกิน 200 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

เอช ดี แอล (HDL)

หญิง > 45 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

 

ชาย  > 35 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

แอล ดี แอล (LDL)

< 130 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

ฮีมาโตคริต

ชาย > 39%, หญิง > 36 %

...................................มก./ดล.

ฮีโมโกลบิน

ชาย > 13 มก./ดล. ,หญิง > 12 มก./ดล.

...................................มก./ดล.

 


ตัวอย่าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                      คลินิกไร้พุง

 

 

 

 

 

           วันที่ ......................เดือน...............................  2553    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลำดับ

 

 

แบบประเมินภาวะสุขภาพ

ชื่อ

สกุล

นน.

สส.

BMI

รอบเอว>= 90,80

 ถ้า BMI.ปกติ

เป้าหมายหุ่นดี

 

 

 

 

 

ค่า

เทียบ

ซ.ม.

เทียบ

นน.

นน.

นน.

ความหมาย

 

 

 

 

 

 BMI.

เกณฑ์

 

เกณฑ์

ไม่ควรเกิน

ไม่น้อยกว่า

เพิ่ม/ลด

 

1

นางสารภี

นนท์ตา

53

1.52

22.94

นน.เกิน

78

ปกติ

52.91

42.74

-0.09

นน .ที่จะต้องลด

2

นางกมลรัตน์

จูมสีมา

52

1.56

21.37

ปกติ

78

ปกติ

55.73

45.02

3.73

นน .ที่จะต้องเพิ่ม

3

 

 

 

 

#DIV/0!

#DIV/0!

 

 

0.00

0.00

0.00

 

4

 

 

 

 

#DIV/0!

#DIV/0!

 

 

0.00

0.00

0.00

 

5

 

 

 

 

#DIV/0!

#DIV/0!

 

 

0.00

0.00

0.00

 

6

 

 

 

 

#DIV/0!

#DIV/0!

 

 

0.00

0.00

0.00

 

7

 

 

 

 

#DIV/0!

#DIV/0!

 

 

0.00

0.00

0.00

 

 

 

ค่าเฉลี่ย

52.50

1.54

#DIV/0!

#DIV/0!

78.00

ปกติ

 

 

 

 

 

แบบบันทึกการประเมินภาวะสุขภาพเบื้อยงต้น

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                               

 

ลงทะเบียนซักประวัติ

 
 

 

 

 

 


                               

 

 

 

 

                                               

               

 

ชั่งน้ำหนัก  / วัดส่วนสูง

 
 

 


                                                                                               

วัดรอบเอว / รอบสะโพก

 
 

 

 

 


                               

 

วัดทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

 
                               

 

 

ตรวจวัดวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย

 
                               

ตรวจวัดวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย

 
                               

 

                               

ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ

 
 

 

 


                               

 

 

 

 

 

 

 

               

 

ฉลาดเลือก ฉลาดกิน

 
 

 

 


               

 

 

 

 

                               

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

 
                                                                                                                                        

 

                               

    ติดตามประเมินผล

 
 

 

 

 


                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบบบันทึกการประเมินภาวะสุขภาพรายบุคคล

               

               

 

แบบบันทึกการประเมินภาวะสุขภาพรายบุคคล               

               

                               

               

ตัวอย่างใบสั่งสวย

 

               

 

 

 

 

ตัวอย่างใบสั่งหล่อ

 

           

 

 

 

แบบวัดวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายด้วยเครื่อง In body 720

 

 

 

 

 

 

 

 

การบันทึกข้อมูลและประเมินผล

1.   OPD  Card

2.   แบบบันทึกข้อมูลผู้รับบริการ 

3.   แบบประเมินพฤติกรรมการกินอาหารและการออกกำลังกาย

4.    แบบทดสอบความรู้ ด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย

5.  แบบประเมินความพึงพอใจ

(แนบเอกสารตัวอย่าง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอย่าง

การดำเนินงานในคลินิกไร้พุง DPAC ศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี

ในคลินิกส่งเสริมสุขภาพอนามัยวัยทำงาน

                จากการดำเนินงานคลินิกไร้พุง DPAC ที่ผ่านมา พบว่าการดำเนินงานได้ดำเนินการตามแนวทางของตนเองโดยปรับตามสภาพของแต่ละพื้นที่ของบุคคลที่เข้ารับการบริการ แต่สิ่งดำเนินการจะเน้นกระบวรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหาร ถึงแม้รูปแบบและวิธีการที่ใช้ในคลินิกนิกจะมีหลายรูปแบบ แต่ผลที่ได้รับส่วนใหญ่ คือความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหาร ของผู้รับบริการในคลินิก

 

 

ขั้นตอนการจัดบริการ

 

ลงทะเบียน/ซักประวัติ

 

ให้คำปรึกษาด้านโภชนการ

·       โรคอ้วน

·       โรคผอม

·       โรคความดันโลหิตสูง

·       โรคเบาหวาน

·       ภาวะไขมันในเลือดสูง

      ฯลฯ

 

 

·       ชั่งน้ำหนักวัด/ส่วนสูง

·       วัดสัดส่วนร่างกาย

·       วัดรอบเอว / สะโพก

 

 

 

วัดความดันโลหิต / ชีพจร

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลงทะเบียน/ซักประวัติ

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ที่ผ่านมา พบว่าการดำเนินงานได้ดำเนินการตามแนวทางของตนเองโดยปรับตามสภาพของแต่ละพื้นที่ของบุคคลที่เข้ารับการบริการ แต่สิ่งดำเนินการจะเน้นกระบวรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหาร ถึงแม้รูปแบบและวิธีการที่ใช้ในคลินิกนิกจะมีหลายรูปแบบ แต่ผลที่ได้รับส่วนใหญ่ คือความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหาร ของผู้รับบริการในคลินิก