บทความวิชาการ - กรมอนามัย
 
Facebook
ชื่อบทความวิชาการ
ชื่อ/Titleรถหน่วยบริการข้อมูลฟลูออไรด์สำหรับชุมชน
ผู้จัดทำ/Creator
ชื่อผู้จัดทำ/Creatorสุพจน์ ชำนาญไพร
หน่วยงาน/Org Nameกลุ่มพัฒนาความร่วมมือทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ
E-Mailsupoj.c@anamai.mail.go.th
หัวเรื่อง/Subject
Others รถหน่วยบริการข้อมูลฟลูออไรด์สำหรับชุมชน
เนื้อเรื่อง
        ปัญหาฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคสูง มีผลกระทบต่อฟันและสุขภาพโดยทั่วไปของประชาชน พบมากในพื้นที่เขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นเวลานานและปัจจุบันพบปริมาณคนเป็นเพิ่มขึ้น สาเหตุ คือ การได้รับฟลูออไรด์เข้าสู่ร่างกายมากเกินไป และเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการบริโภคน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูงเกินมาตรฐาน (มาตรฐานปริมาณฟลูออไรด์ในระดับที่ปลอดภัยของประเทศไทยหรือประเทศในเขตร้อน คือไม่เกิน 0.70 มิลลิกรัมต่อลิตร)
 
 
        จากแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ที่มีสายแร่ฟลูออไรด์พาดผ่านได้แก่ น้ำบ่อ น้ำบาดาล และน้ำประปาหมู่บ้าน ที่มีการขุดเจาะลึก และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ อาการที่พบได้แก่ การเกิดฟันตกกระในฟันแท้มีลักษณะขาวขุ่นบางส่วน หรือทั้งซี่ไปจนถึงเป็นสีน้ำตาลเป็นหย่อมๆ มีหลุมตื้นๆ เรียงกันเป็นแถวบนเคลือบฟันแล้วแต่ระดับความรุ่นแรง และหากได้รับต่อไปจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่หรือวัยผู้สูงอายุ ก็จะทำให้เกิดความผิดปกติที่กระดูกแขน ขา สะโพกและกระดูกสันหลัง จะโก่งงอ หนาตัว เปาะและหักง่าย มีอาการปวดข้อ เคลื่อนไหวลำบากหรืออาจทำให้เกิดความพิการความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยใช้เทคโนโลยี
 
 
        ในการลดปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำก่อนการบริโภคหรือการเปลี่ยนแหล่งน้ำใหม่ โดยได้เริ่มกันมาประมาณเกือบยี่สิบปีที่แล้ว แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จที่ชัดเจน เพราะเป็นไปได้ยากมากที่จะต้องบริโภคน้ำที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพก่อน หรือการที่จะต้องบริโภคน้ำจากแหล่งน้ำใหม่ไปจนตลอดชีวิตตั้งแต่แรกเกิดจนตาย ถือเป็นการที่จะต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล กลุ่มคนและชุมชน ถือเป็นการแก้ไขปัญหาทางสังคม ซึ่งจะต้องเป็นการยอมรับ ตัดสินใจ และดำเนินการโดยบุคคลหรือ กลุ่มคนและชุมชนนั้นๆเอง บุคคลภายนอกไม่อาจจะเข้าไปดำเนินการหรือสั่งการให้เกิดขึ้นได้ แต่นักวิชาการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่มีข้อมูลคงต้องมีบทบาทในการทำให้บุคคล หรือกลุ่มคนและชุมชนนั้นๆ เกิดกระบวนการเรียนรู้ มีกระบวนการคิด และมีส่วนร่วมในการหาข้อมูลตลอดจนทางเลือก เพื่อตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาตามสภาพความเหมาะสมซึ่งแต่ละบุคคลหรือกลุ่มคนและชุมชุนจะรู้ข้อมูล ข้อจำกัดและความเป็นไปได้ของตนเองดีกว่า
 
 
        การทราบถึงสถานการณ์น้ำบริโภคใน ชุมชนเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อจะได้เป็นตัวตัดสินใจ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้นการส่งตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์ฟลูออไรด์เป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ กลุ่มงานฯ เป็นหน่วยงานที่ศึกษาด้านผลกระทบของฟลูออไรด์ต่อสุขภาพ จึงเกิดแนวคิดในการให้บริการ รถหน่วยบริการข้อมูลฟลูออไรด์สำหรับชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และรณรงค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคที่เกินมาตรฐานซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำ บริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้กับชุมชน ในพื้นที่ที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูง นำเสนอประสบการณ์การแก้ไขปัญหาการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป เพื่อการวางแผนและการดำเนินการให้เกิดการป้องกัน และการแก้ไขปัญหา ในชุมชนและกระตุ้นให้องค์กรชุมชน ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของฟลูออไรด์ เกิดความสนใจและมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
 
 
        กิจกรรมที่จัด มีนิทรรศการและสื่อวิดิทัศน์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ มีตรวจสภาวะฟันตกกระ เพื่อหาความสัมพันธ์ของข้อมูลกับสถานการณ์ของปัญหา และมีบริการตรวจปริมาณ ฟลูออไรด์จากแหล่งน้ำที่ใช้บริโภคของชุมชน และของแต่ละครัวเรือน มีการแจ้งผลให้ทราบในทันที เพื่อให้ได้รับรู้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหา และเป็นการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการค้นหาสาเหตุของปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาในเชิงการป้องกันร่วมกัน
 
 
        จากผลการวิเคราะห์ปริมาณฟลูออไรด์ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณฟลูออไรด์ ระหว่าง 0.10-9.57 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยที่ปริมาณฟลูออไรด์สูงเกินมาตรฐาน(มาตรฐานกรมอนามัย ไม่เกิน 0.70 มิลลิกรัมต่อลิตร) คือ ร้อยละ 14.9 ซึ่งปริมาณฟลูออไรด์สูงสุด คือ น้ำบ่อ บ้านใหม่หมอกจ๋าม ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย ขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีปริมาณฟลูออไรด์ ระหว่าง 0.10-27.1 มิลลิกรัมต่อลิตร และพบว่าปริมาณฟลูออไรด์สูงเกินมาตรฐาน คือ ร้อยละ 32.0 ซึ่งฟลูออไรด์สูงสุด คือ น้ำพุร้อน เมืองแปง บ้านใหม่ดอนตัน ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จากการที่ประชาชน และชุมชนได้รับรู้ข้อมูล และทางเลือกในการตัดสินใจ ซึ่งได้ปรึกษาหารือร่วมกัน ทำให้เกิดความคิด เกิดมุมมองในการที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ตามวิธีการและวิถีทางของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจจะมีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป เช่น การใช้ น้ำบ่อ น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำฝน ฯลฯ แล้วแต่ความเหมาะสม ซึ่งเป็นลักษณะการทำงานไปด้วยกันอย่างมีศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกัน และต้องยอมรับว่าประชาชน หรือชุมชนนั้นๆ มีศักยภาพ และมีกระบวนการในการจัดการกับปัญหากันเองได้ ถ้ามีหน่วยบริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์และร่วมให้คำปรึกษาหารือได้อย่างทันท่วงทีถึงในพื้นที่
 
 
ประเภท/Type บทความวิชาการ
ภาษา/Language tha (Thai)

 
คะแนน: 0  จำนวนดาวโหลด 0 ครั้ง